“คมนาคม จับมือ 6 หน่วยงาน “กรมท่าอากาศยาน–ท่องเที่ยว”ดึงผู้โดยสารต่อเครื่อง-เปลี่ยนเครื่อง1.3 ล้านคน/ปี เที่ยวไทยแบบทริปสั้นๆ เปิดโอกาสเศรษฐกิจ นำร่อง 4 สนามบินหลัก ออกแบบแพคเกจแบบไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม จูงใจเปิดประตูเที่ยวไทย
วันที่ 5 ตุลาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีลงนามหนังสือแสดงเจตนารมณ์ความร่วมมือ เรื่อง “การกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวและการบริการของประเทศไทย” ระหว่าง 6 หน่วยงาน ได้แก่ กรมท่าอากาศยาน (ทย.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สมาคมสายการบินแห่งประเทศไทย บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยมี นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายสาโรจน์ สามารถ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี(ฝ่ายการเมือง) นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ปลัดกระทรวงคมนาคม นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมเป็นสักขีพยาน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการบูรณาการการทำงานระหว่างกระทรวงคมนาคมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับภาคเอกชนและภาควิชาการ เพื่อเชื่อมโยงศักยภาพของระบบคมนาคมและอุตสาหกรรมการบินเข้ากับการท่องเที่ยวและการบริการของประเทศ โดยมุ่งอำนวยความสะดวกในการเดินทาง สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และกระจายโอกาสไปยังผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ พร้อมสนับสนุนการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) และศูนย์กลางการท่องเที่ยว (Tourism Hub) ของภูมิภาค
โดยให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสจากกลุ่มผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่องและผู้โดยสารรอต่อเที่ยวบิน (Transit/Transfer) ผ่านการพัฒนาสิทธิประโยชน์และบริการที่เชื่อมโยงการเดินทางกับกิจกรรมท่องเที่ยว การพำนัก และการใช้บริการภายในประเทศไทย เพื่อเปลี่ยนช่วงเวลาระหว่างการต่อเที่ยวบินให้เกิดการใช้จ่ายและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการพัฒนาการเดินทางแบบไร้รอยต่อ (Seamless Journey) โดยแต่ละภาคีจะร่วมดำเนินงานตามบทบาทและขอบเขตความรับผิดชอบของตน
“จะเริ่มในปี 2570 เป็นรูปแบบการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัด ในระยะเวลาสั้นๆ ภายในระยะเวลารอต่อเครื่องหรือเปลี่ยนเครื่อง ซึ่งจะนำร่องสนามบิน 4 แห่งที่มีผู้โดยสารต่อเครื่อง คือ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต (ทอท.ดูแล) และกระบี่ (ทย.ดูแล) โดยก.ท่องเที่ยวฯ จะมีหน้าที่หลักในการเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้มาเปลี่ยนเครื่องที่ประเทศไทย จะมีแรงจูงใจหรือมาตรการกระตุ้นอย่างไร การออกแบบให้ SLOT การบินมีระยะเวลาที่เพียงพอและสอดคล้องในการทำแพคเกจท่องเที่ยวด้วย เช่น สนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมือง อาจจะทำเส้นทางท่องเที่ยวไปยังวัดพระแก้ว เป็นต้น เป็นการเปิดประตูประเทศไทยให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักก่อน เชื่อว่าเมื่อนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสสัมผัสกับสถานที่ท่องเที่ยวและการต้อนรับของไทย จะทำให้เกิดความประทับใจ และกลับมาเที่ยวประเทศไทยอีกครั้ง เป็นการเพิ่มศักยภาพท่องเที่ยวไทย”
