xs
xsm
sm
md
lg

Bitget โดนแฮกครั้งใหญ่ เสียหายหมื่นล้าน สั่งระงับการถอนเงินฉุกเฉิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วงการสินทรัพย์ดิจิทัลระส่ำหนักอีกระลอก! หลังเกิดเหตุโจรกรรมกระดานเทรดยักษ์ใหญ่อันดับ 6 อย่าง Bitget ดูดเม็ดเงินมหาศาลกว่า 352 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1.16 หมื่นล้านบาท) จาก “กระเป๋าเงินร้อน” (Hot Wallet) อย่างปริศนา บีบให้ฝั่งบริหารต้องสั่งสับสวิตช์ระงับการถอนเงินฉุกเฉิน ท่ามกลางวิกฤตความเชื่อมั่นที่กำลังกัดกินตลาดคริปโตเคอร์เรนซี หลังเผชิญการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ติดๆ กันตลอดปี นี่คือบททดสอบครั้งสำคัญของระบบความปลอดภัยที่ถูกเคลมว่าแน่นหนา และต้องจับตาคำสัญญา “โปร่งใสทุกดอลลาร์” ของผู้บริหาร ว่าจะทำได้จริง หรือเป็นเพียงวาทกรรมซื้อเวลา!

เหตุการณ์ตื่นตระหนกครั้งนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากประกาศอย่างเป็นทางการของแพลตฟอร์ม แต่กลับถูกจุดพลุเตือนภัยขึ้นโดยเหล่าบริษัทรักษาความปลอดภัยบนบล็อกเชน (Blockchain Security) ที่ตรวจพบความผิดปกติของสายธารเม็ดเงินดิจิทัล โดยมีรายงานยืนยันว่าสินทรัพย์มูลค่าประเมินสูงถึง 351.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถูกโอนย้ายออกจากกระเป๋าเงินร้อน (Hot Wallet) ของกระดานเทรด Bitget อย่างผิดปกติ

ข้อมูลเชิงลึกจาก Arkham Intelligence บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนชั้นนำ ได้กางแผงแดชบอร์ดแฉเส้นทางการเงินหลังเกิดเหตุไม่นาน ชี้ให้เห็นว่ามีสกุลเงินดิจิทัลหลากหลายประเภท โดยเฉพาะกลุ่มเหรียญสเตเบิลคอยน์ (Stablecoins) ถูกโอนออกไปอย่างแนบเนียน และแม้ในเบื้องต้นจะไม่ปรากฏชื่อของพี่ใหญ่ในวงการอย่างบิทคอยน์ (Bitcoin) บนกระดานของ Arkham ทว่าในเวลาต่อมา Hacken บริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้ออกมายืนยันผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า สกุลเงินดิจิทัลอันดับหนึ่งของโลกก็ไม่รอดพ้นเงื้อมมือของแฮกเกอร์ในปฏิบัติการครั้งนี้เช่นกัน

เร่งปิดวาล์วถอนเงิน หงายการ์ด “โปร่งใส” เรียกศรัทธา

เมื่อหลักฐานมัดตัวจนไม่อาจปฏิเสธ เกรซี เฉิน (Gracy Chen) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Bitget ต้องออกโรงชี้แจงผ่านแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยยอมรับว่าระบบรักษาความปลอดภัยของแพลตฟอร์มตรวจพบการทำธุรกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก Hot Wallet บางส่วนเมื่อเวลา 18:31 UTC ของวันที่ 24 กันยายน 2026 ส่งผลให้ทีมรักษาความปลอดภัยต้องงัดมาตรการตอบสนองฉุกเฉิน (Emergency Response Protocols) ออกมาใช้อย่างเร่งด่วน

