ผู้จัดการรายวัน - ตลาดค้าปลีกไทยเริ่มเปิดเกมรับระยะ “ฟื้นฟูหลังน้ำลด” หลัง มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินน้ำท่วม 31 พื้นที่ สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกรณีฐานราว 22,500 ล้านบาท หรือ 0.11% ของ GDP หากสถานการณ์คลี่คลายเร็วความเสียหายจะอยู่ที่ประมาณ 17,000 ล้านบาท แต่หากน้ำท่วมยืดเยื้ออาจพุ่งถึง 29,500 ล้านบาท หรือ 0.15% ของ GDP ขณะที่กรมการค้าภายในเรียกค้าปลีก วัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ทำความสะอาด และศูนย์บริการรถยนต์ เตรียมสินค้า อะไหล่ และบริการช่าง รองรับความต้องการฟื้นฟูหลังน้ำลด
น้ำท่วมเสียหาย 2.25–2.95 หมื่นล้าน
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินสถานการณ์น้ำท่วมช่วงวันที่ 16 ก.ย.–4 ต.ค. 2569 พบเกิดน้ำท่วมใน 47 จังหวัดและกรุงเทพฯ โดย ณ วันที่ 4 ต.ค. ยังมีพื้นที่ประสบภัย 30 จังหวัดและกรุงเทพฯ รวม 31 พื้นที่ มีระยะเวลาน้ำท่วมเฉลี่ยประมาณ 11 วัน และมีพื้นที่เกษตรได้รับผลกระทบราว 1.66 ล้านไร่ ทั้งนี้ ม.หอการค้าไทยย้ำว่าตัวเลขพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบ ยังไม่ใช่มูลค่าความเสียหายจริงทั้งหมด ซึ่งต้องรอการสำรวจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำหรับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ม.หอการค้าไทยประเมิน กรณีฐาน หากสถานการณ์น้ำท่วมต่อเนื่องประมาณ 14 วัน ระหว่าง 25 ก.ย.–8 ต.ค. 2569 จะสร้างความเสียหายประมาณ 22,500 ล้านบาท หรือ 0.11% ของ GDP หากคลี่คลายเร็ว ความเสียหายจะลดเหลือประมาณ 17,000 ล้านบาท หรือ 0.09% ของ GDP แต่หากยืดเยื้อ ความเสียหายอาจเพิ่มเป็น 29,500 ล้านบาท หรือ 0.15% ของ GDP โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจรวม ไม่ใช่ความเสียหายเฉพาะธุรกิจค้าปลีกหรือบริษัทใดบริษัทหนึ่ง (มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย)
ทั้งนี้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้ประเมินเมื่อ 7 ต.ค. 2569 ว่า ภาคอุตสาหกรรมได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมราว 6,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการประเมินก่อนหน้าที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยมีรายงานผลกระทบต่อกรุงเทพฯ และอีก 14 จังหวัด ตัวเลขนี้เป็นการประเมินเฉพาะภาคอุตสาหกรรมจากอีกหน่วยงานหนึ่ง จึงไม่สามารถนำไปบวกกับประมาณการของ ม.หอการค้าไทยได้โดยตรง (Reuters, 7 ต.ค. 2569)
ตัวเลขดังกล่าวทำให้ระยะหลังน้ำลดมีนัยสำคัญต่อค้าปลีก เพราะความต้องการของผู้บริโภคจะเปลี่ยนจากการซื้อสินค้าเพื่อรับมือสถานการณ์เฉพาะหน้า ไปสู่การซื้อสินค้าเพื่อ ทำความสะอาด ซ่อมแซม และนำบ้านและรถกลับมาใช้งานตามปกติ ซึ่งเป็นตลาดที่เชื่อมโยงโดยตรงกับวัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ทำความสะอาด อะไหล่ และบริการช่าง
