ผู้จัดการรายวัน - “สยามพิวรรธน์” เดินเกมครั้งใหญ่ในรอบ 67 ปี ด้วยการออกจากฐานกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก ทุ่มงบ 10,000 ล้านบาท ปั้น “ICONPHUKET” แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของภูเก็ต วางรูปแบบ Hybrid Retail-Attraction & Entertainment Destination ผสมค้าปลีก แหล่งท่องเที่ยว และความบันเทิงเข้าด้วยกัน พร้อม 12 World-Class Attractions ตั้งเป้าเปิดปี 2572 ดึงคน 80,000–100,000 คนต่อวัน และวางบทบาทให้เป็นประตูเชื่อมศักยภาพ 14 จังหวัดภาคใต้สู่ตลาดโลก
นางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เปิดเผยว่า ICONPHUKET เป็นก้าวสำคัญของสยามพิวรรธน์ในการขยายบทบาทจากการพัฒนาโครงการในกรุงเทพฯ สู่เมืองท่องเที่ยวระดับโลก โดยบริษัทต้องการนำประสบการณ์ด้านการสร้างจุดหมายปลายทางมาต่อยอดกับภูเก็ต ขณะที่โครงการจะเป็นส่วนหนึ่งของ Synthesis Ark Phuket เมกะโปรเจกต์มิกซ์ยูสมูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 500 ไร่ พัฒนาโดยกลุ่มบริษัทซีวี
5 เหตุผล ทำไม “ICONPHUKET” จึงเป็น Big Move
1. 67 ปีแล้วเพิ่งออกนอกกรุงเทพฯ — นี่คือการเปลี่ยนทิศทางธุรกิจ
ความสำคัญของ ICONPHUKET จึงไม่ได้อยู่แค่ตัวเลขลงทุน 10,000 ล้านบาท แต่คือการตัดสินใจครั้งแรกในรอบ 67 ปีที่สยามพิวรรธน์ขยับออกจากตลาดกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่บริษัทสั่งสมประสบการณ์และสร้างแบรนด์มานาน การเลือกภูเก็ตสะท้อนการมองหาตลาดใหม่ที่มีทั้งฐานนักท่องเที่ยวต่างชาติ กำลังซื้อ และศักยภาพในการเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก ทำให้การลงทุนครั้งนี้มีความหมายในเชิงกลยุทธ์มากกว่าการเพิ่มจำนวนศูนย์การค้าในพอร์ต
2. เปลี่ยนโจทย์จาก “พื้นที่ขาย” เป็น “เหตุผลที่คนต้องเดินทางมา”
ICONPHUKET ไม่ได้วางเกมด้วยร้านค้าเพียงอย่างเดียว แต่เพิ่มน้ำหนักไปที่ประสบการณ์ ด้วย 12 World-Class Attractions และพื้นที่ด้าน Entertainment & Attraction ราว 1 ใน 3 ของโครงการ ขณะที่พื้นที่สีเขียวและพื้นที่กลางแจ้งมีมากกว่า 40% นี่คือการเปลี่ยนเครื่องยนต์ของโครงการจากการดึงคนเข้ามา “ซื้อของ” ไปสู่การสร้างเหตุผลให้คนตั้งใจเดินทางเข้ามาใช้เวลาในพื้นที่ ทั้งการท่องเที่ยว ความบันเทิง การพักผ่อน และกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้งปี ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายทราฟฟิก 80,000–100,000 คนต่อวัน
3. มากกว่าหมื่นล้านยังมีระบบนิเวศขนาดใหญ่เป็นฐานรองรับ
อีกจุดที่ทำให้ ICONPHUKET แตกต่างจากการลงทุนศูนย์การค้าทั่วไป คือการอยู่ภายใน Synthesis Ark Phuket เมกะโปรเจกต์มิกซ์ยูสมูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 500 ไร่ โดยกลุ่มบริษัทซีวี ซึ่งมีทั้งที่อยู่อาศัย โรงแรม สำนักงาน เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ โรงเรียนนานาชาติ และศูนย์สุขภาพและความงาม โครงสร้างนี้ทำให้ ICONPHUKET มีโอกาสเชื่อมต่อกับฐานผู้ใช้งานหลายกลุ่ม ตั้งแต่ผู้อยู่อาศัย นักท่องเที่ยว ไปจนถึงชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักระยะยาว และกลุ่มกำลังซื้อสูง จึงเป็นการวางศูนย์กลางการใช้ชีวิตไว้ในระบบเมืองที่ใหญ่กว่าตัวโครงการเอง
4. ไม่ได้มองแค่ “ภูเก็ต” แต่ใช้เป็นประตูของ 14 จังหวัดภาคใต้
แนวคิด Co-creation & Collaboration to Win เป็นอีกโจทย์ที่ทำให้โครงการมีมิติทางเศรษฐกิจมากกว่าค้าปลีก เพราะ ICONPHUKET ต้องการนำอัตลักษณ์ ภูมิปัญญา ศิลปะ วัฒนธรรม สินค้า และผู้ประกอบการจาก 14 จังหวัดภาคใต้เข้ามาเชื่อมกับตลาดนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคจากทั่วโลก หากโมเดลนี้เกิดขึ้นจริง ภูเก็ตจะไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงจุดหมายปลายทาง แต่เป็น “ประตู” ที่พาความต้องการซื้อ การลงทุน การท่องเที่ยว และโอกาสทางธุรกิจไหลต่อไปยังจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ ซึ่งเป็นภาพของการสร้างเศรษฐกิจเป็นกลุ่มก้อน มากกว่าการสร้างรายได้ให้กับโครงการเพียงแห่งเดียว
5. เอาความเชี่ยวชาญจากกรุงเทพฯ มาทดสอบกับเมืองระดับโลก
การออกนอกกรุงเทพฯ ครั้งนี้จึงเป็นบททดสอบสำคัญของสยามพิวรรธน์ เพราะบริษัทกำลังนำประสบการณ์จากการพัฒนาพื้นที่อย่างย่านสยามและไอคอนสยาม มาปรับใช้กับเมืองที่มีโครงสร้างเศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยการท่องเที่ยวและผู้บริโภคจากทั่วโลก โจทย์จึงไม่ใช่เพียงการสร้างโครงการให้ประสบความสำเร็จ แต่คือการพิสูจน์ว่าสยามพิวรรธน์สามารถสร้าง “จุดหมายปลายทาง” ในบริบทใหม่ และขยายบทบาทของตัวเองจากผู้พัฒนาพื้นที่ค้าปลีกไปสู่ผู้สร้างระบบเศรษฐกิจและประสบการณ์ของเมืองได้หรือไม่
ICONPHUKET เป็นมากกว่าโครงการลงทุน 10,000 ล้านบาท เพราะเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญของสยามพิวรรธน์กับโมเดลการพัฒนาเมืองรูปแบบใหม่ ที่วางทั้งค้าปลีก แหล่งท่องเที่ยว ความบันเทิง การท่องเที่ยว กำลังซื้อระดับลักชัวรี และเศรษฐกิจท้องถิ่นไว้ในระบบเดียวกัน พร้อมเป้าหมายสร้างงาน 50,000–80,000 อัตรา และดึงคนเข้าพื้นที่สูงถึง 80,000–100,000 คนต่อวัน หากทำได้ตามแผน ICONPHUKET จะไม่ได้เปลี่ยนเพียงภาพของสยามพิวรรธน์ แต่มีโอกาสเปลี่ยนบทบาทของภูเก็ตจาก “เมืองท่องเที่ยว” ไปสู่หนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจและจุดหมายปลายทางระดับโลกของภูมิภาค.