xs
xsm
sm
md
lg

ธปท.ปิดทาง “เงินเทา” คุมเข้มบัญชีม้า–USDT ถอนเงินสดก้อนใหญ่ลดฮวบ 50% จ่อห้าม Payment รับชำระเว็บพนัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ธปท.เดินหน้าสกัดเส้นทางเงินเทา ยกระดับตรวจสอบลูกค้า KYC–CDD–EDD ปิดช่องขนคนเปิด “บัญชีม้า” พร้อมจับตา 24 รูปแบบธุรกรรมต้องสงสัย หลังพบการแปลงเงินผ่านเงินตราต่างประเทศและ USDT ผิดปกติหลายแสนล้านบาทในช่วง 4–5 เดือน ขณะที่มาตรการคุมธุรกรรมเริ่มเห็นผล ถอนเงินสดก้อนใหญ่ลดลงกว่า 50% และการถอนทองคำเกิน 2 กิโลกรัมลดลงกว่า 70% เตรียมออกเกณฑ์คุมผู้ให้บริการ Payment ห้ามให้บริการกลุ่มทุนเทาและเว็บพนันออนไลน์

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภายในงาน Dinner Talk “Zero Corruption : From Policy to Action” จัดโดยคณะกรรมการภาคเอกชนร่วม 3 สถาบัน (กกร.) ว่า ธปท.เดินหน้าแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างด้านการเงินอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญคือการสกัดกั้น “เงินทุนสีเทา” และการคอร์รัปชันที่อาศัยระบบการเงินเป็นช่องทางเคลื่อนย้ายเงิน

แม้ ธปท.ไม่มีอำนาจจับกุมผู้กระทำผิดโดยตรง แต่ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินเทา พนันออนไลน์ และการคอร์รัปชัน จำเป็นต้องอาศัยบริการของระบบการเงิน ตั้งแต่การโอนเงิน รับชำระเงิน ถอนเงินสด ไปจนถึงการเปลี่ยนเงินเป็นสินทรัพย์ทางการเงิน ทำให้ ธปท.สามารถใช้มาตรการกำกับดูแลเพื่อสร้าง “คอขวด” และเพิ่มความยากในการเคลื่อนย้ายเงินผิดกฎหมายได้
จับตา 24 รูปแบบธุรกรรมต้องสงสัย

ธปท.ได้ทำงานร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กำหนดรูปแบบพฤติกรรมทางการเงินต้องสงสัยรวม 24 รูปแบบ เพื่อให้สถาบันการเงินสามารถตรวจจับความเสี่ยงได้รวดเร็วขึ้น

ตัวอย่างพฤติกรรมที่ถูกจับตา เช่น มีเงินจำนวนเป็นตัวเลขกลม ๆ อาทิ 100 บาท 500 บาท หรือ 1,000 บาท โอนเข้าบัญชีในช่วงกลางคืน ก่อนถูกโอนออกจากบัญชีอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นหนึ่งในลักษณะธุรกรรมที่อาจสอดคล้องกับเส้นทางเงินของการพนันออนไลน์
 
*พบเงินไหลผ่าน USDT ผิดปกติหลายแสนล้าน

อีกประเด็นที่ ธปท.ตรวจพบ คือพฤติกรรมการแปลงสภาพเงินผ่านการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ รวมถึง Stablecoin อย่าง USDT ซึ่งพบปริมาณธุรกรรมผิดปกติรวมหลายแสนล้านบาทในช่วง 4–5 เดือนที่ผ่านมา

ธปท.จึงทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หลังพบรูปแบบการถอนหรือโอนเงินไปซื้อ USDT ก่อนโอนออกไปต่างประเทศโดยใช้ชื่อบุคคลอื่น ซึ่งมีความเสี่ยงถูกใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงิน
คุมเข้มถอนเงินสด–ทองคำ เห็นผลธุรกรรมลดลง

ผลจากมาตรการสร้างคอขวดทางการเงินเริ่มสะท้อนผ่านปริมาณธุรกรรมที่ถูกจับตา โดยนายวิทัยระบุว่า ธุรกรรมถอนเงินสดก้อนใหญ่ที่อยู่ภายใต้มาตรการตรวจสอบลดลงมากกว่า 50% จากเดิมประมาณ 100,000 ล้านบาทต่อเดือน เหลือประมาณ 50,000 ล้านบาทต่อเดือน

ขณะที่ธุรกรรมการถอนทองคำผ่านแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะการถอนทองคำเกิน 2 กิโลกรัม ลดลงมากกว่า 70% หลังเพิ่มมาตรการติดตามและรายงานธุรกรรม
 
ทั้งนี้ แนวทางของ ธปท.ที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ระบุถึงการยกระดับการกำกับธุรกรรมทองคำออนไลน์ รวมถึงให้รายงานการถอนทองคำจริงตั้งแต่ 2 กิโลกรัมต่อวัน เพื่อป้องกันการใช้ทองคำเป็นช่องทางเคลื่อนย้ายหรือฟอกเงิน
 
*สกัด “รถตู้ขนคน” เปิดบัญชีม้า

สำหรับปัญหาบัญชีม้า ธปท.เพิ่มความเข้มงวดมากกว่าการตรวจสอบและยืนยันตัวตน หรือ KYC โดยยกระดับไปสู่การตรวจสอบข้อมูลลูกค้าเชิงลึก หรือ Customer Due Diligence (CDD) และ Enhanced Due Diligence (EDD)

เป้าหมายสำคัญคือป้องกันการนำบุคคลมาเปิดบัญชีเป็นกลุ่มหรือเปิดบัญชีจำนวนมากเพื่อนำไปใช้เป็นบัญชีม้า ซึ่งการตรวจสอบที่เข้มขึ้นจะทำให้รูปแบบการ “ขนคนมานั่งรถตู้เปิดบัญชี” หลายบัญชีพร้อมกันทำได้ยากขึ้น

มาตรการดังกล่าวต่อยอดจากแนวทางของ ธปท.ที่ยกระดับการจัดการบัญชีม้าจากระดับ “บัญชี” ไปสู่ระดับ “บุคคล” รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดในการเปิดบัญชีใหม่สำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง
 
*จ่อคุม Payment ห้ามรับชำระเงินทุนเทา–เว็บพนัน

อีกมาตรการสำคัญคือการคุมเข้มผู้ให้บริการรับชำระเงิน หรือ Payment โดยนายวิทัยระบุว่า จะห้ามผู้ให้บริการให้บริการแก่กลุ่มทุนเทาและเว็บพนันออนไลน์ และเตรียมนำประกาศที่เกี่ยวข้องลงราชกิจจานุเบกษาในสัปดาห์ถัดไป

แนวทางทั้งหมดสะท้อนการเปลี่ยนยุทธศาสตร์จากการไล่จัดการเฉพาะบัญชีหรือธุรกรรมหลังเกิดเหตุ ไปสู่การปิดช่องทางการเคลื่อนย้ายเงินหลายจุดพร้อมกัน ทั้งเงินสด บัญชีธนาคาร ระบบรับชำระเงิน ทองคำ เงินตราต่างประเทศ และสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อทำให้การนำระบบการเงินปกติไปใช้รองรับกิจกรรมผิดกฎหมายทำได้ยากขึ้น