กรมการค้าภายในเชื่อมโยงผักสดจากแหล่งผลิตเข้าสู่ตลาดกลางสำคัญ เพื่อเพิ่มปริมาณผักเข้าสู่ระบบ ช่วยให้สินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน หลังพื้นที่เพาะปลูกหลายแห่งได้รับผลกระทบจากฝนตกและน้ำท่วม เผยราคาเริ่มปรับลดลง สะท้อนมีผักเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น เตรียมจัด “ไทยช่วยไทย : อิ่มบุญ อิ่มคุ้ม เทศกาลกินเจ 2569” ผนึกตลาดกลาง ตลาดสด ห้าง ร้านสะดวกซื้อ ผู้ประกอบการ ขายวัตถุดิบ และอาหารเจราคาประหยัด
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ผักสดที่เจอสถานการณ์ฝนตกหนักและอุทกภัยในหลายพื้นที่เพาะปลูก ทำให้พื้นที่เพาะปลูกสำคัญทั้งในภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับผลกระทบ ทำให้ปริมาณผักเข้าสู่ตลาดลดลง ว่า กรมได้เร่งบริหารจัดการด้านปริมาณผัก โดยประสานเชื่อมโยงผลผลิตจากแหล่งผลิตเข้าสู่ตลาดกลางสำคัญ อาทิ ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดไท ตลาดศรีเมือง และตลาดล้านเมือง เพื่อเพิ่มปริมาณผักเข้าสู่ระบบตลาดและช่วยให้มีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้สั่งการให้กรมและสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเร่งแก้ไขปัญหา
ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์ราคาผักสด ที่ตลาดสี่มุมเมือง ซึ่งเป็นแหล่งกระจายผักรายใหญ่ พบว่า ราคาขายส่งผักบางรายการเริ่มมีแนวโน้มลดลงจากที่เคยปรับสูงขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อาทิ กะหล่ำปลีเขียว จากราคาสูงสุด 12 บาท/กิโลกรัม (กก.) ปัจจุบันอยู่ที่ 8 บาท/กก. พริกจินดาเขียว จาก 70 บาท/กก. เหลือ 42 บาท/กก. พริกจินดาแดง จาก 50 บาท/กก. เหลือ 40 บาท/กก. ผักกาดขาว (ลุ้ย) จาก 18 บาท/กก. เหลือ 17 บาท/กก. และโหระพา จาก 170 บาท/กก. เหลือ 150 บาท/กก. สะท้อนว่าปริมาณผักที่เข้าสู่ตลาดเริ่มมีมากขึ้นและช่วยให้สถานการณ์ราคาผ่อนคลายลง
ส่วนราคาผักบางรายการ โดยเฉพาะกลุ่มผักใบและลำต้นอ่อน ราคาเริ่มปรับลดลงจากระดับสูงสุด โดยต้นหอมจาก 150 บาท/กก. เหลือ 130 บาท/กก. และใบกะเพราจาก 150 บาท/กก. เหลือ 120 บาท/กก. แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่ผักบุ้งจีน อยู่ที่ 100 บาท/กก. และผักบุ้งไทย อยู่ที่ 32 บาท/กก. โดยเริ่มทรงตัวในช่วงวันที่ 3–4 ต.ค.2569 ส่วนผักกาดขาว (ลุ้ยจีน) ทรงตัวที่ 13 บาท/กก. และใบแมงลัก ยังมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ล่าสุดอยู่ที่ 140 บาท/กก. เนื่องจากได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักในแหล่งผลิตหลัก ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง
นายวัฒนศักย์กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลกินเจปี 2569 กรมเตรียมจัดกิจกรรม “ไทยช่วยไทย : อิ่มบุญ อิ่มคุ้ม เทศกาลกินเจ 2569” ระหว่างวันที่ 9–18 ต.ค.2569 ภายใต้แนวคิด “อิ่มบุญ อิ่มคุ้ม” โดยร่วมกับตลาดกลาง ตลาดสด ห้างค้าปลีกค้าส่ง ร้านสะดวกซื้อ ผู้ประกอบการอาหารอนาคต (Future Food) และร้านอาหาร จัดจำหน่าย อาหารเจปรุงสุกในราคาประหยัด พร้อมจัดโปรโมชัน วัตถุดิบเจและเครื่องปรุงเจ ลดสูงสุดกว่า 50% รวมถึงอาหารเจพร้อมรับประทาน และผลิตภัณฑ์อาหารเจรูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอาหารเจได้หลากหลาย ในราคาที่เหมาะสม และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกินเจ
อย่างไรก็ตาม กรมจะยังคงติดตามสถานการณ์ผักอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านปริมาณ ราคา และการกระจายผักอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลกินเจและพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้มีผักและสินค้าเพียงพอต่อความต้องการและกระจายถึงประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าในราคาที่เหมาะสมกับต้นทุน และปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน โดยกรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายปลีกสินค้าและค่าบริการ มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ตามมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 กรณีจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 29 และหากประชาชนพบการจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม ไม่ปิดป้ายแสดงราคา หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเครื่องชั่ง สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