BYD Seagull รุ่นใหม่ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ย้ายมอเตอร์ไปด้านหลัง เพิ่มกำลัง เปลี่ยนช่วงล่าง และเพิ่มช่องเก็บสัมภาระใต้ฝากระโปรงหน้า ขณะที่ราคาและกำหนดเปิดตัวยังไม่ประกาศ
เผยโฉม Seagull เจเนอเรชัน 2 ในจีน
BYD Seagull เจเนอเรชัน 2 หรือที่มีรายงานเรียกว่า Great Seagull ถูกนำออกมาเผยโฉมในประเทศจีน หลังข้อมูลของรถปรากฏในเอกสารของกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศจีน หรือ MIIT
รถรุ่นใหม่ได้รับการปรับทั้งโครงสร้าง ระบบขับเคลื่อน ช่วงล่าง การออกแบบภายนอก และห้องโดยสาร โดยยังคงเป็นรถไฟฟ้าแฮตช์แบ็กแบบ 5 ที่นั่ง
เปลี่ยนเป็นขับเคลื่อนล้อหลัง
การเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ ย้ายมอเตอร์จากด้านหน้าไปติดตั้งที่เพลาหลัง ทำให้ Seagull เปลี่ยนจากระบบขับเคลื่อนล้อหน้าเป็นขับเคลื่อนล้อหลัง
มอเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่มีกำลัง 95 กิโลวัตต์ หรือ 127 แรงม้า เพิ่มขึ้นจากรุ่นปัจจุบันที่ใช้มอเตอร์ 55 กิโลวัตต์ พร้อมเพิ่มความเร็วสูงสุดเป็น 150 กม./ชม.
เปลี่ยนช่วงล่างหลังเป็นมัลติลิงก์
ช่วงล่างด้านหลังแบบทอร์ชันบีมของรุ่นเดิมถูกเปลี่ยนเป็น ช่วงล่างอิสระแบบมัลติลิงก์ ถือเป็นอีกจุดที่ได้รับการปรับปรุงควบคู่กับระบบขับเคลื่อนล้อหลัง
รถมาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ลายก้านคู่สี่ชุด และยางขนาด 205/60 R16 ซึ่งกว้างกว่ายางขนาด 165 และ 175 มม. ที่ใช้ในรุ่นปัจจุบัน
เพิ่มช่องเก็บสัมภาระด้านหน้า
การย้ายชุดขับเคลื่อนไปติดตั้งด้านหลังช่วยเพิ่มพื้นที่ใต้ฝากระโปรงหน้า ทำให้ Seagull รุ่นใหม่มี ช่องเก็บสัมภาระด้านหน้า หรือ Frunk แต่ BYD ยังไม่เปิดเผยความจุอย่างเป็นทางการ
ช่องเก็บของด้านหน้ายังพบไม่มากในกลุ่มรถไฟฟ้าขนาดเล็กที่มีราคาต่ำกว่า 100,000 หยวน หรือประมาณ 499,000 บาทในประเทศจีน
ปรับรูปลักษณ์ภายนอกใหม่
Seagull รุ่นใหม่เปลี่ยนจากมือจับประตูแบบซ่อนที่เลื่อนออกด้วยไฟฟ้า มาใช้มือจับแบบกลไกกึ่งซ่อน ซึ่งยังคงแนบไปกับตัวถังบางส่วน
ด้านท้ายติดตั้งไฟแยกซ้าย–ขวา สปอยเลอร์หลังคาขนาดใหญ่ และดิฟฟิวเซอร์ที่รวมอยู่กับกันชน ตัวรถมีความยาว 4,205 มม. และระยะฐานล้อ 2,650 มม.
ห้องโดยสารใหม่ พร้อม LiDAR เป็นอุปกรณ์เสริม
ห้องโดยสารมาพร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสองก้านทรงท้ายตัด หน้าจอกลางแบบลอยตัว สวิตช์ควบคุมใต้ช่องแอร์ แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย และที่วางแก้วสองตำแหน่งเรียงตามแนวตั้ง
ภาพร่างที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้บ่งชี้ว่า รถอาจไม่มีจอแสดงข้อมูลผู้ขับขี่แบบเดิม ขณะที่รุ่นย่อยระดับสูงสามารถติดตั้ง LiDAR บนหลังคา เพื่อรองรับระบบช่วยขับขี่ระดับ 2 DiPilot 300 หรือ God’s Eye B
นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวว่า รุ่นย่อยระดับสูงอาจใช้แบตเตอรี่ Blade เจเนอเรชัน 2 และระบบ Flash Charging แต่ BYD ยังไม่ได้ประกาศกำลังชาร์จหรือระยะเวลาในการชาร์จอย่างเป็นทางการ
วางตำแหน่งแข่งขันกับ Geely EX2
Seagull รุ่นใหม่มีรายละเอียดหลายส่วนใกล้เคียงกับ Geely EX2 หรือ Xingyuan ในจีน ทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ช่วงล่างหลังอิสระ ช่องเก็บสัมภาระด้านหน้า และระยะฐานล้อ 2,650 มม. เท่ากัน แต่ Seagull มีตัวถังยาวกว่า 70 มม.
เดือนสิงหาคม 2026 Seagull รุ่นปัจจุบันมียอดจดทะเบียนในจีน 10,103 คัน ขณะที่ Geely Xingyuan มียอดจดทะเบียน 39,651 คัน และยอดขายส่ง 60,955 คัน ส่วน ราคาและกำหนดเปิดตัวของ Seagull เจเนอเรชัน 2 ยังไม่มีการประกาศ
หมายเหตุ: คำนวณเงินบาทด้วยอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 1 หยวน เท่ากับ 4.99 บาท
ที่มา: CarNewsChina