ทีทีบี มุ่งมั่นตามแนวคิด Make REAL Change เพื่อสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทยทั้งวันนี้และอนาคต เดินหน้าสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคมต่อเนื่อง ผ่านโครงการ “รุ่นพี่การเงิน” รวมพลังอาสาสมัครทีทีบีส่งต่อความรู้และปลูกฝังทักษะทางการเงิน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเยาวชนไทยในระดับมัธยมศึกษา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กรในการจุดประกายการ “ให้” คืนสู่สังคม
เพราะ “ความรู้ทางการเงิน” เป็นทักษะชีวิต (Life Skills) ที่สำคัญยิ่งในโลกปัจจุบัน การเริ่มต้นอย่างถูกต้องตั้งแต่วัยเรียนรู้จะช่วยให้การดำเนินชีวิตของเด็กและเยาวชนมีความมั่นคงในอนาคต โครงการ “รุ่นพี่การเงิน” ใช้แนวคิด “พี่สอนน้อง” เปลี่ยนความรู้เป็นเรื่องสนุกและเข้าถึงง่าย เน้นใช้บอร์ดเกมการเงินเป็นสื่อกลาง โดยการดำเนินโครงการมีผลลัพธ์ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมในหลายมิติให้กับเยาวชนที่ผ่านการอบรมแล้วกว่า 800 คน
ไม่เพียงเท่านั้น “รุ่นพี่การเงิน” ยังเปิดโอกาสให้อาสาสมัครทีทีบีทั้งที่เป็น Passionate และ Talent กว่า 200 คนได้ทำประโยชน์เพื่อสังคม ตามแนวคิด Make REAL Change สร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายให้กับเด็กและเยาวชน ผ่านบทบาท “รุ่นพี่” ทำหน้าที่ส่งต่อประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญและความรู้การเงินเบื้องต้น ตลอดจนแรงบันดาลใจ
นายวชิระพันธ์ เฮงไปล่ หรือ นน อาสาสมัครทีทีบี แบ่งปันมุมมองว่า สมัครเข้าร่วมโครงการเพราะมองว่า “ความรู้ทางการเงินเป็นพื้นฐานที่ควรปลูกฝังให้เยาวชน โดยเห็น Pain Point ของคนรอบข้างที่ขาดความรู้เรื่องบริหารจัดการเงิน จึงอยากเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ในสังคม โดยนำความรู้และประสบการณ์ในการทำงานมาส่งต่อให้กับน้อง ซึ่งวิธีการสอนจะย่อยเนื้อหาให้เข้าใจง่ายและปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับวัยที่ส่วนใหญ่เป็นเด็กชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยภาพรวมมองว่าเด็กมีความตั้งใจและเรียนรู้ได้เร็ว
ยินดีมากที่ได้มาเป็นรุ่นพี่การเงิน กิจกรรมนี้ไม่มี KPI เป็นจิตอาสาล้วนๆ ผมสมัครเข้ามาเองเป็น Passionate ไม่ได้คิดว่าเป็นภาระนอกเหนือจากการทำงาน เพียงแต่เราต้องรู้จักบริหารจัดการเวลาให้ดี เพื่อไม่ให้กระทบต่อ Performance ในการทำงานหลัก ยิ่งได้เห็นความน่ารักของน้อง ๆ ก็เป็นการฮีลใจจากเรื่องเครียด ๆ ได้ และยังได้รับพลังบวกจากน้อง ๆ ที่พร้อมจะเรียนรู้ อีกทั้งเป็นการ Remind ให้เห็นว่า เราสามารถเรียนรู้สิ่งที่รู้อยู่แล้วได้ใหม่ไปพร้อมกับน้อง ๆ”
อีกหนึ่งมุมมองจากนางสาวญาณกร รัตคาม หรือ วิว อาสาสมัครทีทีบี กลุ่ม Talent สะท้อนว่า “การเป็น “ผู้ให้” ถือเป็นหนึ่งทักษะสำคัญของ Talent นอกเหนือจากความรู้และความสามารถในการทำงาน โดยรุ่นพี่การเงินเป็นกิจกรรมที่ถูกออกแบบมาให้เราเข้าไปเรียนรู้ ซึ่งการได้นำความรู้และความเชี่ยวชาญมาถ่ายทอดให้เด็ก ๆ รวมถึงเห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ทำให้รู้สึกอิ่มใจและมีความสุข ดีใจที่ได้ใช้โอกาสนี้ส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้กับผู้อื่น และได้สัมผัสความหมายของการเป็นผู้ให้อย่างแท้จริง