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ ณ วันที่ 10 ต.ค. ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าทุกพื้นที่เข้าสู่ระยะฟื้นฟูแล้ว โดยรัฐบาลรายงานเมื่อ 9 ต.ค. ว่า ภาพรวมน้ำท่วมดีขึ้น แต่ยังมีพื้นที่ต้องเร่งระบายน้ำและช่วยเหลือประชาชน ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งระหว่างวันที่ 9–13 ต.ค. รวมถึงภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล ทำให้การฟื้นฟูและการกระจายสินค้าอาจต้องดำเนินควบคู่กับการเฝ้าระวังฝนระลอกใหม่
กรมการค้าภายในเร่ง Retail ตั้งรับ
กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ระบุเมื่อ 8 ต.ค. 2569 ว่า ได้หารือกับผู้ประกอบการเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม โดยขอให้ผู้ประกอบการ ตรึงราคาสินค้าและบริการ บริหารสต๊อกและอะไหล่ให้เพียงพอ เร่งเติมสินค้าและกระจายไปยังพื้นที่ที่มีความต้องการ พร้อมเตรียมช่างและบริการซ่อมแซม รองรับความเสียหายหลังน้ำลก
กลุ่มที่กรมการค้าภายในเรียกหารือครอบคลุมทั้งผู้จำหน่ายวัสดุก่อสร้างและซ่อมแซม เช่น HomePro, DOHOME, Thai Watsadu, MegaHome และ Global House กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ทำความสะอาด รวมถึงกลุ่มศูนย์บริการรถยนต์ เช่น FIT Auto, Cockpit, Tyre Plus, B-Quik, Autoclik และ Autobacs โดยกรมฯ ยังขอให้ผู้ประกอบการพิจารณาส่วนลดสินค้าจำเป็นสำหรับฟื้นฟูบ้าน บริการสำรวจและซ่อมแซมฟรีหรือราคาพิเศษ แคมเปญเก่าแลกใหม่ โปรแกรมผ่อนชำระ และบริการตรวจเช็กรถยนต์ราคาพิเ
กรมการค้าภายใน ระบุเพิ่มเติมว่า จะประสานผู้ประกอบการเพื่อจัดจุดจำหน่ายสินค้าจำเป็นและวัสดุซ่อมแซมบ้านในระดับท้องถิ่น จังหวัด และภูมิภาค ภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” พร้อมติดตามความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด และประสานผู้ประกอบการเพิ่มเติมหากพบความต้องการสินค้า อะไหล่ หรือบริการซ่อมแซมเร่งด่วน โดยกรมฯ ขอให้ประชาชนตรวจสอบราคาและเงื่อนไขบริการก่อนซื้อหรือใช้บริการ และแจ้งสายด่วน 1569 หากพบการจำหน่ายสินค้าไม่เป็นธรรม
เอกชนเริ่มขยับรับ “ตลาดฟื้นฟู”
ภาพการฟื้นฟูเริ่มเห็นจากภาคเอกชน โดย ซีพี แอ็กซ์ตร้า เปิดเผยเมื่อ 5 ต.ค. ว่า ได้ร่วมกับกรุงเทพมหานครระดมพนักงานจิตอาสาทำ Big Cleaning ในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทั้งชุมชนหมู่บ้านสันติคาม ซอยลาดพร้าว 43 และแฟลตคลองจั่น พร้อมสนับสนุนอาหารและน้ำดื่ม โดยพื้นที่หนึ่งครอบคลุมกว่า 100 หลังคาเรือน และสามารถขนย้ายขยะได้มากกว่า 4 คันรถดั๊มพ์
