มาสด้า ย้ำชัด ไทยยังเป็นฐานการผลิตสำคัญ หลังทุ่มลงทุนใหม่อีก 7,400 ล้านบาท ประกอบ B-SUV เทคโนโลยี Mild-Hybrid ส่งขายทั่วอาเซียนและญี่ปุ่น พร้อมพัฒนา EV ของตัวเอง

โทรุ นากาจิม่า Senior Executive Officer มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญแห่งหนึ่งของมาสด้าสำหรับภูมิภาคอาเซียน โดยมีการลงทุนเพิ่มมูลค่า 7,400 ล้านบาท เพื่อประกอบรถยนต์รุ่นใหม่แบบ B-SUV ที่ใช้เทคโนโลยี ไมลด์ ไฮบริด
“อยากให้รัฐบาลไทย ออกกฎเกณฑ์ที่ทำให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม และสนับสนุนให้มีการลงทุนที่เหมาะสม โดยทางมาสด้า ได้ใช้ฐานการผลิตที่ประเทศไทย ในการประกอบรถ B-SUV เพื่อส่งออกไปขายทั่วภูมิภาคอาเซียนและส่งกลับไปขายที่ญี่ปุ่นด้วย มีกำลังการผลิต 100,000 คันต่อปี”
การที่รถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนเข้ามาทำตลาดส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์โดยรวม ซึ่งมาสด้าเองกำลังพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าของตัวเองอยู่ โดยไม่ปิดโอกาสในการที่จะประกอบรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย แต่ปัจจุบันยังไม่มีแผนการดำเนินงานดังกล่าว

ด้าน ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า B-SUV รุ่นใหม่ มีกำหนดเปิดตัวในช่วงปี 2570 โดยวางแผนการผลิตสำหรับตลาดอาเซียน 60,000 คัน/ปี และอีก 40,000 คัน จะส่งไปป้อนตลาดญี่ปุ่น
สำหรับ การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ ขอรอดูความชัดเจนว่ารัฐบาลจะประกาศออกมาอย่างไร ทางบริษัทฯ พร้อมปรับตัวตามนโยบาย สัดส่วนยอดขายของรถนำเข้ามาสด้ามีเพียงเล็กน้อย ส่วนใหญ่เป็นรถประกอบในประเทศเป็นหลัก ซึ่ง 60% เป็นมาสด้า2 รองลงมาเป็น CX-3 และ CX-30 โดยปิกอัพ BT-50 มีสัดส่วนเพียง 5% ของยอดขายรวมของมาสด้า

อย่างไรก็ตาม แม้ปิกอัพจะขายได้น้อย แต่จะยังไม่เลิกทำตลาด เนื่องจากด้วยเงื่อนไขที่เป็นหุ้นส่วนกันระหว่างมาสด้ากับอีซูซุ ทำให้ยังสามารถขายได้ต่อไปเรื่อยๆ
ขณะที่ ตลาดรวมรถยนต์คาดว่าจะอยู่ที่ 690,000 คัน เป้าหมายการขายรถยนต์ของมาสด้า ในปีนี้ 8,000 คัน เติบโต 8% ดีลเลอร์ มีทั้งสิ้น 80 โชว์รูม มาสด้า 6e ส่งมอบไปแล้ว 1,500 คัน ล่าสุดเปิดตัวมาสด้า CX-6e พร้อมตั้งเป้าจำหน่าย 2,000 คันภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2570 มีรถพร้อมส่งมอบทันที
โทรุ นากาจิม่า Senior Executive Officer มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญแห่งหนึ่งของมาสด้าสำหรับภูมิภาคอาเซียน โดยมีการลงทุนเพิ่มมูลค่า 7,400 ล้านบาท เพื่อประกอบรถยนต์รุ่นใหม่แบบ B-SUV ที่ใช้เทคโนโลยี ไมลด์ ไฮบริด
“อยากให้รัฐบาลไทย ออกกฎเกณฑ์ที่ทำให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม และสนับสนุนให้มีการลงทุนที่เหมาะสม โดยทางมาสด้า ได้ใช้ฐานการผลิตที่ประเทศไทย ในการประกอบรถ B-SUV เพื่อส่งออกไปขายทั่วภูมิภาคอาเซียนและส่งกลับไปขายที่ญี่ปุ่นด้วย มีกำลังการผลิต 100,000 คันต่อปี”
การที่รถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนเข้ามาทำตลาดส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์โดยรวม ซึ่งมาสด้าเองกำลังพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าของตัวเองอยู่ โดยไม่ปิดโอกาสในการที่จะประกอบรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย แต่ปัจจุบันยังไม่มีแผนการดำเนินงานดังกล่าว
ด้าน ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า B-SUV รุ่นใหม่ มีกำหนดเปิดตัวในช่วงปี 2570 โดยวางแผนการผลิตสำหรับตลาดอาเซียน 60,000 คัน/ปี และอีก 40,000 คัน จะส่งไปป้อนตลาดญี่ปุ่น
สำหรับ การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ ขอรอดูความชัดเจนว่ารัฐบาลจะประกาศออกมาอย่างไร ทางบริษัทฯ พร้อมปรับตัวตามนโยบาย สัดส่วนยอดขายของรถนำเข้ามาสด้ามีเพียงเล็กน้อย ส่วนใหญ่เป็นรถประกอบในประเทศเป็นหลัก ซึ่ง 60% เป็นมาสด้า2 รองลงมาเป็น CX-3 และ CX-30 โดยปิกอัพ BT-50 มีสัดส่วนเพียง 5% ของยอดขายรวมของมาสด้า
อย่างไรก็ตาม แม้ปิกอัพจะขายได้น้อย แต่จะยังไม่เลิกทำตลาด เนื่องจากด้วยเงื่อนไขที่เป็นหุ้นส่วนกันระหว่างมาสด้ากับอีซูซุ ทำให้ยังสามารถขายได้ต่อไปเรื่อยๆ
ขณะที่ ตลาดรวมรถยนต์คาดว่าจะอยู่ที่ 690,000 คัน เป้าหมายการขายรถยนต์ของมาสด้า ในปีนี้ 8,000 คัน เติบโต 8% ดีลเลอร์ มีทั้งสิ้น 80 โชว์รูม มาสด้า 6e ส่งมอบไปแล้ว 1,500 คัน ล่าสุดเปิดตัวมาสด้า CX-6e พร้อมตั้งเป้าจำหน่าย 2,000 คันภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2570 มีรถพร้อมส่งมอบทันที