UD Clinic เดินหน้าแผนลงทุนราว 50 ล้านบาท ในไตรมาส 4 ปี 2569 นำเข้า Oligio X และ Liftera 2 รวม 34 เครื่อง เตรียมทยอยติดตั้งในสาขาต่าง ๆ ช่วงเดือนตุลาคม–พฤศจิกายน พร้อมมีแผนนำเข้าเพิ่มเติมภายในเดือนธันวาคม เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเครือข่าย 18 สาขาทั่วประเทศ และช่วยให้ลูกค้าในหลายพื้นที่เข้าถึงเทคโนโลยีความงามได้สะดวกมากขึ้น
นางสาวชลฑิชา ศรีทอง ประธานกรรมการ บริษัท ยูดี คลินิก อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด หรือ UD Clinic เปิดเผยแผนการลงทุนในไตรมาส 4 ปี 2569 ด้วยงบประมาณราว 50 ล้านบาท เพื่อเพิ่มความพร้อมด้านเทคโนโลยียกกระชับและกระตุ้นคอลลาเจน โดยเตรียมนำเข้าเครื่องรวม 34 เครื่อง ประกอบด้วย Oligio X จำนวน 16 เครื่อง และ Liftera 2 จำนวน 18 เครื่อง
เครื่องชุดแรกจะทยอยติดตั้งในสาขาต่าง ๆ ของ UD Clinic ในช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน 2569 พร้อมมีแผนนำเข้าอุปกรณ์เพิ่มเติมภายในเดือนธันวาคม เพื่อรองรับการขยายเครือข่ายและเสริมความพร้อมด้านเทคโนโลยีความงามในแต่ละพื้นที่
การลงทุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาธุรกิจระยะยาวของ UD Clinic ที่ต้องการเพิ่มทางเลือกในการดูแลใบหน้าและผิวพรรณให้กับลูกค้า ทั้งในเขตเมือง ต่างจังหวัด และพื้นที่นอกอำเภอเมือง โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทั้งด้านเครื่องมือ บุคลากร และระบบบริการควบคู่กันไป
Oligio X และ Liftera 2 เพิ่มทางเลือกด้านการยกกระชับและกระตุ้นคอลลาเจน
เทคโนโลยีที่ UD Clinic เลือกลงทุนในระยะแรกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ Oligio X เทคโนโลยี Monopolar RF จาก Wontech ประเทศเกาหลีใต้ และ Liftera 2 เทคโนโลยี Focused Ultrasound
Oligio X ใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF ในการส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิว เพื่อช่วยดูแลเรื่องความกระชับและกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจน ขณะที่ Liftera 2 ใช้เทคโนโลยี Focused Ultrasound สำหรับการดูแลความกระชับของใบหน้าและผิว
เทคโนโลยีทั้งสองกลุ่มถูกนำเข้ามาเพื่อเสริมโปรแกรมที่ UD Clinic ให้บริการอยู่เดิม โดยเพิ่มทางเลือกสำหรับลูกค้าที่ต้องการดูแลใบหน้าและผิวโดยไม่ใช้เข็ม และไม่ต้องการระยะพักฟื้นยาว ทั้งนี้ การเลือกเทคโนโลยีและวางแผนการดูแลจะอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
เพิ่มความพร้อมของสาขาในหลายพื้นที่ ให้เข้าถึงบริการได้สะดวกขึ้น
นางสาวชลฑิชา ศรีทอง กล่าวว่า “ตลอดเส้นทางกว่า 9 ปีของยูดี คลินิก เราเห็นว่าลูกค้าในหลายจังหวัดยังต้องเดินทางไกลเพื่อเข้าถึงเทคโนโลยีความงามบางประเภท การลงทุนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนเครื่องมือ แต่เป็นการเตรียมความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยี บุคลากร และระบบการดูแล เพื่อให้ลูกค้าในแต่ละพื้นที่สามารถเข้าถึงบริการได้สะดวกขึ้น และได้รับการดูแลภายใต้มาตรฐานเดียวกัน”
แนวทางดังกล่าวสะท้อนทิศทางการเติบโตของ UD Clinic ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะพื้นที่เมืองใหญ่ แต่ยังต้องการเพิ่มความพร้อมให้กับสาขาในต่างจังหวัดและพื้นที่รอบนอก เพื่อรองรับความต้องการด้านความงามที่เพิ่มขึ้นในแต่ละพื้นที่ได้มากขึ้น
UD Clinic เดินหน้าความร่วมมือกับ Wontech และ MNB
นอกจากการลงทุนด้านเครื่องมือแล้ว UD Clinic ยังเดินหน้าความร่วมมือกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีความงาม ได้แก่ Wontech ผู้พัฒนาเทคโนโลยี Oligio จากประเทศเกาหลีใต้ และ MNB ผู้ดำเนินธุรกิจด้านอุปกรณ์การแพทย์และเทคโนโลยีความงาม
ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การสนับสนุนด้านเทคโนโลยี การอบรมบุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนการดูแลหลังการขาย เพื่อรองรับการนำเครื่องไปติดตั้งและใช้งานในหลายสาขาของ UD Clinic อย่างเป็นระบบ
การทำงานร่วมกับพันธมิตรจึงไม่ได้มีเพียงการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเตรียมความพร้อมของบุคลากรและระบบสนับสนุน เพื่อให้แต่ละสาขาสามารถใช้งานเทคโนโลยีได้ภายใต้แนวทางและมาตรฐานเดียวกัน
จากคลินิกความงามในภาคอีสาน สู่การขยายเครือข่าย 18 สาขาทั่วประเทศ
ยูดี คลินิก (UD Clinic) ภายใต้แนวคิด "จริงใจ ปลอดภัย ราคาที่เข้าถึงได้" เติบโตจนเป็นหนึ่งในคลินิกความงามชื่อดังของภาคอีสาน โดดเด่นด้านการปรับรูปหน้า ยกกระชับ และฟื้นฟูใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ โดยมีบริการหลักที่ได้รับความนิยม ได้แก่ โปรแกรม ฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ และศัลยกรรมดึงหน้า
ตลอดระยะเวลากว่า 9 ปี UD Clinic ระบุว่าได้รับรางวัลด้านยอดใช้ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์เวชภัณฑ์ความงามชั้นนำมากกว่า 40 รางวัล และปัจจุบันอยู่ระหว่างการขยายเครือข่ายให้ครบ 18 สาขาภายในปี 2569
การลงทุนราว 50 ล้านบาทใน Oligio X และ Liftera 2 จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวของแผนการเติบโตระยะยาวของ UD Clinic ทั้งในด้านการเพิ่มความพร้อมของแต่ละสาขา การขยายการเข้าถึงเทคโนโลยีความงาม และการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการขยายตัวของเครือข่ายในอนาคต
“เป้าหมายของเราคือการเป็นคลินิกที่ลูกค้าสามารถไว้วางใจได้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปรึกษา การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม ไปจนถึงการดูแลหลังรับบริการ” นางสาวชลฑิชา ศรีทอง กล่าวทิ้งท้าย