xs
xsm
sm
md
lg

“คมนาคม” ระดมพาหนะกู้ภัย-เรือ รวม 160 ชุด ลุยช่วยน้ำท่วม"กทม. – ภาคกลาง – ภาคตะวันออก"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“สิริพงศ์”รับมอบรถบรรทุกพร้อมอุปกรณ์ยกขน 126 คัน และเรือ 28 ลำ รวม 160 อัตรา กระจายสู่พื้นที่ น้ำท่วม” กทม. – ภาคกลาง – ภาคตะวันออก”เพื่อช่วยเหลือประชาชน

วันนี้ (29 กันยายน 2569) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานมอบหมายภารกิจและปล่อยขบวนพาหนะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เพื่อเข้าปฏิบัติภารกิจสนับสนุนและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และภาคตะวันออก โดยมี พล.ต.ต. ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) และนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จาก กรมทางหลวง (ทล.) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมรับมอบอุปกรณ์และสิ่งของเพื่อเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย ณ กรมการขนส่งทางบก

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร และจังหวัดในภาคกลาง และภาคตะวันออก เกิดน้ำท่วมขังและกระทบต่อการเดินทางและความปลอดภัยของประชาชนในหลายพื้นที่ กระทรวงคมนาคมภายใต้ข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จึงได้ระดมทรัพยากรจากทุกหน่วยงานในสังกัด พร้อมประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกำลังพล พาหนะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่มีศักยภาพในการปฏิบัติงานในพื้นที่น้ำท่วม โดยเฉพาะรถบรรทุกหนัก รถบรรทุกติดเครน รถปั้นจั่น รถสไลด์ และเรือ เพื่อเข้าสนับสนุนภารกิจอย่างเร่งด่วน ทั้งการเข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน การเคลื่อนย้ายประชาชนและยานพาหนะ การยกและเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวาง ตลอดจนสนับสนุนหน่วยกู้ภัยและหน่วยงานในพื้นที่ตามความจำเป็น


สำหรับการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้จัดกำลังพาหนะและเรือรวม 160 อัตรา ประกอบด้วยรถบรรทุกหนักที่มีอุปกรณ์ยกมากกว่า 126 คัน และเรือ 28 ลำ จาก ทล. ทช. กทพ. และกรมเจ้าท่า (จท.) โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและภาคกลาง จัดกำลังรถบรรทุกหนัก 95 คัน ได้แก่ ทล. 56 คัน ทช. 28 คัน และ กทพ. 11 คัน พร้อมเรือจาก จท. 12 ลำ ขณะที่ภาคตะวันออกจัดกำลังรถบรรทุกหนักจาก ทล. 16 คัน และ ทช. 10 คัน พร้อมเรือจาก จท. 15 ลำ ส่วนพื้นที่ปากช่องจัดกำลังจาก ทล. 3 คัน ทช. 2 คัน และเรือจาก จท. 1 ลำ เพื่อสนับสนุนภารกิจในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

นอกจากนี้ ภาคเอกชนได้ร่วมสนับสนุนภารกิจ โดยบริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส (Flash Express) สนับสนุนรถยก 6 คัน ขณะที่ผู้ประกอบการด้านยานยนต์และศูนย์บริการรวม 25 ราย ได้แก่ BYD & DENZA,FORD, GAC, GEELY, GWM, HONDA, ISUZU, MAZDA, MERCEDES-BENZ,MITSUBISHI, NISSAN, RIDDARA, SUBARU, SUZUKI, TESLA, TOYOTA, VOLVO,ZEEKR AUTO TECHNIC (ISUZU), HONDA, EM, SUZUKI, YAMAHA, AUTOBACS และ FIT Auto ร่วมออกมาตรการช่วยเหลือผู้ใช้รถที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และศูนย์ซ่อม โดยส่วนใหญ่ให้ส่วนลดค่าอะไหล่ประมาณ 30% ส่วนลดค่าแรงสูงสุด 40% พร้อมบริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบต่อประชาชนและระบบการขนส่ง


นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ได้กำชับทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยกู้ภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินสถานการณ์และจัดกำลังพาหนะให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับการเข้าถึงจุดที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน หรือพื้นที่ที่ยานพาหนะทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้ ควบคู่กับการคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน เจ้าหน้าที่ พาหนะ และเครื่องจักรเป็นสำคัญ ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมไม่ได้มีหน้าที่เพียงดูแลโครงข่ายคมนาคมเท่านั้น แต่ในสถานการณ์วิกฤตจะต้องเป็นกำลังสำคัญในการเข้าถึงและช่วยเหลือประชาชน โดยทุกพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนจะต้องพยายามเข้าถึงให้เร็วที่สุด และนำศักยภาพของทุกหน่วยงานมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

กระทรวงคมนาคมจะติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและสภาพการจราจรอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมบูรณาการกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนและลดผลกระทบต่อการเดินทางให้ได้มากที่สุด โดยขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และหากได้รับผลกระทบหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการได้อย่างทันท่วงที