จากการลงพื้นที่วัดเล่งเน่ยยี่ให้ความรู้ทางการเงินกับน้องเณร ซึ่งมีบริบทและรูปแบบการใช้เงินแตกต่างจากเด็กทั่วไป เนื่องจากได้รับเงินปัจจัยตั้งแต่ยังเรียนอยู่และไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายพื้นฐาน ทำให้วิธีการมองเงินของเด็กเรียงลำดับไม่ถูกต้อง เลือกเก็บเงินไว้ใช้กับสิ่งที่อยากได้ เช่น โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ หรืออุปกรณ์สำหรับเล่นเกม คุณครูจึงต้องการให้สอนเรื่องการบริหารรายรับ-รายจ่าย และจัดการเงิน รุ่นพี่การเงินได้เข้าไปช่วยให้น้อง ๆ เข้าใจคุณค่าและความสำคัญของการวางแผนการเงินระยะยาวมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเรียบจบต้องออกไปใช้ชีวิตในโลกภายนอก”
ในขณะที่นางสาวจินตนา แย้มโสภี ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดปทุมวนาราม ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กล่าวชื่นชมว่า รุ่นพี่การเงินเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์และดีมากสำหรับเด็ก ๆ การเรียนการสอนแตกต่างจากหลักสูตรปกติในโรงเรียน เน้นให้เด็กได้ลงมือทำผ่านสื่อที่ทันสมัย ใช้แนวคิดพี่สอนน้อง ทำให้การเรียนรู้สนุก เด็กกล้าซักถาม และเข้าถึงง่ายขึ้น ทั้งเรื่องการออม การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย รวมถึงการแยกแยะสิ่งจำเป็นและฟุ่มเฟือย ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเยาวชนได้เติบโตขึ้นอย่างระมัดระวัง
“ความรู้ทางการเงิน เป็นทักษะชีวิตที่สำคัญในโลกยุคใหม่ สามารถปลูกฝังได้ในเด็กทุกวัย แต่ต้องปรับให้เหมาะกับพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย โดยวัยมัธยมเป็นช่วงเริ่มเข้าสังคม ควรเน้นเรื่องการคิด ไตร่ตรอง ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยตามกระแสสังคม ขอชื่นชมและขอบคุณทีทีบีที่มาเติมเต็มความรู้ทางการเงินให้กับนักเรียน ซึ่งผลลัพธ์ที่โรงเรียนคาดหวังคือ เด็กรู้จักออมเงินและทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย เพื่อให้ใช้เงินได้อย่างคุ้มค่า เติบโตไปไม่สร้างหนี้เกินตัวและมีชีวิตที่มีความสุข” นางสาวจินตนา กล่าว
ปิดท้ายด้วยความเห็นของตัวแทนนักเรียนที่สะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่า “ความรู้ทางการเงินที่ได้รับจากพี่ ๆ สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ทั้งเรื่องดอกเบี้ย หนี้สิน การออม และการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย โดยรูปแบบการเรียนรู้เข้าถึงง่ายและไม่น่าเบื่อ ชอบที่พี่ ๆ ใช้บอร์ดเกมการเงินเข้ามาเป็นสื่อกลาง เปลี่ยนเรื่องการเงินที่ซับซ้อนให้เป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย ซึ่งประทับใจทุกกิจกรรม เพราะได้ความสนุกและความรู้ไปพร้อมกัน นอกจากนี้ เด็กที่มีความสนใจเรื่องการลงทุนและการเทรดหุ้นอยู่ก่อนแล้ว ยังได้ต่อยอดความรู้เพิ่มเติม ทำให้มองเห็นภาพการบริหารจัดการเงินและการลงทุนได้กว้างขึ้น”