xs
xsm
sm
md
lg

เปิดหลังบ้าน “ธุรกิจร้านพระ” พระมาจากไหนก่อนเข้าตู้? เปิด 5 ช่องทางหาของ พร้อมขั้นตอนคัดก่อนรับเข้าร้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กว่าจะมาเป็นพระเครื่องที่ตั้งอยู่ในตู้หน้าร้าน ไม่ได้มีที่มาเพียงจากลูกค้าที่นำมาขาย แต่เกิดจากเครือข่ายการซื้อขายหลายระดับ ทั้งเจ้าของพระ นักสะสม เซียนพระ คนกลาง ไปจนถึงการซื้อขายระหว่างร้าน ขณะที่หัวใจสำคัญของธุรกิจอยู่ที่การคัดพระแท้ ประเมินราคา และบริหารความเสี่ยงก่อนนำเข้าสต๊อก

เบื้องหลังธุรกิจร้านพระเครื่อง ไม่ได้มีเพียงการเปิดหน้าร้านรอลูกค้านำพระเข้ามาเสนอขาย แต่ผู้ประกอบการต้องสร้างเครือข่ายเพื่อค้นหาและจัดหาพระเข้าสู่ร้านอย่างต่อเนื่อง โดยแหล่งที่มาของพระมีหลากหลายช่องทาง และแต่ละร้านอาจมีสัดส่วนแตกต่างกันไปตามประเภทพระ กลุ่มลูกค้า และเครือข่ายของผู้ประกอบการ

แล้วพระในตู้ร้าน มาจากไหนได้บ้าง

1. ลูกค้านำพระมาขาย


หนึ่งในช่องทางที่พบได้ทั่วไป คือเจ้าของพระนำพระที่มีอยู่มาขายให้กับร้าน โดยอาจเป็นพระที่ได้รับตกทอดจากพ่อแม่หรือญาติ พระที่สะสมไว้ หรือผู้ที่ต้องการเปลี่ยนพระเป็นเงิน เมื่อมีการนำพระเข้ามา ร้านจะตรวจสอบรายละเอียดและประเมินความเหมาะสมก่อนเจรจาราคา หากเป็นพระที่ร้านต้องการและสามารถขายต่อได้ ก็จะรับซื้อเข้าสต๊อก

2. เครือข่ายเซียนพระและคนหาพระ

อีกช่องทางสำคัญคือเครือข่ายคนในวงการ โดยร้านอาจมีผู้ที่คอยแนะนำหรือหาพระมาเสนอให้ เมื่อพบพระที่ตรงกับความต้องการก็จะนำมาให้ร้านตรวจสอบและเจรจาซื้อขาย ในบางกรณีมีคนกลางเข้ามาช่วยประสานระหว่างเจ้าของพระกับผู้ซื้อ และอาจได้รับค่านายหน้าหรือส่วนต่างจากการซื้อขาย

3. นักสะสมปล่อยพระ

นักสะสมเองก็เป็นอีกแหล่งหนึ่งของพระในตลาด เมื่อมีพระซ้ำ ต้องการเปลี่ยนแนวการสะสม หรือมีความต้องการใช้เงิน ก็สามารถนำพระที่มีออกมาขายต่อให้ร้านหรือผู้ค้ารายอื่น สำหรับร้าน ช่องทางนี้ทำให้มีโอกาสพบพระที่ผ่านการเก็บรักษามาเป็นระยะเวลานาน และบางครั้งอาจได้พระหลายองค์จากนักสะสมรายเดียว

4. ซื้อขายต่อระหว่างร้านและผู้ค้า

ตลาดพระยังมีการซื้อขายระหว่างผู้ประกอบการด้วยกันเอง ร้านหนึ่งอาจมีพระที่ไม่ตรงกับกลุ่มลูกค้าของตัวเอง ขณะที่อีกร้านมีลูกค้าที่กำลังต้องการพระประเภทนั้น จึงเกิดการซื้อขายหรือส่งต่อกันทำให้พระเครื่องหนึ่งองค์สามารถผ่านมือผู้ค้าหลายรายก่อนถึงนักสะสมหรือผู้ซื้อปลายทาง โดยแต่ละรายต้องบริหารต้นทุนและความเสี่ยงของตัวเอง

5. ตลาดพระ งานประกวด และช่องทางออนไลน์

ตลาดพระและงานประกวดเป็นอีกพื้นที่ที่ผู้ค้าใช้พบปะผู้คนในวงการและค้นหาพระเข้าสู่ตลาด ขณะเดียวกันช่องทางออนไลน์ เช่น กลุ่มซื้อขายพระและโซเชียลมีเดีย ก็เปิดโอกาสให้ร้านพบเจ้าของพระจากพื้นที่ต่าง ๆ ได้มากขึ้น

จากเดิมที่การหาพระอาจจำกัดอยู่ในพื้นที่ใกล้ร้าน ปัจจุบันผู้ประกอบการสามารถรับข้อมูลและติดต่อเจ้าของพระจากต่างจังหวัดได้ง่ายขึ้นไม่ใช่เจอพระแล้วรับเข้าร้านทันทีแม้จะมีแหล่งพระจำนวนมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าร้านจะรับทุกองค์เข้าสต๊อก เพราะหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญของธุรกิจคือ พระไม่แท้ รวมถึงการประเมินราคาผิด ซึ่งอาจทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนหรือขายต่อไม่ได้ตามที่คาดไว้

ก่อนรับพระเข้าร้าน ผู้ประกอบการจึงต้องพิจารณาหลายด้าน ตั้งแต่ พระคืออะไร รุ่นไหน พิมพ์อะไร ความแท้ สภาพ ความนิยม ราคาตลาด และราคาที่สามารถรับซื้อได้ พูดง่าย ๆ คือ ต้องตอบให้ได้ว่า “พระองค์นี้คืออะไร แท้หรือไม่ รับมาในราคาเท่าไร และมีโอกาสขายต่อได้หรือไม่” ก่อนตัดสินใจนำเข้าสต๊อก

จาก “หาของ” สู่การบริหารสต๊อก

ดังนั้น ธุรกิจร้านพระจึงไม่ได้จบอยู่ที่การหาพระมาให้เต็มตู้ แต่ต้องบริหารตั้งแต่ต้นน้ำ ตั้งแต่การสร้างเครือข่ายหาแหล่งพระ การตรวจสอบและประเมินมูลค่า ไปจนถึงการกำหนดราคาขายและบริหารพระที่อยู่ในสต๊อก เพราะสำหรับผู้ประกอบการแล้ว พระทุกองค์ที่อยู่ในตู้หมายถึง เงินทุนที่ถูกเปลี่ยนรูปมาอยู่ในสินค้า ขณะที่ความสามารถในการเลือกพระให้ถูกองค์ ถูกสภาพ และถูกต้นทุน ย่อมมีผลต่อโอกาสในการทำกำไรของร้าน

อย่างไรก็ตาม นี่จึงเป็นอีกมุมหนึ่งของ “ธุรกิจตลาดพระ” ที่เบื้องหน้าคือพระเครื่องในตู้ แต่เบื้องหลังคือระบบจัดหา คัดกรอง ประเมินมูลค่า และบริหารความเสี่ยงไม่ต่างจากธุรกิจค้าขายประเภทอื่น

* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด* * *