“พาณิชย์” เผยผลการประชุมรัฐมนตรี RCEP เห็นชอบจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อพิจารณาการรับสมาชิกใหม่ เพื่อขยายตลาดและเชื่อมโยงห่วงโซ่มูลค่าการค้าในภูมิภาคให้ครอบคลุมมากขึ้น และรับมือความผันผวนของการค้าโลกได้ดีขึ้น พร้อมให้ทบทวนความตกลง RCEP ในการประชุมปี 70 รับประเด็นการค้าใหม่และประเด็นเกิดใหม่
น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจํากระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการนำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรี RCEP เมื่อวันที่ 21 ก.ย.2569 ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ว่า ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภูมิภาคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีผลกระทบต่อการค้า การลงทุน และการรวมตัวทางเศรษฐกิจ โดยสมาชิก RCEP เห็นชอบการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการเข้าร่วมความตกลง เพื่อเดินหน้ากระบวนการพิจารณาการเข้าเป็นสมาชิกของประเทศผู้สมัคร ตามมติของที่ประชุมผู้นำ RCEP เมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยมุ่งหวังจะให้การขยายสมาชิกภาพ ช่วยขยายตลาดและเชื่อมโยงห่วงโซ่มูลค่าการค้าในภูมิภาคให้ครอบคลุมและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อรับมือกับความผันผวนของการค้าโลก
ทั้งนี้ สมาชิก RCEP ยังได้เตรียมการสำหรับการเจรจาทบทวนและยกระดับความตกลง RCEP ให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น สอดรับกับรูปแบบการค้าใหม่ ๆ และตอบรับกับความต้องการของภาคธุรกิจที่ต้องการให้ความตกลง RCEP มีความเรียบง่าย ใช้งานได้จริง และเป็นดิจิทัลมากขึ้น โดยจะเริ่มจัดทำเอกสารขอบเขตการเจรจาร่วมเพื่อกำหนดประเด็นสำคัญสำหรับการทบทวน และพิจารณาแนวทางรองรับประเด็นการค้าและเศรษฐกิจสมัยใหม่และประเด็นเกิดใหม่ โดยคาดว่าจะเสนอรับรองเอกสารดังกล่าวและประกาศเปิดตัว RCEP Upgrade ในการประชุมรัฐมนตรี RCEP ปี 2570
“RCEP เป็นตลาดสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้สินค้าและบริการของไทยเข้าสู่ตลาดสมาชิก RCEP ได้มากขึ้น โดยเฉพาะจากการลดและยกเลิกภาษีศุลกากร การอำนวยความสะดวกทางการค้า และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค การเดินหน้าขยายสมาชิก RCEP และการเตรียมยกระดับความตกลงฯ จึงเป็นโอกาสสำคัญในการขยายตลาดของผู้ประกอบการไทย ดึงดูดการลงทุน และเพิ่มการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจของไทยกับภูมิภาคในระยะต่อไป”น.ส.กิริฎากล่าว