xs
xsm
sm
md
lg

กองทุนน้ำมันฯ ขาดสภาพคล่องหนัก ติดลบทะลุ 1 แสนล้านสิ้น ก.ย.นี้-เล็งกู้เงินรอบใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขาดสภาพคล่องหนัก คาดติดลบทะลุ 1 แสนล้านบาทภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ แม้ราคาน้ำมันตลาดโลกเริ่มปรับลดลง เตรียมชงกู้เงินรอบใหม่แตะแสนล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่อง และใช้พยุงราคาน้ำมัน

ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีความผันผวนสูงขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยราคาน้ำมันดีเซลเกือบ 200 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลและราคาเบนซิน 148 เหรียญสหรัญตีอบาร์เรล ก่อนจะปรับตัวลดลง ล่าสุดเมื่อวันที่21 ก.ย.2569 ราคาน้ำมันดีเซล 176 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และน้ำมันเบนซิน 146 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน

สำนักงานกองทุนนํ้ามันเชื้อเพลิง (สกนช.) รายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2569 ฐานะกองทุนนํ้ามันเชื้อเพลิง ติดลบ 92,286 ล้านบาท โดยกองทุนน้ำมันมีรายจ่ายวันละ 700ล้านบาท คาดว่ากองทุนน้ำมันฯจะติดลบทะลุ 1 แสนล้านบาทภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้กองทุนน้ำมันฯประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง แม้ว่าก่อนหน้านี้ สนกช. ได้เบิกวงเงินกู้ 2 หมื่นล้านบาทเพื่อใช้เสริมสภาพคล่องกองทุนฯใช้พยุงราคาน้ำมัน ล่าสุด กองทุนน้ำมันฯได้ใช้วงเงินกู้ดังกล่าวหมดแล้ว และได้ยื่นขอใช้วงเงินในพ.ร.ก. 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569

โดย ณ วันที่ 17 กันยายน 2569 กองทุนน้ำมันฯต้องชดเชยในส่วนของนํ้ามันดีเซล อยู่ที่ 9.22 บาทต่อลิตร นํ้ามันดีเซลหมุนเร็ว บี 20 ที่ 12.76 บาทต่อลิตร นํ้ามันแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 ชดเชยอยู่ที่ 4.74 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E20 ชดเชยอยู่ที่ 7.79 บาทต่อลิตร รวมถึงการชดเชยก๊าซหุงต้ม (LPG) อีก 9.18 บาทต่อกิโลกรัม


ทั้งนี้หากไม่ได้รับการจัดสรรจากวงเงินกู้พ.ร.ก.4แสนล้านบาท ทางกองทุนน้ำมันฯเตรียมกู้เงินราว 1 แสนล้านบาทเพื่อให้ครอบคลุมภาระหนี้ในปัจจุบัน โดยจะเป็นการทยอยเบิกเงินเพื่อใช้เสริมสภาพคล่อง โดยวงเงินที่แท้จริงยังต้องประเมินอีกครั้ง หลังหารือนโยบายกับปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เนื่องจากแนวทางบริหารกองทุนและการดูแลราคาพลังงานจะมีผลโดยตรงต่อวงเงินที่จำเป็นต้องใช้

ทั้งนี้ การกู้เงินดังกล่าวจะเป็นการกู้จากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ โดยรูปแบบการกู้จะขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยและสถานการณ์ในช่วงเวลานั้น และอาจต้องขอให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเช่นเดียวกับการกู้ในรอบที่ผ่านมา

ทั้งนี้ กองทุนน้ำมันฯ ยังมีอีกทางเลือกในการลดภาระการอุดหนุน คือการทยอย Exit จากการตรึงราคาหรือปรับลดการจ่ายชดเชย ซึ่งจะช่วยลดการไหลออกของเงินกองทุน แต่จะส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องประเมินผลกระทบต่อประชาชน โดยรัฐอาจจะมีมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มหรือแนวทางอื่นเพื่อลดผลกระทบหรือไม่

“การกู้เป็นหนึ่งในวิธีตามแผนวิกฤต แต่ก็มีอีกทางคือการ Exit จากการชดเชย ซึ่งอาจกระทบประชาชนจึงต้องดูว่ากระทบกี่บาท และรัฐบาลจะมีมาตรการอะไรเข้ามาช่วยลดผลกระทบได้บ้าง”

ส่วนกรณีที่กระทรวงการคลังจะปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเฉพาะB20และE20นั้น แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า หากจะลดภาษีสรรพสามิตเฉพาะB20และE20 ก็ไมควรทำเนื่องจากปริมาณการใช้น้ำมันดังกล่าวไม่มาก จึงช่วยเหลืออะไรได้ไม่มาก เมื่อเทียบกับปัญหาวิกฤติการคลังที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ถ้ามีการปรับลดภาษีสรรพสามิตB20และE20

ล่าสุด นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ “แผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569–2572” และ “แผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569–2572” เพื่อวางกรอบการบริหารจัดการพลังงานของประเทศให้พร้อมรับความผันผวนของตลาดโลก ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงที่ประเทศไทยสามารถผลิตได้เอง โดยเฉพาะเชื้อเพลิงชีวภาพ

นางสาวลลิดา กล่าวว่า เชื้อเพลิงชีวภาพถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของความมั่นคงด้านพลังงาน เนื่องจากสามารถผลิตจากวัตถุดิบทางการเกษตรภายในประเทศ และนำมาใช้เป็นส่วนผสมในน้ำมันเชื้อเพลิง ช่วยทดแทนการใช้น้ำมันจากต่างประเทศบางส่วน ลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก

แผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569–2572 จึงกำหนดให้การรองรับการเปลี่ยนผ่านของน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญ ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเมื่อเกิดวิกฤต เพื่อให้ประเทศไทยมีเครื่องมือบริหารจัดการพลังงานที่เหมาะสมกับสถานการณ์ และสามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานที่ผลิตได้ภายในประเทศมากขึ้น

ขณะเดียวกัน แผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569–2572 ยังวางกรอบการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและลดผลกระทบต่อประชาชนเมื่อเกิดความผันผวนของราคาพลังงาน โดยต้องคำนึงถึงฐานะและสภาพคล่องของกองทุน รวมถึงความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว