GPSC เร่งเจรจาต่ออายุโรงไฟฟ้า “โกลว์ ไอพีพี” ขนาด 713 เมกะวัตต์ ที่จะสิ้นสุดPPAในปี 71 พร้อมเจรจารัฐบาลลาวพิจารณาต่ออายุสัญญาสัมปทานโรงไฟฟ้าห้วยเหาะ ขนาด 152 เมกะวัตต์ คาดสรุปในปีหน้า เผยหากโครงการโรงไฟฟ้าโกลว์ ไอพีพีไม่ได้รับการต่ออายุอาจเล็งขายไฟให้ data centerแทน
นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่เจรจาเพื่อขอต่ออายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า(PPA) โครงการโรงไฟฟ้าโกลว์ ไอพีพี ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อ. ศรีราชา จ. ชลบุรี กำลังการผลิต 713 เมกะวัตต์(MW) (GPSC ถือหุ้น 95% คิดเป็นกำลังการผลิตตามสัดส่วนถือหุ้น 677 เมกะวัตต์) ที่สัญญาจะสิ้นสุดในปี 2571
สืบเนื่องจากร่างแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ(PDP2026) อาจจะไม่มีโรงไฟฟ้า IPP ใหม่ แต่จะการขยายอายุสัญญาโรงไฟฟ้าเดิมไปอีก 5-6 ปี หากออกมาในรูปแบบนี้ก็คาดว่าจะไม่ต้องใช้งบลงทุนในการปรับปรุงเครื่องจักรมากนัก ทำให้อัตราค่าไฟฟ้าใกล้เคียงเดิมหรือเพิ่มขึ้นไม่มาก ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างเจรจาอัตราค่าไฟใหม่กับทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปี2570
นายวรวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า บริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจากับทางรัฐบาลลาว เพื่อขอต่ออายุสัญญาสัมปทานโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำห้วยเหาะ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 152 เมกะวัตต์ (GPSC ถือหุ้น 67% คิดเป็นกำลังการผลิตตามสัดส่วนถือหุ้น 102 เมกะวัตต์) ที่จะสิ้นสุดอายุสัญญาในปี 2572 รวมทั้งเจรจาขายไฟฟ้ากับทาง กฟผ. ในฐานะคู่สัญญารับซื้อไฟฟ้า และเจรจากับทางสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) ด้วย เนื่องจากอัตราค่าไฟฟ้าจากเขื่อนมีราคาถูกและเป็นพลังงานสะอาด คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปีหน้า
อย่างไรก็ดี การเจรจาต่ออายุสัมปทานโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่สปป.ลาว จะต้องได้รับความชัดเจนอย่างน้อย 2-3 ปี โดยจะมีการเสนอค่าธรรมเนียมสัมปทานใหรัฐบาลลาวล่วงหน้า (Upfront Payment) เพื่อแลกกับการต่อสัญญา ทำให้อัตราค่าไฟฟ้าใหม่ไม่ต่ำลงอย่างที่คิด ปกติแล้ว โครงการนี้จะเป็นสัญญาสัมปทานในรูปแบบ BOT (Build-Operate-Transfer) เมื่อสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน เอกชนจะต้องโอนกรรมสิทธิ์ของสินทรัพย์และระบบทั้งหมดคืนให้แก่รัฐบาลลาว ซึ่งรัฐบาลลาวมีสิทธิ์ที่จะหาผู้รับสัมปทานใหม่มาบริหารแทน
ปัจจุบัน GPSC มีโครงการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้าห้วยเหาะ ,โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี กำลังการผลิต 1,285 เมกะวัตต์ (GPSC ถือหุ้น 25% คิดเป็นกำลังการผลิตตามสัดส่วนถือหุ้น 321 เมกะวัตต์) และโรงไฟฟ้าน้ำลิก 1 ขนาดกำลังการผลิต 65 เมกะวัตต์ (GPSC ถือหุ้น 40% คิดเป็นกำลังการผลิตตามสัดส่วนถือหุ้น 26 เมกะวัตต์)
สำหรับร่างแผน PDP2026 ในช่วง 11 ปีแรก (ปี 2570-2580) มีแผนเพิ่มกำลังผลิตใหม่รวม 50.6 กิกะวัตต์ ประกอบด้วย Solar และ Solar+BESS รวม 38.9 กิกะวัตต์ โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ รวม 9.1 กิกะวัตต์ และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) 0.3 กิกะวัตต์ ซึ่ง GPSC ให้ความสนใจ ตั้งเป้าคว้ากำลังผลิตใหม่จาก PDP รอบนี้ประมาณ 5.2 กิกะวัตต์ หรือประมาณ 10% ของกำลังผลิตใหม่ทั้งหมด แบ่งเป็น โรงไฟฟ้าก๊าซ 2.4 กิกะวัตต์ และพลังงานหมุนเวียน 2.7 กิกะวัตต์ (Solar 2.2 กิกะวัตต์ และ Wind 0.5 กิกะวัตต์)
เนื่องจากGPSCมีโรงไฟฟ้าก๊าซเดิม 2 แห่ง ที่มีโอกาสได้รับการต่ออายุ ได้แก่ Glow IPP ขนาด 713 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าราชบุรี เพาเวอร์ (RPCL) ขนาด 1,400 เมกะวัตต์ (GPSCถือหุ้น 24%) หากไม่ต่ออายุได้ก็สามารถนำไปขายไฟให้ Data center ได้
ขณะเดียวกัน Avaada Energy Private Limited (AEPL) บริษัทพลังงานหมุนเวียนในอินเดีย มีแผนขายหุ้น IPO ภายในปี 2570 เพื่อระดมทุนในตลาดหุ้นใช้ในการขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในอินเดีย