“วราวุธ” ห่วงมวลน้ำมหาศาลจากภาคเหนือ-ฝั่งตะวันตก กำลังลงสู่ลุ่มน้ำท่าจีน เสนอ“อนุทิน” ปลดล็อกเงื่อนไขสร้างแหล่งน้ำ 2 ล้านคิว ให้สามารถทำแก้มลิงได้ ตามแนวทางรัชกาลที่ 9 “นายกฯหนู”สั่งกรมชลประทาน-สทนช.เร่งหาทางรับมือด่วน
วันนี้( 27 ก.ย.2569 )นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้เรียกประชุม ครม.นัดพิเศษ ในเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุม 501 ชั้น 5 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้ง กทม. และปริมณฑล ซึ่งยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดน้ำท่วมสะสม โดยเฉพาะพื้นที่ กทม. และปริมณฑล และจังหวัดโดยรอบ
นายวราวุธ กล่าวว่า ตนยังได้รายงานต่อที่ประชุมครม.ว่า ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้มีการตั้งกติกาเอาไว้ว่า หากแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำ 2 ล้านคิวขึ้นไป จะอยู่ในความดูแลของกรมทรัพยากรน้ำ หากต่ำกว่า 2 ล้านคิวจะอยู่ในการดูแลของท้องถิ่น ทั้ง อบต. เทศบาลตำบล และองค์การบริหารส่วนจังหวัด แต่ต้องยอมรับว่า ในประเทศไทยมีน้อยมากสำหรับท้องถิ่นที่จะมีศักยภาพดูแลแหล่งน้ำได้ถึง 2 ล้านคิว จึงขอให้นายกฯและคณะกรรมการกระจายอำนาจฯให้ปลดล็อกเงื่อนไขตรงนี้ เพราะ หนึ่งในนโยบายของนายกฯคือ การทำแก้มลิงที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานเอาไว้ให้กับพวกเรา ซึ่งการที่จะมีแก้มลิงได้ก็ต้องขอให้มีการปลดล็อกเงื่อนไขดังกล่าว ซึ่งจะทำให้สามารถทำแก้มลิงได้อย่างมหาศาล ลดปริมาณน้ำในทุ่งที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม กล่าวภายหลังการเข้าประชุมครม.นัดพิเศษผ่านระบบซูม เนื่องจากลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรีว่า วันนี้พายุได้ผ่านจาก กทม.มาทางทิศตะวันตกของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น จ.กาญจนบุรี อุทัยธานี และจังหวัดอื่นๆ น้ำจำนวนมหาศาลทางทิศตะวันตกที่พายุพามา จะไหลลงสู่ลุ่มแม่น้ำท่าจีนในปริมาณมหาศาล รวมถึงน้ำจากทางเหนือ ผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ที่จะต้องระบายลงมาที่แม่น้ำเจ้าพระยาและทางฝั่งซ้ายที่แม่น้ำท่าจีน ปริมาณน้ำสองส่วนนี้เมื่อรวมกันจะเป็นปริมาณมหาศาล ซึ่งนายกฯได้รับทราบและได้ขอให้กรมชลประทานและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) คาดการณ์และหาวิธีการรับมือมวลน้ำมหาศาลที่จะลงมายังแม่น้ำท่าจีน ตลอดจนการดูแล เยียวยาประชาชน
นอกจากนี้ ยังได้รับการร้องขอจากประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับประเด็นผักตบชวาที่ปิดกั้นทางน้ำ ต้องเร่งกำจัดเพื่อให้น้ำระบายได้ดีขึ้น และไหลลงสู่ทะเลได้มากขึ้น