xs
xsm
sm
md
lg

ก.ล.ต. สั่งปิด Holdstation และ UNO 1 ต.ค. นี้ แนะผู้ใช้รีบย้ายทรัพย์สินออก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



พรุ่งนี้ 1 ตุลาคม 2569 คนไทยจะเปิด Holdstation และ UNO ไม่ได้อีกแล้ว กระทรวงดิจิทัลฯ เตรียมปิดกั้นช่องทางเข้าถึงตามที่ ก.ล.ต. ส่งเรื่องไป หลัง ก.ล.ต. กล่าวโทษ 6 ราย ทั้งผู้พัฒนาสองแอป บริษัท Tools for Humanity ผู้ทำ World App และซีอีโอ ข้อหาทำนายหน้าคริปโตโดยไม่มีใบอนุญาต ข้อหาหลักคือเปิดแอปเก็บค่าธรรมเนียม เขียนหน้าจอเป็นภาษาไทย แต่ไม่ยอมมาขอใบอนุญาต ก.ล.ต. ไม่ได้ยึดทรัพย์ แต่บอกชัดว่าใครมีเหรียญค้างอยู่ให้ย้ายออกเอง

ก.ล.ต. ออกข่าวฉบับที่ 178/2569 เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 กล่าวโทษ 6 รายต่อ บก.ปอศ. ได้แก่ผู้ร่วมพัฒนาและผู้ดำเนินการหลักของ Holdstation 3 คน คือ ฮว่าย นาม, จุง แบ๊ญ และจุง ฮวีญ ผู้พัฒนา UNO คือ จอห์น พาล์มเมอร์ บริษัท Tools for Humanity หรือ TFH และ อเล็กซ์ บลาเนีย ซีอีโอของ TFH

ข้อกล่าวหาของ ก.ล.ต. ระบุชัดเจนว่า ทั้งสองแอปเปิดให้คนทั่วไปซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลแบบนายหน้า และคิดค่าธรรมเนียม โดยในแอปมีภาษาไทยให้ใช้ ส่วนคำอธิบายแอปก็ขึ้นภาษาไทยบนเว็บไซต์ world.org พฤติกรรมแบบนี้ ก.ล.ต. ถือว่าเป็นการทำธุรกิจนายหน้า "โดยไม่ได้รับอนุญาต" ผิดมาตรา 26 แห่ง พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 โทษอยู่ที่มาตรา 66 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

อย่างไรก็ตามขั้นต้นทั้งหมดคือการกล่าวโทษยังไม่ใช่คำตัดสิน จากนี้เรื่องเข้าสู่การสอบสวนของตำรวจ การพิจารณาสั่งฟ้องของอัยการ และการพิจารณาของศาลตามลำดับ

ที่ร้อนที่สุดคือชื่อของ TFH กับบลาเนีย ก.ล.ต. ระบุว่า UNO ได้รับความช่วยเหลือด้านการประชาสัมพันธ์จาก TFH จึงเข้าข่ายช่วยเหลือหรืออำนวยความสะดวกให้ทำธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ผิดมาตรา 66 ประกอบมาตรา 86 ส่วนบลาเนียในฐานะผู้รับผิดชอบการดำเนินงานของ TFH ในช่วงเกิดเหตุ ต้องรับผิดตามมาตรา 94 ไม่ต่างจากบริษัท TFH เป็นบริษัทที่ก่อตั้งเมื่อปี 2562 หรือ พ.ศ. 2562 โดยแซม อัลต์แมน, แมกซ์ โนเวนด์สเติร์น และบลาเนีย เบื้องหลังโครงการ World ที่ให้คนสแกนม่านตาด้วยเครื่อง Orb เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นมนุษย์จริง ยกโครงการนี้มาไทยตั้งแต่มีนาคม 2568 โดยชูจุดขายเรื่องสกัดบอทและมิจฉาชีพ