เพื่อสกัดกั้นการตื่นตระหนกเทขายของนักลงทุน (Panic) ซีอีโอหญิงเหล็กพยายามพยุงความเชื่อมั่นด้วยการประกาศจุดยืนอย่างแข็งกร้าวว่า "Bitget ผ่านวัฏจักรของตลาดมาแล้วหลายรอบ เราจะไม่หนีจากเรื่องนี้ ทุกดอลลาร์และทุกการตัดสินใจจะได้รับการชี้แจงอย่างโปร่งใสและครบถ้วนสมบูรณ์"

พร้อมกันนี้ เธอยังได้กางโครงสร้างสถาปัตยกรรมกระเป๋าเงิน 3 ระดับ (Three-tier wallet architecture) ของแพลตฟอร์มเพื่อยืนยันว่า การเจาะระบบครั้งนี้สร้างความเสียหายจำกัดอยู่เพียงแค่บางส่วนของเลเยอร์ Hot Wallet และ Warm Wallet เท่านั้น ในขณะที่ “Cold Wallet” หรือกระเป๋าเงินเย็นซึ่งไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและใช้เก็บสินทรัพย์ส่วนใหญ่ของลูกค้านั้น “ยังคงปลอดภัย 100%”

อย่างไรก็ดี แม้ระบบการฝากและการซื้อขายจะยังคงเปิดให้บริการตามปกติ แต่ทางแพลตฟอร์มได้ตัดสินใจ “ระงับการถอนเงินชั่วคราว” จนกว่าการตรวจสอบความปลอดภัยจะเสร็จสิ้น ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจที่เฉียบขาดแต่ก็แลกมาด้วยความกังวลของนักลงทุนที่เงินต้องถูกอายัดเอาไว้

โดมิโนวิกฤตคริปโต ช่องโหว่หมื่นล้านที่รอวันปะทุ

การโจรกรรมสะเทือนโลกบนแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนในวิกตอเรีย ประเทศเซเชลส์ ซึ่งรั้งตำแหน่งกระดานเทรดอันดับ 6 ของโลกด้วยปริมาณการซื้อขายทะลุ 1.1 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน ไม่ได้เป็นเพียงความล้มเหลวเฉพาะตัวของ Bitget แต่คือภาพสะท้อนที่ตอกย้ำถึง “จุดอ่อน” ของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลที่กำลังเผชิญกับการคุกคามอย่างหนักหน่วงในปีนี้

หากย้อนรอยดูสถิติ จะพบว่าแวดวงคริปโตฯ กำลังตกเป็นเป้าหมายของเหล่าอาชญากรไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง เพียงแค่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แฮกเกอร์เพิ่งเจาะช่องโหว่เฟิร์มแวร์ของ Coldcard กระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ยอดฮิต สูบเงินผู้ใช้ไปเกือบ 120 ล้านดอลลาร์ และในเดือนเดียวกันนี้เอง กลุ่มคนที่อ้างตัวว่าเป็นแฮกเกอร์ฝ่ายขาว (White-hat hackers) ก็เพิ่งดึงบิตคอยน์ราว 4,000 BTC มูลค่ากว่า 320 ล้านดอลลาร์ ออกจากกระเป๋าเงินบนเครือข่าย Liquid ของ Blockstream

บททดสอบมูลค่า 352 ล้านดอลลาร์ของ Bitget ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขที่หายไป แต่คือการตั้งคำถามระดับโครงสร้างถึงมาตรฐานระบบรักษาความปลอดภัยของกระดานเทรดรวมศูนย์ (CEX) ทั่วโลก การก้าวเดินหลังจากนี้ของ Bitget ภายใต้การนำของ เกรซี เฉิน จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญ หากพวกเขาสามารถตรวจสอบเส้นทางการเงิน อุดช่องโหว่ และรับผิดชอบความเสียหายได้ตามที่ลั่นวาจาไว้ นี่อาจเป็นวิกฤตที่สร้างโอกาสในการพิสูจน์ความแข็งแกร่ง แต่หากคำสัญญาเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่าน ชื่อของกระดานเทรดแห่งนี้ก็อาจกลายเป็นเพียงอดีตในหน้าประวัติศาสตร์อันโหดร้ายของโลกคริปโตฯ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้