xs
xsm
sm
md
lg

โตโยต้าเจอพิษน้ำท่วม 3 โรงงานหยุดผลิต กระทบ 3 หมื่นคัน “ศุภจี”สั่งเร่งช่วยซัปพลายเออร์ ชงรัฐเว้นภาษีเครื่องจักร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



โตโยต้าเผย 3 โรงงานต้องหยุดผลิตชั่วคราวจากสถานการณ์น้ำท่วม กระทบการผลิต 3 หมื่นคัน เตรียมเข้าช่วยซัปพลายเออร์ และวางแผนเร่งผลิตส่งมอบลูกค้า “ศุภจี”กำชับอุตสาหกรรมเร่งช่วยเหลือซัปพลายเออร์ พร้อมนำเรื่องเสนอระดับนโยบาย เว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร ลดหย่อนภาษีซ่อมแซมฟื้นฟูเครื่องจักร

นายสมคิด ประดิษฐกำจรชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้โตโยต้าได้ประกาศหยุดสายการผลิตชั่วคราวในโรงงาน 3 แห่ง ได้แก่ สำโรง เกตเวย์ และบ้านโพธิ์ เนื่องจากซัปพลายเออร์ประมาณ 14 รายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ถูกน้ำท่วมขังสูงถึง 50–70 เซนติเมตร (ซม.) จนไม่สามารถผลิตและจัดส่งชิ้นส่วนสำคัญอย่างพรมและถุงลมนิรภัยได้ ส่งผลกระทบให้ต้องปรับแก้ปัญหาด้วยการเร่งนำเข้าชิ้นส่วนบางประเภทจากญี่ปุ่นและเวียดนามเป็นการชั่วคราว

ทั้งนี้ จากการหยุดสายการผลิตดังกล่าว ส่งผลให้ยอดการผลิตรถยนต์ค้างสะสมตามแผนประเมินความเสียหายพุ่งสูงถึง 30,000 คัน ซึ่งกระทบต่อการจำหน่ายทั้งในประเทศและสัดส่วนการส่งออก โดยเบื้องต้นโรงงานสำโรงและเกตเวย์ต้องหยุดการผลิตจนถึงวันที่ 10 ต.ค.2569 ส่วนโรงงานบ้านโพธิ์คาดว่าจะต้องหยุดยาวถึงวันที่ 18 ต.ค.2569 ซึ่งบริษัทกำลังวางแผนฟื้นฟูเป็น 2 ระยะ คือ การเร่งช่วยซัปพลายเออร์กลับมาเปิดโรงงาน และการวางแผนเพิ่มกำลังการผลิตเร่งด่วนเพื่อส่งมอบรถให้ลูกค้า


นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตรถยนต์โตโยต้า สำโรง จ.สมุทรปราการ ว่า มาติดตามผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมต่อภาคการผลิตและการส่งออก และต้องการรับฟังแนวทางการรับมือผลกระทบจากภัยน้ำท่วมและสิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือ เพื่อให้ระบบการผลิต การขนส่ง การค้า และการส่งออกสามารถเดินหน้าต่อไปได้ และไม่ให้ผลกระทบขยายวงกว้าง

โดยได้รับรายงานว่ากรณีโตโยต้า โรงงานทั้ง 3 แห่ง ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโดยตรง แต่การผลิตได้รับผลกระทบจากผู้ผลิตชิ้นส่วนหรือซัปพลายเออร์ในห่วงโซ่การผลิตบางส่วนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำ ทำให้ไม่สามารถส่งชิ้นส่วนเข้าสู่กระบวนการผลิตได้ตามปกติ จึงได้กำชับกระทรวงอุตสาหกรรมให้ติดตามทั้งระบบว่ามีโรงงานหรือซัปพลายเออร์จุดใดได้รับผลกระทบ มีวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนใดที่อาจกลายเป็นคอขวด และภาครัฐสามารถเข้าไปช่วยประสานหรือแก้ข้อจำกัดในจุดใดได้บ้าง เพื่อให้การผลิตกลับมาดำเนินการได้เร็วที่สุด

สำหรับแนวทางระยะสั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะ เพื่อตรวจสอบปัญหาของซัปพลายเออร์ที่ไม่สามารถส่งชิ้นส่วนเข้าสู่กระบวนการผลิตได้ รวมทั้งประสานนิคมอุตสาหกรรมและฐานการผลิตสำคัญในพื้นที่อื่น เพื่อรวบรวมข้อมูลผลกระทบและพิจารณาแนวทางช่วยเหลือให้ตรงกับปัญหา โดยการติดตามจะไม่จำกัดเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่จะครอบคลุมอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เห็นสถานการณ์ตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่โรงงาน การขนส่ง คลังสินค้า การกระจายสินค้า ไปจนถึงตลาดทั้งในและต่างประเทศ

ส่วนแนวทางระยะยาว จะนำข้อเสนอของผู้ประกอบการไปพิจารณาในระดับนโยบาย ทั้งการขอให้ภาครัฐพิจารณายกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับเครื่องจักร อุปกรณ์ และอะไหล่ที่จำเป็นต้องนำเข้ามาเพื่อซ่อมแซมโรงงานที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และการพิจารณาลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมสำหรับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและฟื้นฟูเครื่องจักรและโรงงาน เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินการผลิตได้ตามปกติโดยเร็ว โดยข้อเสนอดังกล่าวจะนำไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป และยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา และยังมีแนวคิดให้สถานประกอบการใช้ช่วงที่จำเป็นต้องหยุดการผลิตชั่วคราวในการพัฒนาทักษะพนักงาน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการกลับมาเร่งการผลิตเมื่อการส่งชิ้นส่วนเข้าสู่โรงงานกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และนำแนวทางดังกล่าวไปเป็นตัวอย่างให้โรงงานอุตสาหกรรมอื่นสามารถปรับตัวในช่วงที่ได้รับผลกระทบได้

“การเป็นทัพหลัง ไม่ได้หมายถึงรอให้ปัญหาเกิดแล้วค่อยแก้ แต่ต้องมองให้ครบทั้งระบบว่าจุดไหนมีความเสี่ยง จุดไหนต้องเข้าไปช่วย และจุดไหนที่ยังเดินได้ดี เราต้องทำให้เดินต่อ เพื่อให้ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การผลิต และการส่งออกของประเทศเกิดขึ้นน้อยที่สุด”นางศุภจีกล่าว