“เป็นการตอบโจทย์ที่กระทรวงคมนาคมผลักดันให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการบิน ทั้งด้านผู้โดยสารและสินค้า แม้ปริมาณขนส่งสินค้าทางอากาศจะมีปริมาณไม่มากเมื่อเทียบกับการขนส่งทางเรือ แต่หากคิดเป็นมูลค่าการส่งออก ทางอากาศมีมูลค่าถึง 1 ใน 3 ของมูลค่าทั้งประเทศ”
นายพิพัฒน์กล่าวว่า จะเห็นรูปแบบการท่องเที่ยวทางน้ำโดยเรือสำราญ จะมีการแวะเทียบท่า ในตอนเช้าและให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวในเมือง พอเย็นก็กลับขึ้นเรือเพื่อเดินทางไปจุดต่อไป แต่ทางอากาศ เวลาอาจจะไม่มากเท่าทางน้ำ แต่ก็สามารถจัดตารางท่องเที่ยวได้
นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม กล่าวว่า พร้อมสนับสนุนการเชื่อมต่อท่าอากาศยานกับเมือง แหล่งท่องเที่ยว และระบบขนส่งในพื้นที่ โดยกรมท่าอากาศยานจะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สายการบิน และภาคการท่องเที่ยว เพื่อพัฒนาการอำนวยความสะดวกและการให้ข้อมูลการเดินทาง รวมถึงสนับสนุนการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวจากท่าอากาศยานสู่เมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว โดยดำเนินการภายใต้อำนาจหน้าที่ของกรม เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้โดยสารเดินทางเข้าสู่พื้นที่ต่าง ๆ และช่วยกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจในระดับภูมิภาค
“ท่าอากาศยานในสังกัดกรมท่าอากาศยานเป็นประตูสำคัญในการเดินทางเข้าสู่ภูมิภาค จึงต้องพัฒนาทั้งความพร้อมของท่าอากาศยานและการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งและแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อให้ผู้โดยสารเดินทางต่อได้สะดวก และให้ประโยชน์จากการเดินทางทางอากาศเชื่อมโยงไปถึงผู้ประกอบการและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม” นายภัทรพงศ์กล่าว
นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวว่า กรมท่าอากาศยานพร้อมนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ โดยร่วมกับภาคีพัฒนาการให้บริการและการเชื่อมต่อการเดินทางในส่วนที่อยู่ใน
ความรับผิดชอบของกรมท่าอากาศยาน ตลอดจนสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อเสนอแนะ และองค์ความรู้ด้านการบริหารท่าอากาศยาน เพื่อเชื่อมโยงการทำงานระหว่างท่าอากาศยาน สายการบิน ภาคการท่องเที่ยว ภาควิชาการ และผู้ประกอบการ ให้สามารถอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวดำเนินการภายใต้โครงการ Amazing Thailand Transfer Passenger Privilege โดยภาคีทั้ง 6 หน่วยงานจะร่วมกันพัฒนาสิทธิประโยชน์ การอำนวยความสะดวก การเชื่อมโยงการเดินทาง การประชาสัมพันธ์ การแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ บริการ และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากการเดินทางและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ปัจจุบัน ที่สนามบินสุวรรณภูมิ มีผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง /ต่อเครื่อง ประมาณ 1.3 ล้านคน/ปี ซึ่งตั้งเป้าช่วยเริ่มต้นแพคเกจท่องเที่ยวระหวางรอต่อเครื่อง มีจำนวน 10% จะทำอย่างไร หลักๆ เป็นแพคเกจที่ไม่ต้องจ่ายค่าบริการเพิ่ม ซึ่งในช่วงเริ่มต้น ททท.จะใช้งบประมาณที่มีดำเนินการได้ ซึ่งจะมีการประเมินผลตอบรับด้วย
“ผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่องจะมีเวลามากกว่า 6 ชั่วโมง จึงต้องทำโปรแกรม และขั้นตอนกระบวนการ โดยนททท.จะร่วมมือกับพันธมิตร เช่น แพคเกจไปชิมอาหารท้องถิ่น /สตรีทฟู้ดกรุงเทพฯ / พระบรมมหาราชวัง / สปาต่างๆ /เมืองโบราณ เป็นต้น