ด้าน โฮมโปรและเมกาโฮม เดินหน้าภารกิจฟื้นฟูบ้านผ่านทีม CHANG HomePro ลงพื้นที่ตรวจเช็กระบบไฟฟ้า–ประปา ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า สำรวจบ้านเพื่อปรับปรุงหรือซ่อมแซม พร้อมส่วนลดค่าอะไหล่และบริการช่าง สะท้อนว่าตลาดหลังน้ำลดไม่ได้มีเพียงการขายสินค้า แต่กำลังขยายไปสู่บริการซ่อมและฟื้นฟูบ้านโดยตรง
ข้อมูลเพิ่มเติมจาก HomePro ไดัเผยแพร่ข้อมูลโครงการ “โฮมโปร-เมกาโฮม ห่วงใย ร่วมใจฟื้นฟูบ้าน” โดยระบุว่าทีม CHANG HomePro ลงพื้นที่ตรวจเช็กระบบไฟฟ้าและประปา พร้อมซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าฟรีในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้ อย่างไรก็ตาม กิจกรรมดังกล่าวเป็นข้อมูลการช่วยเหลือในพื้นที่ภาคใต้
ขณะที่ เซ็นทรัล รีเทล มีธุรกิจฮาร์ดไลน์อย่างไทวัสดุเป็นหนึ่งในธุรกิจหลัก โดยบริษัทระบุว่า ไทวัสดุมี 89 สาขา ใน 52 จังหวัด และทำยอดขายปี 2568 กว่า 43,000 ล้านบาท พร้อมแผนขยายอีก 3–5 สาขาในปี 2569 ทำให้เครือข่ายธุรกิจวัสดุก่อสร้างและงานซ่อมบ้านมีฐานรองรับความต้องการในพื้นที่ต่างจังหวัดจำนวนมาก
โดยเซ็นทรัล รีเทล ระบุในข้อมูลกลยุทธ์ประจำปี 2569 ว่า เตรียมงบลงทุนรวม 16,000–18,000 ล้านบาท พร้อมแผนเปิดสาขาใหม่ในไทยและเวียดนามรวม 22–26 แห่ง และปรับปรุงสาขาเดิมอีก 7 แห่ง ขณะที่ไทวัสดุมีเครือข่าย 89 สาขาใน 52 จังหวัด และยอดขายปี 2568 กว่า 43,000 ล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนขนาดเครือข่ายธุรกิจที่สามารถใช้รองรับความต้องการสินค้าเกี่ยวกับบ้านได้
จาก “ตุนของ” สู่ “ซ่อมบ้าน”
โจทย์ของ Retail หลังน้ำลดจึงกำลังเปลี่ยนจาก การขายของจำเป็นเพื่อรับมือวิกฤต ไปสู่ การขายสินค้าและบริการเพื่อฟื้นฟูชีวิตประจำวัน ตั้งแต่น้ำยาทำความสะอาด เครื่องมือช่าง วัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ไฟฟ้า ปั๊มน้ำ เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงอะไหล่รถยนต์และบริการช่าง
หากใช้ตัวเลขของ ม.หอการค้าไทยเป็นกรอบ มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 22,500 ล้านบาทในกรณีฐาน และอาจขึ้นถึง 29,500 ล้านบาทหากน้ำท่วมยืดเยื้อ สะท้อนว่า “ขนาดของแรงกระแทก” ที่ต้องใช้เวลาและการใช้จ่ายเพื่อฟื้นกลับมา ขณะที่กรมการค้าภายในกำลังผลักให้สินค้าซ่อมแซม อะไหล่ และบริการช่างมีความพร้อมเข้าสู่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
ดังนั้น ตลาดหลังน้ำลดอาจกลายเป็นดีมานด์ระลอกใหม่ของ Retail โดยเฉพาะกลุ่ม Home Improvement เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ทำความสะอาด อะไหล่ และบริการช่าง แต่ทิศทางการฟื้นตัวจะขึ้นอยู่กับความเร็วในการระบายน้ำ การกลับเข้าบ้านของประชาชน และกำลังซื้อหลังเผชิญความเสียหาย ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญว่าจะเปลี่ยน “ความเสียหายจากน้ำท่วม” ให้กลายเป็น “เม็ดเงินฟื้นฟู” ในระบบค้าปลีกได้มากน้อยเพียงใด.