xs
xsm
sm
md
lg

สวนทางที่ปรึกษา! ผลสำรวจชี้นักลงทุนมั่งคั่ง7ปท. ลุยขยายพอร์ตคริปโต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


 นักลงทุนฐานะดีส่วนใหญ่ใน 7 ประเทศเศรษฐกิจใหญ่สุด เลือกถือครองและกำลังเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในคริปโต โดยที่บิตคอยน์ยังคงได้รับความนิยมสูงสุด
ผลสำรวจพบนักลงทุนกระเป๋าหนักส่วนใหญ่ใน 7 ประเทศเลือกถือครองคริปโตและกำลังเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล แม้ที่ปรึกษาทางการเงินยังคงระแวดระวังสินทรัพย์ประเภทนี้อย่างมากก็ตาม

ผลสำรวจล่าสุดจาก CoinShares พบว่า นักลงทุนฐานะดี (Affluent Investor) ส่วนใหญ่ใน 7 ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุด ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลเฉลี่ยประมาณ 10% ของพอร์ตการลงทุน

การสำรวจนี้ครอบคลุมนักลงทุน 2,230 คน ซึ่งแต่ละคนมีสินทรัพย์ที่นำไปลงทุนได้อย่างน้อย 500,000 ดอลลาร์ ในอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สวีเดน และสวิตเซอร์แลนด์ และสัดส่วนการถือครองคริปโตมีตั้งแต่ 54% ในสวีเดน ไปจนถึงราว 70% ในอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี และสวิตเซอร์แลนด์

นักลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลปัจจุบันอย่างน้อย 85% ใน 5 จาก 7 ประเทศ บอกว่า มีแผนเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์นี้ในปีนี้ และตัวเลขนี้สูงถึง 91% ในอเมริกา สหราชอาณาจักร และเยอรมนี

ผลสำรวจยังพบว่า การที่ตลาดคริปโตร่วงแรงเมื่อเดือนก.พ.แทบไม่ได้ทำให้ดีมานด์ของนักลงทุนกลุ่มนี้ลดลงเลย โดยในทั้ง 7 ประเทศ ผู้ตอบแบบสำรวจจำนวนมากกว่าบอกว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้พวกเขามีแนวโน้มลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มขึ้นแทนที่จะลดลง สะท้อนมุมมองระยะยาวที่มีต่อสินทรัพย์ประเภทนี้

เหตุผลหลักที่ผู้ตอบแบบสำรวจเลือกลงทุนในคริปโตคือ การคาดหวังมูลค่าที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว และการกระจายความเสี่ยงของพอร์ต ขณะที่การลงทุนเพื่อเก็งกำไรเป็นเหตุผลอันดับสุดท้าย โดยมีเพียง 6% เท่านั้นที่ระบุว่า ตนเองเป็นนักเทรดระยะสั้น

บิตคอยน์ยังคงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยเฉลี่ย 80% ของผู้ที่ลงทุนในคริปโตถือครอง BTC อย่างไรก็ตาม 89% ของนักลงทุนเหล่านี้ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นด้วย

ผู้ตอบแบบสำรวจ 77% ยังเชื่อว่า บิตคอยน์จะมีบทบาทสำคัญต่อระบบการเงินโลกในอนาคต และ 79% สนับสนุนให้มีการกำกับดูแลตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น

การถือครองคริปโตมีสัดส่วนสูงเป็นพิเศษในกลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่ โดยนักลงทุนกลุ่มนี้มีการจัดสรรเงินลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่านักลงทุนที่อายุมากกว่าในทั้ง 7 ประเทศ และมีสัดส่วนการลงทุนที่สูงกว่าถึงราว 2 เท่าใน 4 ประเทศ

ผลสำรวจยังพบสัญญาณความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันระหว่างนักลงทุนมั่งคั่งกับที่ปรึกษาทางการเงิน โดยนักลงทุนราว 4 ใน 10 ในสวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส อเมริกา และเยอรมนี ที่ใช้บริการที่ปรึกษาทางการเงิน มองว่า ที่ปรึกษาของตนระแวดระวังสินทรัพย์ดิจิทัลมากเกินไป

มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของริก เอเดลแมน ผู้ก่อตั้ง Digital Assets Council of Financial Professionals และ Edelman Financial Engines ที่มองว่า ที่ปรึกษาทางการเงินยังคงปรับตัวเข้าสู่วงการสินทรัพย์ดิจิทัลค่อนข้างช้า และที่ปรึกษาจำนวนมากยังขาดทั้งความรู้และแรงจูงใจที่จะศึกษาเกี่ยวกับสินทรัพย์ประเภทนี้

เขาสำทับว่า ที่ปรึกษาทางการเงินมีลูกค้าที่พึงพอใจเต็มมืออยู่แล้ว จึงไม่มีแรงจูงใจเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ มากนัก แถมยังแทบไม่ได้รับการกระตุ้นหรือการสนับสนุนจากบริษัทต้นสังกัด และบริษัทบางแห่งถึงขั้นห้ามที่ปรึกษาพูดคุยเกี่ยวกับคริปโตหรือเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนเกี่ยวกับคริปโตให้ลูกค้า

ผลลัพธ์คือ ที่ปรึกษาอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ลูกค้าคนไหนถือคริปโตอยู่ และอาจพลาดโอกาสในการให้บริการด้านภาษี การวางแผนมรดก และการวางแผนบริจาคเพื่อการกุศลที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์เหล่านั้น

ทั้งนี้ เอเดลแมนแนะนำให้ลงทุนในคริปโตในสัดส่วนตั้งแต่ 10-40% ขึ้นอยู่กับความสามารถในการรับความเสี่ยงของนักลงทุน โดยพอร์ตที่เน้นความปลอดภัยควรถือคริปโตประมาณ 10%, ราว 25% สำหรับพอร์ตแบบเสี่ยงปานกลาง และ 40% สำหรับพอร์ตเชิงรุก

อย่างไรก็ตาม สัดส่วนการจัดสรรเงินทุนที่เอเดลแมนแนะนำสวนทางอย่างสิ้นเชิงกับกระแสความเคลือบแคลงในวงกว้างเกี่ยวกับการใช้คริปโตเพื่อการออมสำหรับวัยเกษียณ โดยผลสำรวจเมื่อเดือนส.ค.จาก National Institute on Retirement Security พบว่า คนอเมริกัน 77% มองว่า การนำคริปโตเข้าสู่แผนการออมเพื่อการเกษียณของบริษัทมีความเสี่ยง และในจำนวนนี้ 46% คิดว่า คริปโตมีความเสี่ยงสูงมาก

ที่มา: คอยน์เทเลกราฟ