สองแอปที่โดนไม่ใช่แอปเล็กๆ ในมุมของคนในระบบนิเวศ World Holdstation ทำงานเป็นกระเป๋า Mini Wallet ฝังอยู่ใน World App เอง เอกสารของ Holdstation เมื่อกรกฎาคม 2568 อ้างว่าอยู่อันดับ 5 จากมินิแอปกว่า 2,000 ตัว และมีส่วนแบ่งราว 6 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณเทรด DEX บน World Chain ตัวเลขนี้เป็นการอ้างของทีมงานเอง ยังไม่มีใครตรวจสอบอิสระ หน้าแอปบน App Store ของ Holdstation โฆษณาเทรดเลเวอเรจสูงสุด 1000 เท่า หุ้นสหรัฐแบบโทเคน และช่องทางซื้อขายด้วยเงินด่อง ส่วน UNO Swap ถูกระบุเป็นมินิแอปเด่นของ World App เคียงข้าง Kalshi และ World Chat ในข่าวประชาสัมพันธ์ของ zerohash เมื่อกรกฎาคม 2568 ก.ล.ต. ไม่ได้อ้างเรื่องเลเวอเรจในการกล่าวโทษ แต่ข้อมูลจากหน้าแอปบอกว่าเรากำลังคุยเรื่องเครื่องมือเทรดที่เสี่ยงกว่าแอปกระเป๋าเงินทั่วไปมาก

ผลกระทบต่อนักลงทุนและประชาชนเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด ก.ล.ต. ยืนยันว่ามาตรการนี้ปิดกั้นช่องทางเข้าถึงแพลตฟอร์มเท่านั้น ไม่ใช่การอายัดทรัพย์ แต่เมื่อเข้าแอปจากไทยไม่ได้ ใครที่ยังมีเหรียญค้างอยู่ก็เจอปัญหาทันที ก.ล.ต. แนะให้โอนไปกระเป๋าส่วนตัวหรือผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาต และเตือนว่าแพลตฟอร์มไม่มีใบอนุญาตไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย เสี่ยงถูกหลอก และเสี่ยงเป็นทางผ่านของเงินฟอก เหตุผลหลักที่ ก.ล.ต. ยกขึ้นมาคือต้องการสกัดไม่ให้แอปแบบนี้กลายเป็นช่องฟอกเงินของมิจฉาชีพ สิ่งที่ยังไม่มีใครบอกคือมีคนไทยใช้สองแอปนี้กี่คน และมีเงินค้างในระบบเท่าไร ตัวเลขนี้ไม่ปรากฏในประกาศใดเลย

ส่วนตลาดคริปโตโดยรวม ผลกระทบตรงๆ แคบมาก เป็นมาตรการระดับประเทศที่กระทบเฉพาะผู้ใช้ไทย ราคาบิทคอยน์ไม่ได้ขยับเพราะเรื่องนี้ แต่สัญญาณที่ส่งไปถึงคนทำแอปคริปโตข้ามชาติชัดเจนกว่าตัวเลขใดๆ ก่อนหน้านี้ไทยเคยใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ปิดกั้นแพลตฟอร์มอย่าง Bybit, OKX, CoinEx และ Exmix ตามที่สื่อคริปโตรายงาน รอบนี้ต่างออกไปตรงที่เป้าหมายคือแอปที่ฝังอยู่ในซูเปอร์แอป และผู้ที่ช่วยโปรโมตก็ถูกลากเข้ามาเป็นผู้ต้องหาด้วย การเปิดหน้าจอภาษาไทยเพื่อดึงคนไทยเข้ามาใช้ กลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญไปแล้ว

ยังมีคำถามที่ต้องจับตา ประกาศของ ก.ล.ต. ระบุชัดว่าปิดกั้นเฉพาะช่องทางของ Holdstation และ UNO ไม่ได้พูดถึง World App โดยตรง จึงยังไม่มีคำตอบว่าบริการอื่นของ World ในไทย รวมถึงจุดสแกน Orb จะได้รับผลกระทบหรือไม่ และจากข่าวที่ตรวจสอบ ยังไม่พบคำชี้แจงต่อสาธารณะจากฝั่ง TFH หรือทีมงานสองแอป

ใครยังมีทรัพย์สินค้างในสองแอปนี้ วันนี้คือวันสุดท้ายก่อนปิดกั้น ตรวจรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตได้ที่ www.sec.or.th หรือแอป SEC Check First หากพบเบาะแสน่าสงสัยแจงศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของ ก.ล.ต. โทร 1207