“วราวุธ” ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมสุพรรณบุรี เล็งประสานกษ.เยียวยาเกษตรกรพื้นที่รับน้ำ พร้อมสั่ง อุตสาหกรรมจังหวัดประสานผู้ประกอบการเฝ้าระวัง พร้อมสั่งการ SME D Bank ออกมาตรการช่วย SME ประสบภัยน้ำท่วม ให้พักหนี้ 12 เดือน พร้อมเติมทุนฉุกเฉิน
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะ นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาและดูแลช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ที่กำลังเดือดร้อน เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569
นายวราวุธ กล่าวว่า เทศบาลตำบลโคกคราม เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เมื่อมีน้ำเหนือลงมาจะได้รับผลกระทบ ระดับน้ำอยู่สูงกว่าระดับถนน ที่ผ่านมา อ.บางปลาม้าเป็นพื้นที่รับน้ำก่อนเข้าสู่กรุงเทพมหานคร แต่ปีนี้มีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น นอกจากแม่น้ำท่าจีนที่เพิ่มขึ้น ยังมีฝนปริมาณมากลงมาในพื้นที่ ดังนั้นต้องเร่งเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชนก่อน เพราะในอนาคตอันใกล้จะมีน้ำเหนือลงมาอีก ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐมนตรี และสส.ทุกคนให้ลงพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน
เมื่อถามว่า สำหรับ จ.สุพรรณบุรีซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำ ปีนี้น่าห่วงหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ปีนี้คงต้องขอความช่วยเหลือจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเรื่องของทุ่งที่เป็นพื้นทึ่รับน้ำ เช่น อ.บางปลาม้า และอ.สองพี่น้อง แม้มีการเก็บเกี่ยวไปแล้วแต่ยังไม่ 100% จึงต้องหารือกับกระทรวงเกษตรฯ ถึงแนวทางว่าหากน้ำเข้าร้อยเปอร์เซ็นต์ จะต้องเยียวยาพี่น้องเกษตรกรอย่างไร นอกจากนี้ ใน จ.สุพรรณบุรี ยังมีพื้นที่อุตสาหกรรม ได้สั่งการให้อุตสาหกรรมจังหวัดประสานกับผู้ประกอบการ ที่ยังไม่ได้รับผลกระทบ ขอให้ติดตามฝนและปริมาณน้ำในแม่น้ำท่าจีน ขณะเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีและทุกหน่วยงานใน จ.สุพรรณบุรีได้คอยเฝ้าระวังระดับน้ำ และรับเรื่องร้องเรียนของพี่น้องประชาชน ในส่วนของกลุ่มเปราะบางได้เข้าไปสำรวจในพื้นที่แล้ว และมีข้อมูลแล้ว หากเกิดเหตุด่วนขึ้นมาก็สามารถอพยพได้ ซึ่งมีสถานที่ไว้พักพิงรองรับแล้ว
นายวราวุธ กล่าวว่า ขณะนี้หลายพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัยเนื่องจากฝนตกหนัก ในหลายภูมิภาค ภาคกลาง ภาคตะวันออก โดยเฉพาะ พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่งผลให้น้ำท่วมฉับพลัน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวม การดำเนินธุรกิจ และสร้างความเสียหายทั้งทางตรงและทางอ้อมให้เอสเอ็มอีจำนวนมาก จึงได้สั่งการให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้ตามปกติในเร็ววัน
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า SME D Bank ได้ออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ได้แก่
มาตรการ “พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย” สำหรับลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อม ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติตามที่ธนาคารกำหนด ด้วยการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยสำหรับกลุ่มเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term Loan) สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน สัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และสินเชื่อแฟคตอริ่ง ขยายระยะเวลาชำระตั๋วสัญญาใช้เงินออกไปอีกสูงสุด 180 วัน และสามารถพักชำระดอกเบี้ยได้
มาตรการ “เติมทุนฉุกเฉิน เพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูกิจการ” โดยธนาคารกำหนดวงเงินกู้ฉุกเฉิน 10% ของวงเงินเดิม ขั้นต่ำ 30,000 บาท ถึงสูงสุด 200,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี (MLR = 7.05%ต่อปี) ระยะเวลากู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน ไม่ต้องมีหลักประกัน
นอกจากนั้น ธนาคารยังมีสินเชื่อช่วยเติมทุนเพิ่มเติม สำหรับเสริมสภาพคล่อง ลงทุน ยกระดับธุรกิจ ภายหลังสถานการณ์อุทกภัยคลี่คลาย อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 12 เดือน