xs
xsm
sm
md
lg

“พีดีเฮ้าส์” ฟอร์มดี Q3/69 ยอดจองโต40% ชี้อานิสงส์ตลาดต่างชาติ-บ้านหรูหนุน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


จิราภา สุวรรณสุต
“พีดีเฮ้าส์” โชว์ฟอร์มไตรมาส 3/2569 ยอดจองสร้างบ้าน “พีดีเฮ้าส์–เอคิวโฮม” โต 38% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า รับแรงหนุนตลาดบ้านระดับบนและกำลังซื้อกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่มีคู่สมรสเป็นชาวไทย ขณะที่สัดส่วนลูกค้ากลุ่มนี้พุ่งแตะ 35% ของยอดจองรวม เดินหน้าส่งแบบบ้านใหม่ 6 แบบ เจาะตลาดต่างชาติ–บ้านเพื่อการอยู่อาศัยระยะยาว พร้อมจับตาน้ำท่วมเป็นปัจจัยเร่งการตัดสินใจสร้างบ้านใหม่ในไตรมาส 4


นางสาวจิราภา สุวรรณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีดีเฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้บริหารแบรนด์และมาตรฐานและศูนย์รับสร้างบ้าน พีดีเฮ้าส์ และ เอคิวโฮม กล่าวว่า ยอดจองสร้างบ้านในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าครึ่งปีแรก สอดรับกับการประเมินก่อนหน้านี้ของสมาคมไทยรับสร้างบ้าน โดยผลการดำเนินงานล่าสุดของบริษัทฯ ในช่วงไตรมาส 3 ประจำปี 2569 (ก.ค. – ก.ย.) สามารถสร้างการเติบโตอย่างโดดเด่น มียอดจองสร้างบ้านรวมภายใต้แบรนด์ “พีดีเฮ้าส์” (PD House) และ “เอคิวโฮม” (AQ Home) เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 38% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ที่ผ่านมา และขยายตัวถึง 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ ยังพบการเปลี่ยนแปลงสำคัญในเชิงโครงสร้างกลุ่มลูกค้า โดยสัดส่วนลูกค้ากลุ่มชาวต่างชาติที่มีคู่สมรสเป็นคนไทย ขยับขึ้นมาครองสัดส่วนสูงถึง 35% ของยอดจองสร้างบ้านรวมในปี 2569 นี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในมาตรฐานการก่อสร้าง และความไว้วางใจในการเลือกใช้บริการ เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยระยะยาวในประเทศไทยโดย ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกสร้างบ้านกับแบรนด์ พีดีเฮ้าส์ และ เอคิวโฮม มาจากจุดแข็ง 3 ประการหลัก คือ

 1.มีศูนย์รับสร้างบ้านบริการครอบคลุมทั่วประเทศ: ความพร้อมของสาขาให้บริการทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ช่วยอำนวยความสะดวกในการให้บริการและการควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างได้อย่างใกล้ชิดและมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

2.ตอบโจทย์กลุ่มตลาดระดับบน: กลุ่มลูกค้านิยมเลือกสร้างบ้านในระดับราคาสูงและคุ้มค่า ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อแข็งแกร่งและมีความพร้อมในการลงทุนเพื่อที่อยู่อาศัยคุณภาพ 

3.นวัตกรรมการออกแบบบ้านเพื่อสุขภาวะและทุกวัย (Multi-Generational Living): การพัฒนาแบบบ้านที่ให้ความสำคัญเรื่องสุขอนามัย ความปลอดภัย และการอยู่อาศัยร่วมกันของสมาชิกหลากหลายเจเนอเรชันผสานเข้ากับการสื่อสารการตลาดดิจิทัลผ่านสื่อโซเชียลที่สามารถเข้าถึงและตอบโจทย์พฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด


สำหรับทิศทางธุรกิจในไตรมาส 4/2569 บริษัทฯ ประเมินว่าความต้องการสร้างบ้านยังคงมีแรงส่งอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสถานการณ์อุทกภัยและน้ำท่วมขังที่สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนในหลายพื้นที่ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งอาจกลายมาเป็นตัวเร่งให้ผู้ประสบภัยหันมาพิจารณาเลือกทำเลใหม่ที่ปลอดภัยจากน้ำท่วมและตัดสินใจปลูก

สร้างบ้านหลังใหม่ทดแทน นอกจากนี้บริษัทฯ เตรียมเปิดตัวแบบบ้านใหม่ จำนวน 6 แบบ ภายใต้แบรนด์ พีดีเฮ้าส์ รูปแบบบ้านชั้นเดียว ที่มีฟังก์ชันครบรองรับการใช้ชีวิตที่สะดวกสบาย ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ รวมถึงผู้ที่มองหาที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยในระยะยาว

"อย่างไรก็ตาม ความท้าทายในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีว่า สิ่งที่ต้องติดตามและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดคือ ทิศทางราคาพลังงานและต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาบ้านจำเป็นต้องปรับตัวตามสถานการณ์ต้นทุนจริงในอนาคต อันจะส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ประกอบการและภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค ทั้งนี้ พีดีเฮ้าส์ ยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษามาตรฐานการส่งมอบบ้านที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าทุกหลัง"นางสาวจิราภา กล่าว