สอน. กาง6มาตรการเชิงรุก ช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยกว่า 4.4 แสนราย ที่เผชิญความท้าทายครั้งใหญ่จากวิกฤตสภาพอากาศแปรปรวน (Climate Change) และภัยแล้งที่รุนแรงขึ้น ทั้งอัดฉีดเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ขุดบ่อบาดาล – ทำระบบน้ำหยด กู้ชีพพืชเศรษฐกิจ
นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เดินหน้ามาตรการเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยกว่า 4.4 แสนราย บนพื้นที่เพาะปลูกรวมกว่า 10 ล้านไร่ทั่วประเทศ โดยเร่งผลักดันมาตรการช่วยเหลือทุกมิติเพื่อลดผลกระทบจากวิกฤตสภาพอากาศแปรปรวน (Climate Change) และภัยแล้งที่รุนแรงขึ้น
โดยเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นรายย่อยและขนาดกลาง (มีพื้นที่ 1–199 ไร่) มากถึง90% ส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือถึง 50% ตามด้วยภาคกลาง 22% ภาคเหนือ 22% และภาคตะวันออก 6%
สอน. ได้กาง 6 มาตรการ ดังนี้
ลุยวิจัยอ้อยพันธุ์อึด : จับมือหน่วยงานรัฐและเอกชน พัฒนาพันธุ์อ้อยสายพันธุ์ใหม่ที่ทนแล้ง ต้านทานโรคและแมลง ด้วยเทคโนโลยีชีวโมเลกุลที่ทันสมัย งปลอดภัยไม่ใช่ GMOs
อัดฉีดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ : ร่วมกับ ธกส. ปล่อยกู้ในโครงการปี 2568-2570 ให้ชาวไร่นำไปทำระบบน้ำหยดประหยัดน้ำ ขุดบ่อน้ำตื้น สระน้ำ หรือเจาะบ่อบาดาล ล่าสุดอนุมัติแล้ว 22 ราย เป็นเงินกว่า 189 ล้านบาท
หนุนตัดอ้อยสด งดเผา : ส่งเสริมการสับคลุกใบอ้อยลงดินแทนการเผา เพื่อช่วยเพิ่มสารอาหารให้ดินกักเก็บความชื้นและทนแล้งได้ดีขึ้น แถมลดต้นทุนค่าปุ๋ย และยังนำใบอ้อยไปขายทำกระดาษหรือแผ่นพาเลทสร้างรายได้เสริมได้อีกด้วย
ติวเข้มรับมือโลกเปลี่ยน : จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกร เพื่อให้เท่าทันสถานการณ์และปรับตัวสู้ภัยแล้งได้อย่างมืออาชีพ
จับมืออุ้มเมื่อเกิดภัย : ประสานงานใกล้ชิดกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเตรียมแผนเยียวยาและช่วยเหลือทันทีหากเกษตรกรได้รับความเสียหายจากสถานการณ์ภัยแล้งและสภาพอากาศที่แปรปรวน
โรงงานน้ำตาลต้องมีน้ำสำรอง : กระตุ้นให้โรงงานน้ำตาลวางแผนจัดการน้ำของตัวเองอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาแย่งน้ำกับชุมชนรอบข้าง