หุ้น 6 ตัวราคาบวกรับข่าวรับผลดีทางตรงจากน้ำท่วม "HMPRO GLOBAL DOHOME SCGD MRDIYT DCC " เหตุพื้นที่รับผลกระทบต้องซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โบรกเกอร์ประเมินหุ้นที่เกี่ยวเนื่องรับผลดีเพียงระยะสั้น ไม่มีนัยยะต่อผลประกอบการนัก และมีหุ้นอีกหลายธุรกิจที่ได้รับผลดีทางอ้อม
จากสถานการณ์น้ำท่วมในไทย หล้งจากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องหนักถึงหนักมากมาหลายว้น ส่งผลกระทบเกิดภาวะน้ำท่วมขังและน้ำป่าไหลหลาก เพราะมีมวลน้ำจากภาคเหนือไหลสมทบพื้นที่ภาคกลาง ส่งผลให้เกิดอุทกภัยแล้ว 25 จังหวัดไม่เว้นแม้แต่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่มีฝสนตกตกหนักต่อเนื่องทั้งวันที่คืนหลายวัน ทำให้เกิดน้ำท่วมหนัก จนต้องประกาศหยุดราชการกรณีพิเศษ 28–29 ก.ย. เพื่อบรรเทาผลกระทบและลดการเดินทาง
หุ้นที่ได้รับผลบวกจากการเกิดน้ำท่วม ราคาบวกรับผลที่จะตามมาทันที ซึ่งหุ้นหลักๆ และราคาเด้งรับผลการเกิดอุทกภัยทุกครั้งหนีไม่พ้น บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน ) หรือ DOHOME และบริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT รวมทั้ง บริษัท ไดนาสตี้เซรามิค จำกัด (มหาชน) หรือ DCC และ บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD
ดังนั้น ราคาหุ้น 6 ตัวที่กล่าวมาข้างต้น เปิดตลาดหุ้นเช้าวันนี้(28 ก.ย.) จึงเขียวถ้วนหน้า
HMPRO เปิดที่ 8.95 บาท จากวันก่อนปิดที่ 8.80 บาท ระหว่างวันราคาหุ้นขยับสูงสุดที่ 6.55 บาท
GLOBAL เปิดที่ 6.80 บาท จากวันก่อนปิดที่ 6.45 บาท ระหว่างวันราคาหุ้นขยับสูงสุดที่6.85 บาท
DOHOME เปิดที่ 3.60 บาท จากวันก่อนปิดที่ 3.40 บาท ระหว่างวันราคาหุ้นขยับสูงสุดที่ 3.62บาท
MRDIYT เปิดที่ 8.95 บาท จากวันก่อนปิดที่ 8.80 บาท ระหว่างวันราคาหุ้นขยับสูงสุดที่ 9.10 บาท
DCC เปิดที่ 1.37 บาท จากวันก่อนหน้าปิดที่ 1.34 บาท ระหว่างวันราคาหุ้นขยับสูงสุดที่ 1.43 บาท
SCGD เปิดที่ 5.55 บาท จากวันก่อนหน้าปิดที่ 5.45 บาท ระหว่างวันราคาหุ้นขยับสูงสุดที่ 5.55 บาท
ทั้งนี้ เมื่อตลาดปิดราคาหุ้นที่กล่าวมาข้างต้น ปิดที่
HMPRO ปิดที่ 6.35 บาท เพิ่่มขึ้น 0.15 บาท หรือ 2.42%
GLOBAL ปิดที่ 6.45 บาท ราคาปิดเท่าวันก่อน
DOHOME ปิดที่ 3.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ 2.94%
MRDIYTปิดที่ 8.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ 1.14%)
DCCปิดที่ 1.36 บาท เพิ่มขึ้น 0.02 บาท หรือ 1.49%
SCGDปิดที่ 5.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.05 บาทหรือ 0.92%
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ มองว่าหุ้นที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือ HMPRO เนื่องจากเน้นสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและ Home Solution ซึ่งตอบโจทย์การปรับปรุงบ้านทันทีหลังน้ำลด ขณะที่ GLOBAL และ DOHOME ได้รับอานิสงส์จากกลุ่มวัสดุก่อสร้างและเครื่องมือช่าง แต่ในทางกลับกัน หากงานก่อสร้างโครงสร้างขนาดใหญ่ชะลอตัวจากสภาพอากาศ ก็อาจมีแรงกดดันเข้ามาหักล้างได้บางส่วน ส่วน MRDIYT เพิ่งเข้ามาในวงการหลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเมื่อปีก่อน และในฐานะค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและเครื่องมือช่างราคาประหยัด ซึ่งเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปที่ต้องการซ่อมแซมงานบ้านเองในกรณีทีไม่ใช้งานใหญ่ที่ต้องใช้ช่างเฉพาะทาง
ทั้งนี้ ปัจจัยน้ำท่วมนี้ จะช่วยกระตุ้นยอดขายได้เพียงชั่วคราวหรือประมาณ 1 เดือนหลังน้ำลด ซึ่งไม่ได้ทำให้ภาพรวมตลอดจนกำไรทั้งปีเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ จึงแนะนำให้ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ทุกครั้ง และแม้่ว่าจะมีความต้องการซ่อมแซมบ้าน แต่ภาพรวมกำลังซื้อยังถูกกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ นักลงทุนควรเลือกหุ้นที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่งเป็นหลัก
นอกจากนี้ ยังมีหุ้นกลุ่มค้าปลีกสินค้าจำเป็นอย่าง บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL,บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC และบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT ที่จะได้แรงหนุนจากการกักตุนสินค้าจำเป็น เช่น น้ำดื่มและอาหารแห้ง แต่อาจมีความเสี่ยงจากสาขาที่ต้องปิดชั่วคราวและการขนส่งที่สะดุด และอาหารแห้ง แต่หยวนต้าเตือนถึงความเสี่ยงจากสาขาที่ต้องปิดชั่วคราวและการขนส่งที่สะดุด
อย่างไรก็ดี ยังมีหุ้นอีกหลายหมวดหมู่ที่จะได้อานิสงส์จากน้ำท่วม อย่างหุ้นยางมะตอย TASCO หรือบริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) แต่ที่เลือกหุ้นดังกล่าวข้างต้น เพราะจะได้รับผลดีและคือด่านแรกที่หลังจากประสบภัยน้ำท่วม ประชาชนย่อมต้องการปรับปรุงซ่อมแซม แม้กระทั่งระบบสาธารณูปโภคของภาครัฐ อย่างการซ่่อมสะพานและถนน บริษัทผู้ผลิตและดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง จึงเป็นที่ต้องการของตลาดสูงมากแต่ก็เป็นช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น