“ภัทรพงศ์” กำชับกรมท่าอากาศยาน และ วิทยุการบินฯ เกาะติดสถานการณ์ฝนตกหนัก ล่าสุดทุกสนามบินยังให้บริการได้ตามปกติ “สุวรรณภูมิ” มีเที่ยวบินวนรอประมาณ 103 เที่ยวบิน ล่าช้าเฉลี่ยเที่ยวบินละ 16 นาที ย้ำคำนึงถึงความปลอดภัยผู้โดยสารสูงสุด หากสถานการณ์เปลี่ยน พร้อมแจ้งเตือนทันทีแนะผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทาง
นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์สภาพอากาศแปรปรวนและฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ได้กำชับกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานสายการบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยให้คำนึงถึง ความปลอดภัยของผู้โดยสารและการปฏิบัติการด้านการบินเป็นสำคัญสูงสุด
และให้ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เกาะติดสถานการณ์สภาพอากาศแปรปรวน เตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ โดยได้ออกมาตรการรองรับสภาพอากาศที่อาจส่งผลกระทบการบิน เพื่อเพิ่มระดับของความปลอดภัย และระดับประสิทธิภาพในการจัดการจราจรทางอากาศ ตามแนวทางขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้โดยสารและอากาศยาน
ปัจจุบันท่าอากาศยานในสังกัดกรมท่าอากาศยานยังคงเปิดให้บริการตามปกติ โดยได้กำชับทุกท่าอากาศยานให้ติดตามข้อมูลสภาพอากาศและสถานการณ์ที่อาจส่งผลต่อการเดินทางของประชาชน พร้อมตรวจสอบความพร้อมของบุคลากร ระบบ และสิ่งอำนวยความสะดวก รวมทั้งประสานสายการบินอย่างใกล้ชิดเพื่อติดตามสถานะเที่ยวบิน หากมีการเปลี่ยนแปลงเวลาหรือสถานะเที่ยวบิน ให้เร่งประชาสัมพันธ์และแจ้งข้อมูลแก่ผู้โดยสารอย่างถูกต้องและรวดเร็ว เพื่อให้สามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ให้ติดตามสภาพเส้นทางเข้า–ออกท่าอากาศยาน และประสานหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อเตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารกรณีสภาพอากาศหรือสถานการณ์น้ำส่งผลต่อการเดินทางมายังท่าอากาศยาน
กรมท่าอากาศยานขอให้ประชาชนที่มีแผนเดินทางโดยเครื่องบินในช่วงที่มีฝนตกหนัก ตรวจสอบสถานะเที่ยวบินกับสายการบินก่อนออกเดินทาง เผื่อเวลาในการเดินทางมายังท่าอากาศยาน และติดตามข้อมูลสภาพอากาศและสถานการณ์เส้นทางอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย
@สุวรรณภูมิ มีเที่ยวบินวนรอประมาณ 103 เที่ยวบิน ล่าช้าเฉลี่ยเที่ยวบินละ 16 นาที
ด้านนายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. กล่าวว่า ขณะนี้ ทุกสนามบินทั่วประเทศ อากาศยานยังคงสามารถขึ้น-ลง ได้ แต่อาจมีการบินหลบพื้นที่สภาพอากาศในบางพื้นที่ ซึ่งอาจทำให้เกิดการล่าช้าของเที่ยวบินอยู่บ้าง ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติการบินในการหลบหลีกพื้นที่ที่มีสภาพอากาศเลวร้าย เพื่อความปลอดภัย
โดยสนามบินสุวรรณภูมิ มีเที่ยวบินวนรอประมาณ 103 เที่ยวบิน ล่าช้าเฉลี่ยเที่ยวบินละ 16 นาที สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางในช่วงนี้ อาจต้องพบกับความล่าช้าของเที่ยวบินบ้างในบางช่วงเวลา ในกรณีที่ฝนตกหนักหรือสภาพอากาศแปรปรวนในบริเวณสนามบิน อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และข้อมูลข่าวสารจากสายการบิน ท่าอากาศยานอย่างใกล้ชิด หากมีการปรับตารางการบิน หรือยกเลิกเที่ยวบิน ทั้งนี้ ขอให้เผื่อเวลาการเดินทาง เพื่อให้ทุกท่านสามารถเดินทางได้ตามกำหนดเวลา
บวท. ได้ประสานและติดตามข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยาการบินอย่างใกล้ชิด เพื่อนำมาวางแผนการจัดการจราจรทางอากาศ พร้อมทั้งเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น โดยกำหนดมาตรการรองรับ 4 ด้าน ดังนี้
1.มาตรการรองรับผลกระทบต่อการปฏิบัติการบินและการให้บริการจราจรทางอากาศ จากการขอบินหลบพื้นที่ที่มีสภาพอากาศเลวร้าย การลงสนามบินลงไม่ได้ต้องบินขึ้นไปใหม่ (Go around) การเปลี่ยนเส้นทางบินไปลงสนามบินสำรอง (Divert) หรือการต้องบินวนรอ (Hold) รวมถึงการจัดระยะห่างของอากาศยาน (Separation) ในขณะที่มีสภาพอากาศเลวร้าย โดยให้บริการควบคุมจราจรทางอากาศที่คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญสูงสุด และประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดในการรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
2.มาตรการรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับระบบช่วยการเดินอากาศ ระบบสื่อสาร และระบบติดตามอากาศยาน รวมถึงระบบสนับสนุนการให้บริการจราจรทางอากาศต่าง ๆ โดยเฝ้าระวัง และติดตามสถานะการทำงาน อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเตรียมการรองรับเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ เช่น กระแสไฟฟ้าขัดข้อง ภัยจากพายุฝนฟ้าคะนอง และฝนตกหนักจนทำให้น้ำท่วมขัง และส่งผลกระทบต่อสถานีและอุปกรณ์เครื่องอำนวยความการเดินอากาศต่าง ๆ ตลอดเวลา
3.มาตรการรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับทางวิ่ง ทางขับ และหลุมจอดของสนามบิน จนส่งผลต่อการให้บริการจราจรทางอากาศ โดยประสานงานกับท่าอากาศยานอย่างใกล้ชิด ในเตรียมการรองรับสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
4.มาตรการรองรับที่จะเกิดขึ้นต่ออาคารสถานที่ อาคารหอควบคุมการจราจรทางอากาศ อาคารสถานีเครื่องช่วยการเดินอากาศ และเส้นทางสัญจร โดยติดตามสภาพอากาศ สถานการณ์ฝนตกหนัก และน้ำท่วมขัง เพื่อเตรียมการในการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ บวท. ได้กำหนดแนวทางการบริหารความคล่องตัวการจราจรทางอากาศ เพื่อให้ทุกเที่ยวบินได้รับบริการอย่างสะดวก คล่องตัว และเกิดความปลอดภัยทางการบินสูงสุด พร้อมกำชับทุกหน่วยงานเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งจัดเตรียมเจ้าหน้าที่สำรอง สำหรับแก้ไขปัญหาเร่งด่วน และยกระดับการเฝ้าระวัง ติดตามรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง