โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม ฯ เผย 5 โรคยอดฮิต หน้าฝน นำทีมโดย ไข้หวัดใหญ่เจ้าเก่า ตามด้วยท้องร่วง โควิด-19 ปอดอักเสบ และมือเท้าปาก หนุนคนไทยปรับพฤติกรรมการป้องกันก่อนป่วย อุดหนุนสินค้าประเภทวิตามินสูงสุด พร้อมปัจจัยหนุนสำคัญปรับพฤติกรรมคนไทยสู่การ “กินเพื่อป้องกัน” มาจากภาระสุขภาพเพิ่ม ต้นทุนผลิตยาพุ่งปีละ 10 – 15% บวกกับค่าใช้จ่ายจากากรรักษาพยาบาลและค่าแรงบุคลากรทางการแทพย์ที่เพิ่มขึ้นทุกปี เป็นอีกตัวขับเคลื่อนการเปลี่ยนพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ และเปิดอินไซด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตัวท็อป ช่วยป้องกันสุขภาพช่วงหน้าฝน ได้แก่ วิตามินซี รังนก ชี้ช่องทางชอปสินค้าแบรนด์ “สุภาพโอสถ” ได้ทั้งทางออฟไลน์–ออนไลน์
นายพิษณุ แดงประเสริฐ ประธานบริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้บริโภคชาวไทยได้ปรับตัวไปสู่เทรนด์การดูแลตนเองก่อนป่วยซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังมุ่งไปทางเดียวกันทั่วโลก ด้วยการออกกำลังกายมากขึ้น รวมถึงการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ดีสภาพปัจจุบันก็มีผู้คนอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่มีเวลาในการดูแลตัวเองมากนัก การเลือกรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนประชาชนมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากหลายปัจจัย ล่าสุดข้อมูลกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า 5 อันดับโรคที่พบผู้ป่วยมากที่สุดในช่วงวันที่ 9 สิงหาคม–8 กันยายน 2569 ได้แก่ โรคไข้หวัดใหญ่ โรคอุจจาระร่วง โรคโควิด-19 โรคปอดอักเสบ และโรคมือเท้าปาก โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ที่ตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 8 กันยายน 2569 พบผู้ป่วยสะสม 359,672 ราย และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่โควิด-19 และโรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวเช่นกัน
นอกจากนี้อีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้เทรนด์การดูแลตัวเองก่อนป่วยได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่ก็คือ ต้นทุนด้านการเข้ารักษาจากสถานพยาบาลเพิ่มสูงทุกปี โดยมาจากทั้งค่ายาที่สูงขึ้น ซึ่งทั่วโลกต้นทุนการผลิตยาจะสูงขึ้นเฉลี่ยปีละ 10- 15% โดยส่วนใหญ่เป็นต้นทุนจากงานวิจัย อีกทั้งค่าใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นปีละ 7.5-10% และต้นทุนค่าจ้างบุคลากรทางการแพทย์พุ่งปีละ 3.5 – 5.5 % ทุกปี
JSP มองว่าความเสี่ยงจากโรคตามฤดูกาล ประกอบกับภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพก่อนเกิดการเจ็บป่วยมากขึ้น ทั้งการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต การรับประทานอาหารที่เหมาะสม การออกกำลังกาย รวมถึงการเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลสุขภาพและเสริมโภชนาการ โดยผลิตภัณฑ์สุภาพโอสถที่ได้รับการตอบรับสูงสุดในช่วงหน้าฝน ได้แก่ วิตามินซี และรังนก
“บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าเทรนด์สุขภาพ ‘กินเพื่อป้องกัน’ จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เพราะนอกจากความต้องการที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลแล้วยังมีปัจจัยระยะยาวจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) รวมถึงความตื่นตัวด้านสุขภาพ ซึ่งทำให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันมากขึ้น” นายพิษณุ กล่าว
บริษัทฯ จึงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “สุภาพโอสถ” เพื่อรองรับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพ พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายทั้งร้านค้า และช่องทางออนไลน์ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในวงกว้าง เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์แบรนด์ของบริษัทอย่างต่อเนื่อง