xs
xsm
sm
md
lg

World Bank ดันโมเดล Three-Legged Stool & Asset Class ใหม่ แก้ระเบิดเวลาแรงงาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เวิลด์แบงก์ ดันโมเดล Three-Legged Stool & Asset Class ใหม่ แก้ระเบิดเวลาแรงงานทะลัก 1.2 พันล้านคนล้นตลาดเกิดใหม่ หากสามารถแก้ปัญหานี้ได้ จะกลายเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนความมั่งคั่งได้นานถึง 40 ปี แต่หากแก้ไม่ได้จะกลายเป็นชนวนของความไร้เสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่จะค่อยๆ เริ่มเห็นในหลายประเทศ


Ajay Banga ประธาน (President) World Bank Group กล่าวในหัวข้อ Unlocking Investment Opportunities in Emerging Markets to Create Jobs ภายใต้การประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ว่า ในอีก 12-15 ปีข้างหน้า จะมีคนรุ่นใหม่ในประเทศกำลังพัฒนาจำนวน 1.2 พันล้านคน ที่มีอายุครบ 18 ปีทยอยเข้าสู่ตลาดแรงงาน แต่มีตำแหน่งงานที่รองรับเพียง 400 ล้านตำแหน่ง

การมุ่งเน้นในเรื่องการสร้างงานมีเป้าหมายเพื่อการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในภาพใหญ่ในระยะยาว และทำให้ไม่เกิดปัญหาที่กระทบต่อเศรษฐกิจในอนาคต Word Bank จึงได้นำโมเดล Three legged stool มาใช้รองรับการจัดหาแหล่งเงินทุนผ่าน Public Financing ที่ได้รับความร่วมมือแบบพหุภาคีกับธนาคารต่างๆ ทั่วโลกที่ร่วมกันจัดตั้ง MDBs เป็นตัวกลางในการเข้ามาช่วยลดแรงกดดันทั่วโลก ร่วมกับองค์กรการกุศลต่างๆ ที่ทำงานร่วมกับ World Bank และยังมี Private Capital ที่มาจากบริษัทท้องถิ่น และบริษัทระดับโลก รวมถึงกองทุนบำเหน็จบำนาญ และผู้จัดการสินทรัพย์ที่มีแหล่งเงินทุนขนาดใหญ่

หากเราสามารถแก้ปัญหานี้ได้ จะกลายเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนความมั่งคั่งได้นานถึง 40 ปี แต่หากแก้ไม่ได้จะกลายเป็นชนวนของความไร้เสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่จะค่อยๆเริ่มเห็นในหลายประเทศ Ajay กล่าว

สำหรับการระดมทุน เพื่อเสริมสร้างโอกาสในการจ้างงาน นาย Ajay มองว่าสิ่งที่ภาคการเงินให้ความสำคัญ คือ การพิจารณาถึงความเสี่ยง ความเชื่อมั่น และหลักประกัน โดยที่ World Bank จัดตั้งแพลตฟอร์มการค้ำประกันที่ขยายการเติบโตขึ้น 4 เท่าในเวลา 3 ปี และจัดตั้ง Frontier Opportunity Fund ด้วยเงิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากรายได้ของ World Bank ร่วมกับพันธมิตรองค์กรการกุศล เพื่อรับความเสี่ยงขั้นแรก และช่วยปรับสัดส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนให้แก่นักลงทุน ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือประเทศต่างๆในการปรับปรุงกฎระเบียบและพัฒนาแนวทางการดำเนินธุรกิจ และเปิดโอกาสให้กองทุนบำเหน็จบำนาญและบริษัทประกันภัยสามารถลงทุนในโครงการของตลาดเกิดใหม่ในรูปแบบสินทรัพย์ที่มีมาตรฐาน

นอกจากนี้ World Bank ยังเดินหน้าการระดมทุนกับภาคเอกชน สำหรับกลุ่มประเทศรายได้ต่ำที่สุด ประเทศที่มีความเปราะบางและเผชิญความขัดแย้ง รวมถึงวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และ MSME

