นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังถูกตั้งกระทู้ถามสดโดยนายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ถึงวิกฤตกระเป๋าสัมภาระล่าช้าที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้โดยสารจำนวนมาก โดยบางเที่ยวบินออกเดินทางไปแล้ว แต่กระเป๋าไม่สามารถขนส่งตามไปได้ ส่งผลให้เกิดกระเป๋าตกค้างสะสมมากกว่า 10,000 ใบ และกระทบต่อการปฏิบัติการบินจนมีเที่ยวบินยกเลิกแล้วราว 40-50 เที่ยวบิน
นายสิริพงศ์ เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้รับรายงานปัญหาตั้งแต่วันที่ 26-27 กันยายนที่ผ่านมา และได้ประสานกำลังเจ้าหน้าที่อากาศโยธินจากกองทัพอากาศเข้าช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงานในพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 27 กันยายน เพื่อลดผลกระทบและเร่งระบายกระเป๋าสัมภาระที่ตกค้าง
สำหรับต้นตอของปัญหา พบว่าเกิดจากกำลังคนในส่วนงานภาคพื้นดินไม่เพียงพอ โดยมีพนักงานสามารถเข้าปฏิบัติงานได้เพียงประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนที่ต้องใช้ ส่งผลให้กระบวนการขนถ่ายสัมภาระเกิดคอขวดและล่าช้าต่อเนื่อง ขณะที่การบินไทยในปัจจุบันมีสถานะเป็นบริษัทเอกชน จึงต้องบริหารจัดการแก้ไขปัญหาเป็นลำดับแรกด้วยตนเอง
อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมได้กำชับผู้บริหารการบินไทยอย่างชัดเจนว่า การดำเนินธุรกิจไม่ควรพิจารณาเพียงตัวเลขกำไรหรือขาดทุน แต่ต้องคำนึงถึงความเชื่อมั่นของผู้โดยสาร ภาพลักษณ์ของสายการบินแห่งชาติ และชื่อเสียงของประเทศเป็นสำคัญ โดยการบินไทยยืนยันว่าจะดำเนินมาตรการเยียวยาและชดเชยผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบในอัตราที่สูงกว่าขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อบรรเทาความเสียหายและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน
ส่วนประเด็นการจัดจ้างผู้ให้บริการภาคพื้นดินรายที่ 3 ในอนาคต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมระบุว่า จะกำหนดเงื่อนไขบทลงโทษและค่าปรับกรณีให้บริการล่าช้าไว้ในสัญญาอย่างชัดเจน พร้อมรับข้อเสนอให้ทบทวนรูปแบบและระยะเวลาของสัญญา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยจนส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารและระบบการบินของประเทศอีกในอนาคต