xs
xsm
sm
md
lg

“พาณิชย์”โชว์ขายคอนเทนต์ไทยงาน ACFM 2026 ที่ปูซาน ฟันรายได้ 767 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) นำผู้ประกอบการคอนเทนต์ไทย 20 ราย เข้าร่วมงาน Asian Contents & Film Market (ACFM) 2026 ที่เมืองปูซาน เกาหลีใต้ ประสบความสำเร็จเกินเป้า สร้างมูลค่าการค้า 767.21 ล้านบาท จากเป้า 500 ล้านบาท ยันเดินหน้าสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทย ดันคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดโลกต่อไป

นายวราวุฒิ สมหวังประเสริฐ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการนำผู้ประกอบการคอนเทนต์ไทยเข้าร่วมงาน Asian Contents & Film Market (ACFM) 2026 ณ เมืองปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 10–13 ต.ค.2569 ว่า ประสบความสำเร็จเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยสามารถสร้างมูลค่าการเจรจาการค้ารวมประมาณ 767.21 ล้านบาท จากการนัดหมายเจรจาการค้ารวม 396 นัดหมาย สูงกว่าเป้าหมาย 500 ล้านบาทภายใน 5 ปี ที่ตั้งไว้ก่อนเข้าร่วมงาน สะท้อนถึงโอกาสทางธุรกิจของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยในตลาดต่างประเทศ และศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการเชื่อมโยงกับพันธมิตรทางธุรกิจระดับนานาชาติ

สำหรับมูลค่าการเจรจาการค้ารวมดังกล่าว แบ่งเป็นมูลค่าที่คาดว่าจะเกิดขึ้นทันที 52.36 ล้านบาท มูลค่าที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายใน 1 ปี 189.89 ล้านบาท และมูลค่าที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายใน 2–5 ปี อีก 524.96 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่าประมาณการทั้งสิ้น 767.21 ล้านบาท หรือ 22.565 ล้านเหรียญสหรัฐ ครอบคลุมโอกาสทางธุรกิจทั้งการซื้อขายคอนเทนต์ การขายลิขสิทธิ์ การร่วมผลิต และการต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญาไทยสู่ตลาดต่างประเทศ


นายวราวุฒิกล่าวว่า งาน ACFM เป็นหนึ่งในเวทีสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และคอนเทนต์ในเอเชีย ที่เปิดโอกาสให้ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย ผู้ซื้อ นักลงทุน และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมจากหลายประเทศได้พบปะ สร้างเครือข่าย และเจรจาความร่วมมือทางธุรกิจโดยตรง โดยในปี 2569 ประเทศไทยได้รับเลือกเป็น Country of Honor หรือประเทศเกียรติยศแห่งแรกของงาน ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอศักยภาพของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล และเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้ากับตลาดและพันธมิตรใหม่ ๆ

ในการเข้าร่วมงานครั้งนี้ DITP ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นำผู้ประกอบการไทย 20 บริษัทเข้าร่วมเจรจาธุรกิจภายใต้ Thailand Pavilion พื้นที่ 144 ตารางเมตร ประกอบด้วยผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ 12 บริษัท ผู้ผลิตรายการและละครโทรทัศน์ 6 บริษัท และผู้ให้บริการเกี่ยวเนื่องกับภาพยนตร์และวีดิทัศน์ 2 บริษัท พร้อมนำภาพยนตร์ไทย 5 เรื่องเข้าร่วมนำเสนอในส่วน Busan Story Market เพื่อผลักดันโอกาสในการขายสิทธิ์นำไปสร้างใหม่ (Remake IP) และเชื่อมโยงกับผู้สร้าง นักลงทุน และพันธมิตรจากต่างประเทศ

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมภาพยนตร์ ซีรีส์ และคอนเทนต์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้จากต่างประเทศ โดยนอกจากการส่งออกผลงานและขายลิขสิทธิ์แล้ว ยังสามารถต่อยอดไปสู่การร่วมผลิตระหว่างประเทศ การให้บริการด้านการผลิต และการนำ IP ไปพัฒนาเป็นผลงานในตลาดใหม่ ๆ ซึ่งช่วยเพิ่มช่องทางสร้างรายได้และขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยในห่วงโซ่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์

“กรมจะเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงตลาดต่างประเทศ ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผ่านกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าและเวทีธุรกิจระดับนานาชาติ เพื่อเปลี่ยนศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของไทยให้เป็นโอกาสทางการค้า สร้างมูลค่าเพิ่ม และผลักดันอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยให้เติบโตในตลาดโลกอย่างยั่งยืนต่อไป”นายวราวุฒิกล่าว