xs
xsm
sm
md
lg

MPJ เผยปริมาณตู้หมุนเวียน Q3 พุ่ง 30% รับดีมานด์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



"เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ "ส่งสัญญาณครึ่งปีหลังคึกคัก หลังปริมาณหมุนเวียนตู้คอนเทนเนอร์ไตรมาส 3 พุ่ง 30% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน รับความต้องการใช้บริการที่เพิ่มขึ้น ชูกลยุทธ์บริหารพื้นที่ลานตู้แหลมฉบัง–ลาดกระบังแกร่ง พร้อมชูลานตู้รวมกว่า 100 ไร่ และฟลีทรถหัวลากของบริษัท เสริมทัพบริหารปริมาณงานได้คล่องตัว หวังรองรับปริมาณงานและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ พร้อมเตรียมขยายพื้นที่อีก 28 ไร่ รับดีมานด์เพิ่ม หนุนเป้ารายได้ปี 69 โต 18% แตะ 1,264 ล้านบาท


นายจีระศักดิ์ มานะตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ MPJ ผู้นำบริการโลจิสติกส์ครบวงจรและลานตู้คอนเทนเนอร์ เปิดเผยว่า บริษัทฯ คาดว่าปริมาณตู้คอนเทนเนอร์หมุนเวียนในไตรมาส 3/2569 จะเพิ่มขึ้นประมาณ 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากความต้องการใช้บริการที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโครงการแหลมฉบัง 1 แหลมฉบัง 2 และโครงการ OM ลาดกระบัง ซึ่งได้รับประโยชน์จากการขยายพื้นที่ให้บริการในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่โครงการ OM แหลมฉบังรักษาปริมาณตู้ได้ใกล้เคียงกับปีก่อน

ปัจจุบัน MPJ มีพื้นที่ให้บริการรวมกว่า100 ไร่ ครอบคลุมบริเวณแหลมฉบังและ ICD ลาดกระบัง บริษัทฯ สามารถจัดสรรพื้นที่ระหว่างลานตู้ในกลุ่มได้อย่างยืดหยุ่นเมื่อปริมาณตู้ในบางลานหนาแน่น พร้อมแยกโซนสำหรับตู้เปล่าที่หมุนเวียนเร็วและงานซ่อมตู้ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการให้บริการนอกจากนี้ ยังมีฟลีทรถหัวลากของบริษัทฯ เอง ส่งผลให้ช่วยจัดคิวขนส่ง ลดการพึ่งพารถจากภายนอก และเร่งจัดการตู้สินค้าตกค้าง

“บริษัทฯ ประชุมร่วมกับสายการเดินเรือทุกสัปดาห์ เพื่อประเมินปริมาณตู้และเตรียมพื้นที่กับทรัพยากรให้พร้อมล่วงหน้า ขณะเดียวกันมีแผนขยายลานตู้คอนเทนเนอร์ในโซนแหลมฉบังเพิ่มอีก 28 ไร่ เพื่อรองรับปริมาณงานที่มีแนวโน้มเติบโต และเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการสายการเดินเรือ”

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 บริษัทฯ คาดว่าจะเติบโตจากช่วงเดียวกัน ของปีก่อน โดยมีธุรกิจลานตู้คอนเทนเนอร์เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ธุรกิจขนส่งทางบกได้รับประโยชน์ จากการปรับค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง(Fuel Surcharge) ซึ่งช่วยให้บริหารรายได้และต้นทุนได้ดีขึ้น

ส่วนธุรกิจจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Freight Forwarder) มีแนวโน้มเติบโตตาม การขยายฐานลูกค้าและปริมาณงาน ทั้งนี้ MPJ ยังคงเป้ารายได้ปี 2569 เพิ่มขึ้น 18% แตะระดับ 1,264 ล้านบาท

“ภาพรวมไตรมาส 3/2569 เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากแรงขับเคลื่อนหลักอย่าง ธุรกิจลานตู้ คอนเทนเนอร์ จากปริมาณตู้ที่เพิ่มขึ้นทั้งในลานของบริษัทและลาน OM ขณะที่ธุรกิจขนส่งทางบก ได้รับประโยชน์จากการปรับค่าธรรมเนียมน้ำมัน ช่วยเพิ่มรายได้และบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น ส่วนธุรกิจจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เติบโตตามฐานลูกค้าและปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น ด้วยความพร้อมด้านพื้นที่ ระบบบริหารลานตู้ และฟลีทรถหัวลากของบริษัทฯ เอง ทำให้มั่นใจว่าทุกธุรกิจจะเชื่อมการเติบโตทางธุรกิจ”

อย่างไรก็ตาม นายจีระศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ท่ามกลางความท้าทายของอุตสาหกรรมขนส่งทางเรือทั่วโลก บริษัทฯ เดินหน้าบริหารจัดการลานตู้คอนเทนเนอร์อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับความต้องการใช้บริการที่เพิ่มขึ้นและเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่สายการเดินเรือ ปัจจุบัน MPJ มีพื้นที่ให้บริการรวมกว่า 100 ไร่ ครอบคลุมทำเลยุทธศาสตร์ทั้งบริเวณแหลมฉบังและ ICD ลาดกระบัง พร้อมกองรถหัวลากของบริษัทเอง ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญในการบริหารจัดการตู้คอนเทนเนอร์และการขนส่งแบบครบวงจร

ขณะเดียวยังมีระบบบริหารจัดการแบบบูรณาการ โดยช่วยบริหารจัดการตู้คอนเทนเนอร์ และ งานขนส่งได้อย่างคล่องตัว บริษัทฯ สามารถจัดสรรตู้ไปยังลานใกล้เคียงเมื่อบางพื้นที่มีปริมาณตู้หนาแน่น ช่วยลดความแออัดและเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ ควบคู่กับการแยกพื้นที่ตู้เปล่าที่หมุนเวียนเร็วออกจากพื้นที่ซ่อมตู้ และลงทุนอุปกรณ์ยกตู้เพิ่มเติม รวมถึงวางแผนปริมาณงานร่วมกับสายการเดินเรือ ทุกสัปดาห์ เพื่อเตรียมพื้นที่และทรัพยากรล่วงหน้า และขยายลานในแหลมฉบังเพิ่ม เพื่อขยาย ขีดความสามารถในการรองรับงานจากสายเรือในอนาคต