ผู้จัดการรายวัน - ภัยน้ำท่วมทำลายความเชื่อมั่นทั้งภาคเอกชนและผู้บริโภค ส่งผลต่อการจ้างงาน แผนลงทุน และกำลังซื้อที่ชะลอตัว โดยดัชนีความเหมาะสมในการใช้จ่ายปรับตัวลดลงทุกหมวด โดยเฉพาะการซื้อรถใหม่และบ้านใหม่
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย หรือ TCC Confidence Index เดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ 41.2 ลดลงจาก 41.8 ในเดือนสิงหาคม ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ปัจจุบันอยู่ที่ 35.4 จาก 36.0 และความเชื่อมั่นในอนาคตอยู่ที่ 47.1 จาก 47.5 สะท้อนภาคธุรกิจที่ยังเผชิญแรงกดดันจากน้ำท่วม ต้นทุนพลังงาน ค่าครองชีพ และเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า
ปัจจัยสำคัญที่กดความเชื่อมั่นในเดือนกันยายนคือ สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคเหนือ ซึ่งกระทบพื้นที่เศรษฐกิจ ภาคเกษตร การคมนาคม และการดำเนินธุรกิจ ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมพื้นที่เกษตร ส่วนภาคเหนือยังมีต้นทุนการฟื้นฟูหลังน้ำลด
ภาคกลางต้องจับตาความเสี่ยงน้ำท่วมพื้นที่เกษตรริมแม่น้ำเจ้าพระยาและป่าสัก ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเผชิญฝนตกหนักและน้ำท่วมขัง ประกอบกับภาระหนี้ครัวเรือนที่กดดันกำลังซื้อ ส่วนภาคตะวันออก แม้มีแรงหนุนจากคำสั่งซื้ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ไฟฟ้า แต่ยังมีความเสี่ยงจากต้นทุนการผลิตและเศรษฐกิจโลก
ผลกระทบเริ่มสะท้อนออกมาในตัวเลขเศรษฐกิจระดับพื้นที่ โดย 54.2% ของกลุ่มตัวอย่างมองว่าเศรษฐกิจจังหวัดในปัจจุบันแย่ลง ขณะที่ 71.2% มองว่าการลงทุนภาคเอกชนแย่ลง และสูงถึง 83.5% มองว่าสถานการณ์การจ้างงานแย่ลง ส่วนแนวโน้มใน 6 เดือนข้างหน้า 52.8% ยังมองว่าเศรษฐกิจจังหวัดจะแย่ลง
อีกแรงกดดันมาจากต้นทุนพลังงาน โดยสิ้นเดือนกันยายน ราคาดีเซลอยู่ที่ 41.44 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้น 3.05 บาทต่อลิตรจากเดือนก่อน ขณะที่แก๊สโซฮอล 91 และ 95 อยู่ที่ 39.57 และ 39.94 บาทต่อลิตร ตามลำดับ ส่งผลต่อต้นทุนขนส่งและต้นทุนการดำเนินธุรกิจ
ผู้บริโภคถอย CCI ลดครั้งแรกในรอบ 4 เดือน
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ยังได้เปิดเผยถึง ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค หรือ CCI เดือนกันยายน 2569 ด้วยว่า อยู่ที่ 52.1 ลดจาก 53.2 เป็นการปรับตัวลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน โดยดัชนีความเชื่อมั่นปัจจุบันอยู่ที่ 34.8 จาก 36.5 และความเชื่อมั่นในอนาคตอยู่ที่ 60.7 จาก 61.4 สะท้อนความกังวลต่อเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า ค่าครองชีพสูง และความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น
เมื่อแยกองค์ประกอบของความเชื่อมั่น พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจอยู่ที่ 45.1 โอกาสหางาน 50.1 และรายได้ในอนาคต 61.2 ขณะที่ระดับความเชื่อมั่นโดยรวมยังต่ำกว่า 100 สะท้อนว่าผู้บริโภคยังมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจ และส่งผลต่อการตัดสินใจใช้จ่าย
ที่สำคัญยังพบว่า ดัชนีความเหมาะสมในการใช้จ่ายลดลงทุกหมวด โดยความเหมาะสมในการซื้อรถยนต์ใหม่อยู่ที่ 55.4 ซื้อบ้านใหม่ 32.5 ท่องเที่ยว 75.8 และลงทุนทำธุรกิจ 26.6 ขณะที่ดัชนีภาวะค่าครองชีพปัจจุบันอยู่ที่เพียง 18.3 สะท้อนผู้บริโภคที่ยังระมัดระวังการใช้จ่าย โดยเฉพาะรายการที่เป็นภาระก้อนใหญ่หรือผูกพันทางการเงินในระยะยาว
ประเมินน้ำท่วมเสียหาย 2.2–3 หมื่นล้านบาท กระทบ GDP 0.1–0.2%
รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ระบุว่า ประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจจากน้ำท่วมไว้ที่ 22,000–30,000 ล้านบาท และกระทบ GDP ราว 0.1–0.2% ทั้งนี้ ผลกระทบขึ้นอยู่กับพื้นที่เสียหาย ระยะเวลาน้ำท่วม และระยะเวลาฟื้นฟู หากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจกระทบรายได้ภาคเกษตร การขนส่ง ค้าปลีก การท่องเที่ยว และการจ้างงานเพิ่มเติม
หากน้ำท่วมคลี่คลายในเดือนตุลาคมและไม่มีปัจจัยลบใหม่ การบริโภคและการท่องเที่ยวคาดว่าจะทยอยฟื้นตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน 2569 โดยเฉพาะการเดินทางและการใช้จ่ายช่วงปลายปี ขณะที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เติบโต 2.2–2.5% จากแรงสนับสนุนของมาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส” การคง VAT 7% การส่งออกที่ยังขยายตัว และฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี
ภาพรวมสะท้อนว่าน้ำท่วมกระทบต่อเนื่องตั้งแต่การจ้างงาน การลงทุน รายได้ผู้ประกอบการ และต้นทุนขนส่ง ไปจนถึงกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยกลางเดือนพฤศจิกายนจะเป็นจุดวัดสำคัญว่า ความเชื่อมั่นจะฟื้นตัวเพียงใด และเงินที่ชะลอจากการซื้อบ้าน การลงทุน และสินค้ามูลค่าสูงจะกลับเข้าสู่ตลาดค้าปลีก–FMCG และการท่องเที่ยวปลายปีหรือไม่.