xs
xsm
sm
md
lg

กกร. หนุนแผนพัฒนาฯ ฉบับ 14 ยกระดับเป้า ศก.ไทยโตเหนือ 3%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กกร. หนุนแผนพัฒนาฯ ฉบับ 14 ยกระดับเป้า ศก.ไทยโตเหนือ 3% สอดรับกับ 7 กลุ่มธุรกิจภายใต้ Reinvent Thailand และข้อเสนอของธนาคารโลก พร้อมเร่งขับเคลื่อนกลไก 3 ระยะ เพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า ภาครัฐและภาคเอกชน มีทิศทางสอดคล้องกันในการยกระดับเศรษฐกิจไทย โดยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ 14 ตั้งเป้าให้เศรษฐกิจเติบโตไม่ต่ำกว่า 3% ต่อปี และ GDP ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ขยายตัว 5.5% ซึ่งสอดรับกับ 7 กลุ่มธุรกิจภายใต้ Reinvent Thailand และข้อเสนอของธนาคารโลก

โดย กกร. พร้อมร่วมขับเคลื่อนผ่านกลไก กรอ. ใน 3 ระยะ ได้แก่

- Stabilize Today แก้ปัญหาเร่งด่วน และปลดล็อกอุปสรรค
- Transition Now เร่งการปรับตัวสู่เทคโนโลยี และมาตรฐานใหม่
- Invest for Tomorrow ลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทักษะ และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

นายพจน์ กล่าวถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ยังปรับตัวสูงขึ้น ว่า ราคาน้ำมันดิบยังปรับตัวสูงขึ้น แม้ว่า supply จากตะวันออกกลางจะกลับมาใกล้เคียงระดับก่อนความขัดแย้ง สะท้อนความเปราะบางในตะวันออกกลาง และน้ำมันสำรองที่อยู่ในระดับต่ำ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายนที่ 95 มาอยู่ที่ 102 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ขณะที่ตลาดการเงิน ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวสหรัฐ 30 ปี แตะระดับ 5% สูงสุดในรอบ 20 ปี ตามความกังวลฐานะการคลังสหรัฐฯ และการเร่งระดมทุนของกลุ่ม Hyperscaler ส่งผลให้พันธบัตรระยะยาวหลายประเทศ รวมทั้งไทย ในเดือนกันยายน ปรับเพิ่มขึ้น กระทบต่อต้นทุนการกู้ยืมภาคเอกชน และค่าเงินบาทเสี่ยงอ่อนค่า

อย่างไรก็ดี ที่ประชุม กกร.ในเดือนต.ค.นี้ ยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยไว้เท่ากับรอบการประชุมเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา โดยคาดว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ปีนี้ จะเติบโตได้ 2.1-2.5% ส่วนมูลค่าการส่งออก ขยายตัวได้ 12-16% และอัตราเงินเฟ้อ อยู่ที่ 2.5-3.0%

พร้อมกันนี้ ที่ประชุม กกร. ยังเห็นควรว่า รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขปัญหาการขนส่งสินค้าทางอากาศ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เนื่องจากการขนส่งสินค้าทางอากาศ มีมูลค่าประมาณ 2.42 ล้านล้านบาท หรือราว 1 ใน 3 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด แต่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยังประสบปัญหาความแออัด ขณะที่อุทกภัยยิ่งส่งผลให้เที่ยวบินล่าช้า และถูกยกเลิก รวมถึงมีผู้โดยสาร และสัมภาระตกค้างเป็นจำนวนมาก

สนามบิน เป็นประตูด่านแรกที่ผู้เดินทางสัมผัสเมื่อมาถึงประเทศไทย ปัญหาการให้บริการที่ติดขัด จึงอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศเพิ่มขึ้น และในช่วงที่ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปี IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ดังนั้น รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงควรเร่งบูรณาการและแก้ไขปัญหา เพื่อให้การเดินทางและการให้บริการกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว นายพจน์ ระบุ