สยามพารากอนเดินหน้าตอกย้ำบทบาทการเป็น Global Luxury Destination ของกรุงเทพฯ ด้วยการจัดงาน “Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พร้อมดึงแบรนด์นาฬิการะดับโลกกว่า 45 แบรนด์ ผู้บริหาร นักสะสม ผู้เชี่ยวชาญ และ Watch Community จากหลายประเทศ มาร่วมสร้างสีสันให้กับอุตสาหกรรมเรือนเวลาในประเทศไทย
ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 สยามพารากอนจัดงาน “SIAM PARAGON BANGKOK WATCH WEEK 2026: OPENING CEREMONY” ณ Art Jewel ชั้น 5 สยามพารากอน เพื่อเปิดฉากมหกรรมคนรักนาฬิการะดับโลก โดยมีผู้ก่อตั้งและผู้บริหารแบรนด์ชั้นนำเข้าร่วม อาทิ Georges Kern, CEO, House of Brands; Nicholas Rudaz, CEO, Franck Muller; Jean-Philippe Bonneau, CMO, Roger Dubuis; Gregory Bruttin, Managing Director, Universal Genève; Tobias Kuffer, Vice President, NORQAIN; Damien Licciardi, Managing Director, Cartier; Cole Pennington จาก Tudor; Takeshi Sakamoto, Vice President, Grand Seiko รวมถึง Pierre Guerrier, Watchmaking Expert จาก Piaget และผู้บริหารจาก Bremont และ Gerald Charles
นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก Aurélie Streit รองประธาน Fondation Haute Horlogerie (FHH) องค์กรระดับโลกด้านศาสตร์แห่งเรือนเวลา ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงของสยามพิวรรธน์ ได้แก่ มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ แคโรไลน์ เมอร์ฟีย์ และธณพร ตันติยานนท์ ร่วมให้การต้อนรับแขกจากแวดวงนาฬิกาทั่วโลก
สำหรับบรรยากาศเปิดงาน สยามพารากอนนำเสนอแนวคิดการผสานมรดกทางวัฒนธรรมไทยเข้ากับจังหวะของกรุงเทพฯ ยุคใหม่ ผ่านคอนเซ็ปต์ “One Moment” ที่ไม่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของเวลาเฉพาะผ่านตัวเรือนนาฬิกา แต่ใช้แสง ศิลปะ การเคลื่อนไหว ดนตรี และอัตลักษณ์ความเป็นไทย มาสร้างประสบการณ์ให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัส “เวลา” ในอีกมิติหนึ่ง
พื้นที่ Art Jewel ถูกเนรมิตเป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะจากศิลปิน อภิชาติ ฐิติวงศ์วรสกุล เนียม มะวรคนอง และทัด ณัฐธีร์ ผสานการแสดงหุ่นละครโจหลุยส์ ระนาดไฟฟ้า และดนตรีแจ๊สกลิ่นอายไทย เพื่อเชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ผ่านแนวคิดว่า “เวลา” เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงผู้คนและวัฒนธรรมต่างเจเนอเรชันเข้าด้วยกัน
ไฮไลต์สำคัญของ Bangkok Watch Week 2026 คือการรวมแบรนด์นาฬิการะดับโลกกว่า 45 แบรนด์ อาทิ A. LANGE & SÖHNE, AMIDA, BEHRENS และ ZENITH พร้อมนำเรือนเวลารุ่นใหม่หรือ Novelties กว่า 200 เรือน มาจัดแสดงในประเทศไทย คิดเป็นมูลค่ารวมหลายร้อยล้านบาท
หนึ่งในไฮไลต์คือ Roger Dubuis ที่เลือกงานนี้เป็นเวทีเปิดตัวคอลเลกชัน “Knights of the Round Table” เป็นครั้งแรกในโลก ขณะที่ Oris แบรนด์นาฬิกาสวิสจากเมือง Hölstein เปิดตัว “Bangkok Limited Edition” นาฬิกา Aquis รุ่นพิเศษสำหรับประเทศไทย ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากแสงสีทองของกรุงเทพฯ ยามพระอาทิตย์ตกและสถาปัตยกรรมของมหานคร
ขณะที่ Universal Genève เปิดตัวต่อสายตาผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรกภายในงาน สะท้อนการขยายบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะพื้นที่เชื่อมโยงแบรนด์นาฬิการะดับโลกกับตลาดและคอมมูนิตี้นักสะสมในภูมิภาค
ภายในโซน “The Exhibition” ยังรวบรวมเรือนเวลารุ่นใหม่ ลิมิเต็ดเอดิชัน มาสเตอร์พีซ นาฬิกากลไกซับซ้อน และชิ้นงานหายากจากแบรนด์ชั้นนำ โดยหนึ่งในไฮไลต์คือเรือนเวลาจาก Breguet ที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 225 ปีของ Tourbillon ซึ่งสะท้อนมรดกด้านนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญด้านกลไกของแบรนด์
อีกส่วนสำคัญคือ “The Symposium” ที่จัดขึ้นตลอด 6 วัน รวม 18 เซสชัน เปิดพื้นที่ให้ผู้บริหารระดับโลก นักสร้างสรรค์ และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม มาร่วมแบ่งปันมุมมองและองค์ความรู้เกี่ยวกับโลกแห่งเรือนเวลา ตั้งแต่ “The Breitling Journey” กับ Georges Kern ไปจนถึงเรื่องราวมรดกและนวัตกรรมของ Tourbillon โดย Emmanuel Breguet รวมถึง Watch Collector Symposium สำหรับกลุ่มนักสะสม
ด้าน Fondation Haute Horlogerie หรือ FHH ยังร่วมจัด Symposium เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ งานฝีมือ มรดก และทิศทางอนาคตของ Haute Horlogerie ให้เข้าถึงผู้สนใจในวงกว้างมากขึ้น
ขณะเดียวกัน “The Experience” เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสนวัตกรรมและองค์ความรู้จากแบรนด์นาฬิกาต่าง ๆ พร้อมเปิดตัว “FHH Academy Lounge” อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้นักสะสม ผู้บริหารแบรนด์ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้สนใจเรียนรู้ศาสตร์แห่งเรือนเวลาผ่านคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญของ FHH รวมถึงเตรียมความพร้อมสู่การรับรอง FHH Certification ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสากล
ทั้งนี้ “Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026” จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 23-27 กันยายน 2569 ณ สยามพารากอน โดยมีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ และโรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯ ร่วมเป็นพันธมิตร
การจัดงานครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งนำเสนอเพียงนาฬิกาหรู แต่ขยายไปสู่การสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยง เรือนเวลา ศิลปะ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ เข้าด้วยกัน พร้อมตอกย้ำบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะจุดนัดพบของแบรนด์นาฬิกา นักสะสม และคอมมูนิตี้คนรักเรือนเวลาจากทั่วโลก