xs
xsm
sm
md
lg

"BitMEX" รูดม่านปิดกิจการถาวร ท่ามกลางปมคดีฟ้องร้อง 490 ล้านดอลลาร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



BitMEX แพลตฟอร์มเทรดอนุพันธ์คริปโตชื่อดัง ยุติการซื้อขายและปิดรับฝากเงินอย่างเป็นทางการตามแผนที่ประกาศไว้ล่วงหน้า 2 เดือน โดยยังเปิดให้ผู้ใช้ถอนเงินคงเหลือผ่านเว็บไซต์ได้ตามปกติ ท่ามกลางแรงกดดันจากคดีฟ้องร้องมูลค่าเกือบ 490 ล้านดอลลาร์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่วันก่อนหน้านี้
BitMEX ยุติการดำเนินงานทั้งหมดเมื่อเวลา 04.00 น. ตามเวลาสากลเชิงพิกัด (UTC) ของวันพุธที่ 23 กันยายน 2569 ตามกำหนดการที่วางไว้ตั้งแต่ประกาศแผนปิดกิจการเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา แพลตฟอร์มอนุพันธ์คริปโตแห่งนี้เปิดให้บริการมานานกว่า 11 ปี ก่อนปิดฉากลงในที่สุด

แพลตฟอร์มระงับทั้งการซื้อขายและการฝากเงินใหม่ในทันที แต่ยังเปิดให้ผู้ใช้เข้าสู่ระบบและถอนเงินคงเหลือผ่านหน้าเว็บไซต์ได้ตามปกติ ตามที่ BitMEX แจ้งผ่านโพสต์บน X เมื่อวันพุธ นอกจากนี้บริษัทยังวางแผนปิดช่องทางถอนเงินผ่าน API ในวันที่ 28 กันยายนนี้ ซึ่งจะบังคับให้ผู้ใช้ทุกรายต้องถอนเงินผ่านเว็บแพลตฟอร์มเท่านั้นนับจากนั้นเป็นต้นไป

BitMEX ยืนยันว่าเงินทุนของลูกค้ายังคงปลอดภัย พร้อมเร่งให้ผู้ใช้รีบถอนยอดคงเหลือออกโดยเร็ว ขณะที่บริษัทย้ำอีกครั้งว่าการตัดสินใจปิดกิจการเป็นผลจากการทบทวนกลยุทธ์ธุรกิจของ HDR Global Trading Limited เจ้าของและผู้ดำเนินการแพลตฟอร์ม ร่วมกับการประเมินทิศทางอุตสาหกรรมคริปโตในภาพรวม ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นกฎหมายหรือการกำกับดูแลแต่อย่างใด

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 BitMEX ประกาศแผนยุติบริการซื้อขายภายในวันที่ 23 กันยายน หลังเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2557 (ค.ศ. 2014) และเคยเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกตลาดอนุพันธ์คริปโตรายใหญ่ของโลก โดยเฉพาะสัญญา perpetual swap ที่เปิดให้เทรดด้วยเลเวอเรจสูงสุดถึง 100 เท่า จนกลายเป็นต้นแบบให้แพลตฟอร์มอื่นทำตามในเวลาต่อมา

ที่น่าสนใจคือ การปิดกิจการครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังกองทุนบริหารทรัพย์สินในคดีล้มละลายของ Celsius ยื่นฟ้องบริษัทในเครือ BitMEX รวม 5 แห่ง กล่าวหาว่ามีการฉ้อโกง บิดเบือนตลาด และบังคับปิดสถานะลูกค้าโดยมิชอบ เกี่ยวเนื่องกับบิทคอยน์ 6,360 เหรียญ ในช่วงตลาดร่วงหนักเมื่อเดือนมีนาคม 2563 โดยฝ่ายโจทก์เรียกร้องมูลค่าความเสียหายคิดเป็นบิทคอยน์มูลค่าเกือบ 490 ล้านดอลลาร์ ณ ช่วงเวลาที่มีการรายงานคดี

สำหรับตลาดคริปโตในไทยและอาเซียน การปิดตัวของ BitMEX ถือเป็นสัญญาณเตือนให้นักลงทุนและผู้ประกอบการหันมาให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านคู่สัญญา (counterparty risk) และความโปร่งใสของแพลตฟอร์มมากขึ้น โดยเฉพาะแพลตฟอร์มที่เปิดให้เทรดด้วยเลเวอเรจสูงและยังไม่ได้จดทะเบียนภายใต้กรอบกำกับดูแลที่ชัดเจนในภูมิภาค ขณะเดียวกันก็ตอกย้ำแนวโน้มที่หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก รวมถึงไทย ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองเงินฝากลูกค้าและมาตรฐานการดำเนินงานของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้นเรื่อยๆ

ประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือความคืบหน้าของคดี Celsius ซึ่งอาจกลายเป็นบรรทัดฐานสำคัญต่อความรับผิดของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเทรดอนุพันธ์ในเหตุการณ์ตลาดผันผวนรุนแรงในอดีต และอาจส่งผลต่อทิศทางการกำกับดูแลอุตสาหกรรมคริปโตทั่วโลกในระยะถัดไป