Shiti Vadera ซึ่งเป็น Co-Chair of Private Sector Investment Lab World Bank Group กล่าวในหัวข้อ Unlocking Investment Opportunities in Emerging Markets to Create Jobs ว่า Private Sector Investment Lab เน้นการสร้างผลลัพธ์การทำงานที่วัดผลได้จริง โดยตั้งแต่ปี ค.ศ.2022 สามารถระดมทุนจากภาคเอกชนที่เป็นพันธมิตรกับ World Bank เพิ่มขึ้นมาที่ 1.12 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยที่ Investment Lab มีความต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรอย่างจริงจัง และทำให้เกิดการระดมทุนที่สามารถต่อยอดจากสินเชื่อผ่านธนาคารพาณิชย์ ทำให้ภาคธุรกิจสามารถมีการจ้างงานเพิ่มมากขึ้น และร่วมกับ World Bank ในการจัดตั้งแพลตฟอร์ม Unified Guarantee Platform เพื่อให้ภาคเอกชนเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาแม้ว่าภาคเอกชนมีเงินทุนมากมายกว่าหลายล้านล้านดอลลาร์ แต่แทบไม่มีการจัดสรรไปยังประเทศเกิดใหม่ เนื่องจากขาดสภาพคล่อง ความสามารถในการซื้อขาย และมาตรฐานที่สร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้มองไปถึงการสร้างประเภทของ Asset Class ใหม่จากโครงการที่ได้รับการสนับสนุนโดย MDBs ที่จะเป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพสูงสุดในการดึงดูดเงินทุนมหาศาลจากภาคเอกชน ผ่านการออกตราสารร่วมกับ MDBs

ทั้งนี้ ความหวังในการผลักดันนั้นอยากเห็นกลุ่ม G20 กำหนดให้การระดมทุนภาคเอกชนเป็นผลงานหลัก รวมถึงจัดตั้งแพลตฟอร์มร่วมของ MDBs ในการออกสินทรัพย์ และเปิดทางให้มีการจัดหาเงินทุนฝั่ง Equity มากขึ้น เพื่อเปิดกว้างการระดมทุน

Shamara Wikramanayake Managing Director and CEO Macquarie Group กล่าวในหัวข้อ Unlocking Investment Opportunities in Emerging Markets to Create Jobs ว่า การเปลี่ยนแปลงของธนาคารทั่วโลกในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้ตลาดเกิดใหม่น่าลงทุนยิ่งขึ้น แม้ว่า MDBs และสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาจะมีผลงานที่ดี แต่การแก้ปัญหาระดับโลกจำเป็นต้องพึ่งพาเงินทุนภาคเอกชนที่มีมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม เงินทุนของภาคเอกชนจำเป็นต้องพิจารณาผลตอบแทนต่อความเสี่ยง ดังนั้น MDBs และ สถาบันการเงินเพื่อการพัฒนา จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนในตลาดเกิดใหม่

โดยที่ผ่านมามีตัวอย่างในโครงการในอินเดียเกี่ยวกับการให้เช่ารถยนต์ EV ขนาดใหญ่ ซึ่งร่วมมือกับ UN Green Climate Fund โดยใช้ทุนรับความเสี่ยงชั้นแรกดึงดูดเงินทุนในตลาด จนสามารถระดมทุนทุนตั้งต้นได้จาก 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปสู่ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐได้ และทำให้เกิดการจ้างงานตำแหน่งใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น หากต้องการให้เกิดผลลัพธ์ของการระดมทุนที่นำไปสู่การเพิ่มตำแหน่งงานใหม่ๆมากขึ้นในอนาคต จำเป็นต้องมีการนำผลักดันอีกหลายๆโครงการที่สามารถสร้างผลลัพธ์ให้เกิดขึ้นได้จริง