ล้วงปม การบินไทย พิรุธปลด”ชาย เอี่ยมศิริ”พ้นเก้าอี้ซีอีโอ มีกระบวนการปล่อยข่าวล่วงหน้า พ่วงสอบทุจริต จัดซื้อไวน์มูลค่า 800 ล้านบาท แต่หนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์ มติบอร์ดมีแค่ประเด็นกระเป๋าตกค้าง ขณะที่พบข้อมูลจัดซื้อไวน์- แชมเปญ ปี 69 กว่าจำนวน 7 แสนขวด วงเงินอยู่ที่ 180 ล้านบาทเท่านั้น ล่าสุด มีคำสั่งภายใน ปิดปากพนักงานห้ามโพสต์โซเชียล อ้างกระทบภาพลักษณ์ สะพัด”คลัง”เดินเกมยึดอำนาจ ล้างทีมยุคฟื้นฟู ดึงการบินไทยกลับป็นรัฐวิสาหกิจอีกครั้ง
วิกฤตกระเป๋าสัมภาระนับหมื่นใบตกค้าง ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากฝนตกหนักและพื้นที่กทม.มีน้ำท่วมสูง ในช่วงวันที่ 26- 30 ก.ย.2569 ที่ผ่านมา ทำให้พนักงานบริการภาคพื้นของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ออกมาทำงานไม่ได้ตามปกติ ส่งผลทำให้เที่ยวบินล่าช้า มีสินค้าตกค้างในคลังสินค้าจำนวนมาก วันที่ 2 ต.ค. 2569 คณะกรรมการบริษัท การบินไทย ที่มีนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เรียกประชุมนัดพิเศษและมีมติปลด นายชาย เอี่ยมศิริ ออกจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือดีดีการบินไทยฯ โดยให้มีผลทันที พร้อมแต่งตั้งนายสัมฤทธิ์ สำเนียง กรรมการบริษัท ทำหน้าที่รักษาการซีอีโอ
เรื่องปลดซีอีโอ การบินไทย มีข่าวลือออกมาก่อนที่บอร์ดจะมีมติเสียอีกและระบุว่าจะมีการตั้งสอบสวนข้อเท็จจริง 2 เรื่อง คือ การบริหารจัดการกระเป๋าสัมภาระและเที่ยวบินล่าช้า และกรณีมีข้อกล่าวหาจัดซื้อไวน์เพื่อให้บริการบนเที่ยวบิน ประมาณ 860,000 ขวด คิดเป็นมูลค่ากว่า 800 ล้านบาทผ่านผู้จำหน่ายเพียงรายเดียว ไม่โปร่งใส
“ว่ากันว่าบอร์ดอาศัยช่วงชุลมุน ถือโอกาสเชือดซีอีโอ ลูกหม้อที่ทำงานมา 41 ปี ให้เป็นแพะ!!!”
ขณะที่ช่วงเย็นวันที่ 2 ต.ค. 2569 การบินไทยได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์เรื่อง การหยุดปฎิบัติหน้าที่และการแต่งตั้งผู้ปฎิบัติหน้าที่แทนประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และเปลี่ยนแปลงรายชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทการบินไทยฯ โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯครั้งพิเศษวันที่ 2 ต.ค.2569 ได้พิจารณาให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสอบทานกระบวนการในการบริหารจัดการในภาวะวิกฤติเพื่อยกระดับการบริหารงานของบริษัทฯ ซึ่งไม่มีเรื่องจัดซื้อไวน์ แต่อย่างใด
ข้อกล่าวหาทุจริตจัดซื้อไวน์ ทำให้”ชาย เอี่ยมศิริ”ต้องออกมาตอบโต้อย่างตรงไปตรงมาว่า “การจัดซื้อทำตามระเบียบอย่างละเอียดถี่ถ้วน ชี้ทำงานมา 41 ปีไม่เคยมีเรื่องด่างพร้อย เป็น ดีดีที่มีฐานะการเงินด้อยที่สุด ท่าตรวจสอบตลอดเวลา ไม่ใช่เป็นเรื่องที่สื่อมโน...เอาเอง”
@เปิดข้อมูลจัดซื้อแชมเปญ- ไวน์ 7 แสนขวด มูลค่าแค่ 180 ล้านบาท
แหล่งข่าวจาก การบินไทยฯ ระบุว่า การจัดซื้อแชมเปญ ไวน์แดง ไวน์ขาว สำหรับใช้บริการบนเครื่องบินเป็นเวลา 1 ปี ล่าสุดมีจำนวนรวมกันกว่า 7 แสนขวด มูลค่ารวมประมาณ 180 ล้านบาท ข้อมูลที่ถูกบางสื่อนำมาเผยแพร่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ขณะที่ตามระเบียบบริษัทฯ ได้กำหนดขั้นตอนการจัดซื้อ และอำนาจในการพิจารณาอนุมัติไว้อย่างชัดเจน เรื่องนี้ซีอีโอ ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องเป็น10 คน
ต่อมามีข่าวว่าพล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร บอร์ดการบินไทย จะเป็นประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริงจัดซื้อไวน์ แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีคำสั่งออกมา มีแต่หนังสือฉบับร่างส่งต่อให้บางสื่อ
ล่าสุด มีประกาศภายใน ขอความร่วมมือพนักงานทุกคน ระมัดระวังในการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และงดการโพสต์แสดงความคิดเห็น แชร์ หรือเผยแพร่ข้อมูลใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ส่งผลกระทบต่อภาคลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ หรือสร้างความเสียหายต่อบริษัทฯ ตลอดจนบุคคลที่3 และหน่วยงานภายนอก ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
การบินไทยปรับโครงสร้างทุนตามแผนฟื้นฟูกิจการ กระทรวงการคลังยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ แม้จะลดสัดส่วนลงเหลือ 38.90% -ทำให้สถานะการบินไทยไม่ใช่รัฐวิสาหกิจอีก ทำให้บริหารธุรกิจคล่องตัว และไม่มีการแทรกแซงจากภายนอก แต่หลังกระทรวงการคลังเพิ่มจำนวนบอร์ดจาก 11 คนกลับไปสูงสุด 15 คน เท่าที่เคยมีก่อนเข้าฟื้นฟู โดยเป็นเครือข่ายคลังทั้งหมด เหลือชาย เอี่ยมศิริ คนเดียวที่เป็นบอร์ดฟื้นฟูกิจการ โอกาสที่ คลังจะเดินเกมยึดอำนาจ ดึงการบินไทยกลับป็นรัฐวิสาหกิจอีกครั้งก็ไม่ใช่เรื่องยาก