ผู้จัดการรายวัน - ตลาดไก่ทอดแข่งเดือด เจ้าตลาด KFC เดินหน้าอัดงบการตลาดหลายร้อยล้านบาท สูงกว่าปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ ส่งโปรโมชันและเมนูใหม่ต่อเนื่อง พร้อมเก็บทุกทำเลเพื่อขยายสาขา ไม่หวั่นน้ำท่วม ตั้งเป้าสิ้นปี 2569 แตะ 1,266 แห่งทั่วประเทศ ก่อนเปิดเพิ่มอีก 40-50 สาขาในปี 2570 ล่าสุดรีเฟรชภาพลักษณ์แบรนด์ครั้งใหญ่ ขณะที่กระแสข่าวซื้อขายสิทธิ์แฟรนไชส์ที่เกี่ยวข้องกับไทยเบฟเวอเรจ ผู้บริหาร KFC ระบุว่ายังไม่มีการพูดคุยในประเด็นดังกล่าว
นางสาวศศิพินทุ์ จันทรศักดิ์ General Manager KFC ประเทศไทย เปิดเผยว่า KFC ยังคงเดินหน้าตามแผนการเติบโตระยะยาว แม้ต้องเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ โดยปัจจุบันมีสาขา 1,242 แห่งทั่วประเทศ ตั้งเป้าเปิดเพิ่มอีก 24 สาขา เพื่อให้ครบ 1,266 สาขาภายในสิ้นปี 2569 และเตรียมขยายเพิ่มอีก 40-50 สาขาในปี 2570
“แต่ละปีเคเอฟซีจะมีการขยายสาขาเพิ่มปีละประมาณ 40 ถึง 50 สาขาอยู่แล้ว ซึ่งใช้ทุกโมเดลที่มี โดยการขยายสาขาดำเนินการผ่านแฟรนไชส์ซีหลัก 3 ราย ได้แก่ บริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (QSA) บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) และบริษัท เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (RD) ครอบคลุมทั้งร้านในศูนย์การค้า ร้าน Standalone ร้านนอกห้าง และ Drive-thru ในพื้นที่เดินทางหรือ Transit Area โดยพิจารณาศักยภาพของแต่ละทำเล”
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วม KFC ติดตามความเคลื่อนไหวในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงาน หากสาขาใดมีความเสี่ยงจะพิจารณาปิดให้บริการชั่วคราวตามความเหมาะสม ขณะที่แผนขยายสาขายังคงเดินหน้าตามเป้าหมายเดิม
ด้านการตลาด KFC เตรียมใช้งบประมาณระดับหลายร้อยล้านบาทในปี 2569 สูงกว่าปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ โดยให้น้ำหนักกับแคมเปญการตลาด การเปิดตัวเมนูใหม่ และโปรโมชันกระตุ้นการซื้อที่มีต่อเนื่องเกือบทุกเดือน รวมถึงการเลือกใช้พรีเซนเตอร์และแบรนด์แอมบาสเดอร์ในบางแคมเปญให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายและบุคลิกของแบรนด์
ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นในตลาดอาหารบริการด่วน (QSR) โดยเฉพาะตลาดไก่ทอดที่มีผู้เล่นใหม่เข้ามา KFC เร่งยกระดับ Brand Asset ตั้งแต่ภาพลักษณ์ผู้พันแซนเดอร์ส โลโก้ บักเก็ต ไปจนถึงการออกแบบร้านและสื่อการตลาด เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัย เข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ และรักษาความได้เปรียบของแบรนด์ที่อยู่ในตลาดไทยมานานกว่า 42 ปี
ปัจจุบัน KFC ระบุว่าครองส่วนแบ่งตลาด 56% ในตลาด QSR รวมของไทย และยอดขายสาขาเดิม (SSSG) รวมถึงยอดขายรวมในปีนี้ยังเติบโตเป็นบวก โดยใช้กลยุทธ์ความคุ้มค่า (Value for Money) แทนการแข่งขันด้วยการตัดราคา มีเมนูมื้อเดี่ยวราคาเริ่มต้น 59 บาท และชุดอาหารสำหรับรับประทานร่วมกันเฉลี่ยประมาณ 199 บาท สำหรับ 3-4 คน เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้หลากหลายโอกาส
