smart เปิดตัว smart #2 รุ่นผลิตจริงครั้งแรกของโลกที่งาน Paris Motor Show นำแนวคิดรถเมืองสองที่นั่งของ fortwo กลับมาในรูปแบบรถไฟฟ้า ราคาเริ่มต้นในยุโรป 19,990 ยูโร หรือประมาณ 751,000 บาท ส่วนจีนเปิดขาย Couture Edition จำนวนจำกัดเพียง 999 คัน
รถจิ๋วสองที่นั่งกลับมาอีกครั้ง
smart #2 เป็นรถไฟฟ้าสองประตูสองที่นั่งที่พัฒนาขึ้นเพื่อสานต่อแนวคิดของ smart fortwo รุ่นดั้งเดิม ตัวรถออกแบบโดยทีม Mercedes-Benz Global Design และผลิตโดย Geely ภายใต้กิจการร่วมทุนของทั้งสองบริษัท
รถพัฒนาบนแพลตฟอร์ม Electric Compact Architecture หรือ ECA ซึ่งออกแบบสำหรับรถไฟฟ้าขนาดเล็กโดยเฉพาะ พร้อมโครงสร้างนิรภัย Tridion Cell Evo รุ่นใหม่ หลังเปิดตัวในปารีส smart จะเริ่มรับคำสั่งซื้อในยุโรปตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2026 ก่อนเริ่มวางจำหน่ายเต็มรูปแบบในปี 2027
ตัวถังเล็ก เน้นการใช้งานในเมือง
smart #2 ยังคงรูปแบบการวางล้อชิดมุมตัวถัง เพื่อเพิ่มพื้นที่ห้องโดยสารภายใต้ขนาดรถที่กะทัดรัด รุ่นปกติมีความยาว 2,746 มม. ขณะที่ Couture Edition ยาว 2,764 มม. กว้าง 1,669 มม. สูง 1,555 มม. และมีระยะฐานล้อ 1,875 มม.
ด้านหน้าใช้ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED ไฟหน้าโปรเจกเตอร์ และกระจังหน้าลายแคปซูล ส่วนด้านหลังติดตั้งสปอยเลอร์ ไฟท้ายทรงกลม และฝาท้ายแบบแยกสองส่วนซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่สืบต่อมาจาก smart fortwo
มอเตอร์ขับหลัง วิ่งได้ 290 กม.
smart #2 ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้งด้านหลัง กำลัง 60 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 80 แรงม้า แรงบิด 130 นิวตันเมตร ส่งกำลังไปยังล้อหลัง พร้อมยางหลังที่กว้างกว่ายางหน้าเพื่อเพิ่มความมั่นคงในการขับขี่
แบตเตอรี่ LFP มีความจุ 35.8 กิโลวัตต์-ชั่วโมง วิ่งได้ไกลสูงสุด 290 กม. ตามมาตรฐาน WLTP สำหรับรถสเปกยุโรป ส่วนสเปกจีนระบุระยะทาง 410 กม. ตามมาตรฐาน CLTC ซึ่งเป็นมาตรฐานการทดสอบที่ต่างกัน
ชาร์จเร็ว 20 นาที พร้อมช่วงล่างหลัง Five-link
รถรองรับการชาร์จ DC สูงสุด 65 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จจาก 10–80% ได้ภายใน 20 นาที รุ่น Pure รองรับการชาร์จ AC 7.4 กิโลวัตต์ ส่วนรุ่นอื่นรองรับสูงสุด 11 กิโลวัตต์ พร้อมระบบจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอก V2L
ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ MacPherson Strut ส่วนด้านหลังใช้ระบบอิสระ Five-link ซึ่งพบไม่บ่อยในรถขนาดนี้ วงเลี้ยววัดจากขอบทางถึงขอบทางอยู่ที่ 6.95 เมตร ช่วยให้กลับรถและจอดในพื้นที่จำกัดได้ง่ายขึ้น
ภายในสองที่นั่ง พร้อมหน้าจอและระบบช่วยขับขี่
ห้องโดยสารใช้แผงคอนโซลรูปตัว S ติดตั้งหน้าจอกลางขนาด 10.1 นิ้วและจอมาตรวัดขนาด 8.8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ 4G, Wi-Fi และ Bluetooth พร้อมพื้นที่เก็บของและที่วางแขนระหว่างเบาะทั้งสอง
อุปกรณ์แตกต่างกันตามรุ่นย่อย โดยมีทั้งหลังคากระจก เบาะและพวงมาลัยปรับอุ่น ไฟสร้างบรรยากาศ 256 สี แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย และระบบเสียง Sennheiser แบบ 7 ลำโพง ระบบช่วยขับขี่ประกอบด้วย Adaptive Cruise Control พร้อม Stop & Go, Highway Assist และระบบช่วยจอดรถระยะไกล
Couture Edition แต่งสีทอง จำกัด 999 คัน
smart #2 Couture Edition ใช้สีตัวถังขาวด้านตัดกับหลังคาสีทอง พร้อมลวดลายกระจังหน้า ตราสัญลักษณ์ และล้อขนาด 16 นิ้วตกแต่งสีทอง ภายในเพิ่มป้ายหมายเลขประจำรถแต่ละคัน
รุ่นนี้เปิดขายในจีนจำนวนจำกัด 999 คัน ราคา 112,999 หยวน หรือประมาณ 567,000 บาท และมีกำหนดเริ่มส่งมอบภายในปี 2026 ส่วนรุ่น Premium สำหรับจีนจะเปิดตัวและประกาศราคาในเดือนพฤศจิกายน
สำหรับยุโรปมีราคาเริ่มต้นดังนี้
- Pure: 19,990 ยูโร หรือประมาณ 751,000 บาท
- Pure+: 20,990 ยูโร หรือประมาณ 789,000 บาท
- Premium: 24,490 ยูโร หรือประมาณ 920,000 บาท
- Couture Edition: 25,690 ยูโร หรือประมาณ 965,000 บาท
ราคาของจีนและยุโรปไม่ควรนำมาเปรียบเทียบโดยตรง เนื่องจากแต่ละตลาดมีอุปกรณ์ ภาษี และโครงสร้างราคาต่างกัน ขณะเดียวกัน smart ระบุว่าข้อมูลสเปกยุโรปยังอยู่ระหว่างกระบวนการรับรอง จึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงก่อนเริ่มส่งมอบจริง
หมายเหตุ: ราคาเงินบาทคำนวณด้วยอัตราประมาณ 1 ยูโร เท่ากับ 37.58 บาท และ 1 หยวน เท่ากับ 5.02 บาท
กลับสู่จุดเริ่มต้นของแบรนด์ smart
หลังขยายผลิตภัณฑ์ไปยังรถ SUV ไฟฟ้าอย่าง smart #1, #3 และ #5 การเปิดตัว smart #2 ทำให้แบรนด์กลับมามีรถสองที่นั่งขนาดเล็กอีกครั้ง โดยเพิ่มระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า เทคโนโลยีเชื่อมต่อ และระบบช่วยขับขี่ให้เหมาะกับการใช้งานในเมืองยุคปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ smart ยังไม่ได้ประกาศแผนจำหน่าย smart #2 ในประเทศไทย รุ่นที่จะเข้ามาทำตลาดไทยจึงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
ที่มา: smart Newsroom และ CarNewsChina