xs
xsm
sm
md
lg

“สิริพงศ์”ชูแผน”คมนาคม”พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทุกมิติ”ต่อยอดอุตสาหกรรมเชื่อมศก.ไทยสู่เวทีโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“สิริพงศ์” เปิดเวที Global Economic Forum 2026 ชู "คมนาคม" เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งทุกมิติ มุ่งเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน

วันที่ 10 ตุลาคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวเปิดงานการประชุม The 2nd Global Economic Forum Annual Meeting Bangkok 2026 ภายใต้หัวข้อ “Shaping Resilient Economies, Advancing Sustainable Global Growth” ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ โดยระบุถึงความสำคัญของการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและการเติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ เทคโนโลยี และห่วงโซ่อุปทานโลก พร้อมเน้นย้ำว่าการขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผู้คน ธุรกิจ และโอกาสทางเศรษฐกิจ

นายสิริพงศ์ กล่าวว่ากระทรวงคมนาคม เดินหน้าพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทยให้สะดวก ปลอดภัย ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการใช้ประโยชน์จากโครงข่ายที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเชื่อมโยงประชาชน ชุมชน เมือง และพื้นที่เศรษฐกิจเข้าด้วยกัน ตลอดจนเพิ่มความเชื่อมโยงกับภูมิภาคและเศรษฐกิจโลกในทุกมิติผ่านการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ได้แก่ M81 บางใหญ่ - กาญจนบุรี M82 บางขุนเทียน - บ้านแพ้ว และ M6 บางปะอิน - นครราชสีมา เพื่อช่วยลดระยะเวลาเดินทาง เพิ่มความคล่องตัวในการขนส่งสินค้า และลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์

สำหรับการเชื่อมโยงการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงคมนาคม ให้ความสำคัญกับการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้า จากประมาณ 11 ล้าน TEU เป็น 18 ล้าน TEU ต่อปี พร้อมเชื่อมโยงการขนส่งทางถนนและทางราง เพื่อยกระดับท่าเรือแหลมฉบังสู่การเป็นประตูการค้าสำคัญของภูมิภาค

ขณะเดียวกัน ยังเร่งพัฒนาระบบรางให้เป็นรูปแบบการขนส่งหลักของประเทศภายในปี 2573 ผ่านโครงการรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง รวมถึงส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนและการผลิตอุปกรณ์ภายในประเทศ เพื่อยกระดับทักษะ เทคโนโลยี และขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทย ตลอดจนสนับสนุนการลงทุนจากภาคเอกชนภายใต้พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568

ด้านการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อยู่ระหว่างขับเคลื่อนการใช้รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า เพื่อช่วยลดการปล่อยมลพิษและส่งเสริมคุณภาพอากาศที่ดีขึ้น พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาบริการขนส่งให้สะดวก ปลอดภัย และเข้าถึงง่าย โดยเฉพาะบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน ควบคู่กับการกำกับดูแลมาตรฐานและความปลอดภัยของผู้โดยสาร


การขนส่งทางอากาศ ประเทศไทยมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค โดยเดินหน้าขยายขีดความสามารถของสนามบิน ทั้งอาคารผู้โดยสารและรันเวย์ที่ 4 เพื่อรองรับผู้โดยสารประมาณ 80 ล้านคนต่อปี รวมถึงพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ให้รองรับสินค้าได้ 2 ล้านตันต่อปี ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ นอกจากนี้ บทเรียนจากสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ในช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งกระทบต่อการดำเนินงานของสนามบิน ยังสะท้อนถึงความสำคัญของการประสานงานระหว่างหน่วยงาน การตอบสนองอย่างทันท่วงที และการเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดอีกด้วย

“ประเทศไทยพร้อมต้อนรับการลงทุนและสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรระหว่างประเทศ ด้วยจุดแข็งจากที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และการเชื่อมโยงกับประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน เรามุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุน พร้อมยกระดับศักยภาพของประเทศในระยะยาว โดยไม่ใช่เพียงการเติบโตของประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นการสร้างอนาคตที่ทุกประเทศและพันธมิตรที่เข้ามาลงทุนสามารถเติบโต และแข่งขันได้ในเศรษฐกิจโลกไปพร้อมกับไทยได้อย่างยั่งยืน” นายสิริพงศ์ กล่าว