นางสาวศศิพินทุ์ กล่าวว่า การก้าวเข้าสู่ KFC New Era ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการปรับภาพลักษณ์ แต่เป็นการยกระดับประสบการณ์ในทุกมิติ ตั้งแต่เมนู ร้านค้า การบริการ ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยแบรนด์ยังคงเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับโอกาสการเติบโตในตลาดไทย
ล่าสุด KFC เปิดตัวสาขาสยามเซ็นเตอร์เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ในฐานะสาขาต้นแบบแห่งแรกของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด Quality Experience Restaurant (QXR) ที่ต่อยอดจากรูปแบบร้านอาหารบริการด่วน (QSR) โดยผสานความสะดวกและรวดเร็วเข้ากับประสบการณ์การรับประทานอาหารและการบริการที่ใส่ใจลูกค้ามากขึ้น รูปแบบร้านประกอบด้วยตู้สั่งอาหาร Kiosk พนักงานต้อนรับ Lobby Host และบริการ Just Pick Up เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการใช้บริการ พร้อมปรับดีไซน์ร้านและยูนิฟอร์มพนักงานให้ทันสมัย และต่อยอดแบรนด์สู่สินค้าไลฟ์สไตล์คอลเลกชันลิมิเต็ด อิดิชัน
ด้านเมนู KFC ชูแนวคิด Modern Menu โดยให้ความสำคัญกับไก่ไม่มีกระดูก (Boneless) และเปิดโอกาสให้ลูกค้าปรับแต่งรสชาติผ่านการคลุกผงปรุงรส (Season It) การดังก์ซอส (Dunk It) และการดิปซอส (Dip It) พร้อมรสชาติใหม่ อาทิ Smoky BBQ, Seoul Hot, New Jai Ded, Garlic Parmesan, White Truffle และ Zabb Spicy รวมถึงดิปซอสใหม่อีก 5 รสชาติ ตลอดจนเมนูที่ตอบโจทย์การรับประทานระหว่างวัน เช่น Scoop Fries และ Matcha Mochi Egg Tart เพื่อเพิ่มทางเลือกและสร้างโอกาสในการบริโภคให้หลากหลายขึ้น
สำหรับช่องทางจำหน่าย สาขาสยามเซ็นเตอร์เตรียมเปิดให้บริการเดลิเวอรีผ่าน Grab แบบเอ็กซ์คลูซีฟตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เป็นเวลา 3 เดือน และผ่าน KFC Application เช่นกัน
นางสาวภัทรา ภัทรสุวรรณ รองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด KFC ประเทศไทย กล่าวว่า การพัฒนาเมนูและประสบการณ์ใหม่เกิดจากความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ต้องการทั้งความอร่อย ความหลากหลาย และทางเลือกที่สะท้อนตัวตน
ขณะที่นางสาวอรณัฐร์ ผกาภรณ์รัตน์ กรรมการผู้จัดการ QSA กล่าวว่า สาขาสยามเซ็นเตอร์เป็นต้นแบบของการผสานเทคโนโลยีเข้ากับการบริการที่อบอุ่น โดย QSA ดูแลสาขา KFC มากกว่า 550 แห่งในประเทศไทย และพร้อมเดินหน้ายกระดับมาตรฐานร้านอย่างต่อเนื่อง
อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือกระแสข่าวการปรับพอร์ตธุรกิจหรือซื้อขายสิทธิ์แฟรนไชส์ KFC ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มไทยเบฟเวอเรจ ซึ่ง QSA เป็นหนึ่งในแฟรนไชส์ซีรายใหญ่ของ KFC ประเทศไทย โดยนางสาวศศิพินทุ์ ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มีการพูดคุยกับไทยเบฟในประเด็นดังกล่าว และการดำเนินงานร่วมกับแฟรนไชส์ซีทั้ง 3 รายยังเป็นไปตามปกติ.