xs
xsm
sm
md
lg

จีเอ็มแอล เดินหน้าจัด DronTech Asia 2026 รับเศรษฐกิจเพดานบินต่ำมาแรง ชี้ตลาดโดรนไทยมูลค่ากว่า 8,629 ล้านบาท โตต่อเนื่องกว่า 10% ต่อปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“จีเอ็มแอล เอ็กซิบิชั่น” รับกระแส “เศรษฐกิจเพดานบินต่ำ” หลังตลาดโดรนไทยมีมูลค่ากว่า 8,629 ล้านบาท และเติบโตกว่า 10% ต่อปี เดินหน้าจัด DronTech Asia 2026 ดึงผู้ประกอบการกว่า 100 บริษัทจากไทยและต่างประเทศร่วมจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ รับการขยายตัวของการใช้งานโดรนตั้งแต่ภาคเกษตร อุตสาหกรรม ความมั่นคง ไปจนถึงโลจิสติกส์แห่งอนาคต คาดผู้เข้าชมงานกว่า 5,000 คน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 100–150 ล้านบาท

น.ส.เยาวลักษณ์ ชูวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการ บริษัท จีเอ็มแอล เอ็กซิบิชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ กำลังเปิดโอกาสให้เกิดกิจกรรมและรูปแบบธุรกิจใหม่ หนึ่งในแนวโน้มที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ “เศรษฐกิจเพดานบินต่ำ” ซึ่งครอบคลุมกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการประยุกต์ใช้อากาศยานไร้คนขับในพื้นที่การบินระดับต่ำ อาทิ การขนส่งสินค้า เกษตรกรรม การสำรวจและตรวจการณ์ ไปจนถึงภารกิจด้านความปลอดภัยและกู้ภัย เป็นต้น

ปัจจุบัน ตลาดธุรกิจโดรนในประเทศไทยมีมูลค่ามากกว่า 260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8,629 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตกว่า 10% ต่อปี โดยการขยายตัวของอุตสาหกรรมมีแนวโน้มสร้างทั้งธุรกิจและอาชีพใหม่ ตั้งแต่ผู้บังคับโดรน ช่างซ่อมบำรุง ไปจนถึงบุคลากรด้านการบริหารจัดการจราจรโดรน รวมบุคลากรที่ถึงการนำ AI เพื่อเข้ามาช่วยวางแผนเส้นทางและเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบ


น.ส.เยาวลักษณ์ กล่าวว่า ในหลายพื้นที่ของประเทศจีน การใช้งานโดรนได้ขยายจากภาคอุตสาหกรรมไปสู่การขนส่งสินค้า รวมถึงการพัฒนาบริการขนส่งผู้โดยสารทางอากาศในเชิงพาณิชย์ สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสของเศรษฐกิจเพดานบินต่ำที่อาจเข้ามามีบทบาทต่อระบบคมนาคมและโลจิสติกส์ในอนาคต

ดังนั้น เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงและใช้ประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจเพดานบินต่ำ บริษัทฯ จึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าจัดงาน DronTech Asia 2026 (ครั้งที่ 3) ระหว่างวันที่ 11 – 13 พฤศจิกายน 2569 ฮอลล์ 5 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้พัฒนาเทคโนโลยี หน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และผู้ใช้งาน พร้อมนำเสนอสินค้า เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านโดรนและระบบไร้คนขับจากประเทศไทยและต่างประเทศ

ทั้งนี้ การจัดงานครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2024 มีผู้ผลิตโดรนเข้าร่วมงาน 70 บริษัท มีผู้เข้าชมงานประมาณ 3,000 คน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเกือบ 100 ล้านบาท ขณะที่การจัดงานในปีนี้ มีผู้ผลิตโดรนเข้าร่วมมากกว่า 100 บริษัท แบ่งเป็นผู้ผลิตโดรนจากประเทศไทยประมาณ 40% และผู้ผลิตจากต่างประเทศอีก 60% ประกอบด้วยผู้ผลิตโดรนชั้นนำจากจีน ตุรกี รัสเซีย ฝรั่งเศส สหรัฐฯ และสิงคโปร์

สำหรับปีนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 5,000 คน และเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 100–150 ล้านบาท โดยผู้เข้าชมงานภายในประเทศส่วนใหญ่จะมาจากหน่วยงานราชการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจ ขณะที่ผู้เข้าร่วมงานจากต่างประเทศ บริษัทฯ ได้เชิญผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐจากประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน อาทิ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ เข้าร่วมงานเพื่อสร้างโอกาสในการเชื่อมโยงธุรกิจและขยายความร่วมมือในระดับภูมิภาค

“ปัจจุบันแนวโน้มความสนใจในอุตสาหกรรมโดรนเปลี่ยนแปลงไปมาก จากเดิมที่มุ่งเน้นตัวโดรนเป็นหลัก แต่ขณะนี้ตลาดให้ความสำคัญกับซอฟต์แวร์และระบบต่อต้านโดรน (Anti-drone) เพิ่มขึ้น รวมถึงให้ความสนใจกับโดรนที่ใช้เทคโนโลยี AI ตลอดจนโดรนสำหรับภารกิจกู้ภัย ดับเพลิง ป้องกันประเทศ และสำรวจพื้นที่มากขึ้น” น.ส.เยาวลักษณ์ กล่าว


ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรเดช ตัญตรัยรัตน์ ที่ปรึกษา บริษัท ไอครีเอทีฟซิสเต็มส์ จำกัด กล่าวว่า ในอนาคตอันใกล้จะมีการนำโดรนเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภาคโลจิสติกส์ ซึ่งปัจจุบันได้เริ่มมีการนำร่องใช้โดรนในการจัดส่งยาและเวชภัณฑ์ไปยังพื้นที่ห่างไกลและพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว

ทั้งนี้ การพัฒนากฎระเบียบและโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเปิดทางให้เกิดการใช้งานเชิงพาณิชย์ในรูปแบบใหม่ ๆ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) อยู่ระหว่างผลักดันการพัฒนาธุรกิจโดรนในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการพัฒนากฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบินระดับต่ำและการประยุกต์ใช้โดรนในภาคโลจิสติกส์ในอนาคต

สำหรับการเข้าร่วมงาน DronTech Asia 2026 บริษัท ไอครีเอทีฟซิสเต็มส์ จำกัด มีแผนเปิดตัวระบบ “Drone in a Box” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสถานีจัดเก็บและชาร์จโดรนอัตโนมัติ (Drone Docking Station) ช่วยให้โดรนสามารถบินขึ้นเพื่อปฏิบัติภารกิจ กลับมาชาร์จพลังงาน และส่งต่อข้อมูลได้โดยอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องมีนักบินควบคุมอยู่ในพื้นที่จริง

เทคโนโลยีดังกล่าวเหมาะสำหรับการนำไปใช้ในงานตรวจการณ์ภาคอุตสาหกรรม เหมืองแร่ และงานลาดตระเวนด้านความปลอดภัย ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการปฏิบัติงานได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังได้พัฒนาเทคโนโลยีไปสู่การผลิตโดรนขนาดใหญ่ที่สามารถบินปฏิบัติภารกิจต่อเนื่องได้นานหลายชั่วโมง เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้นในอนาคต

“การจัดงาน DronTech Asia 2026 จะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยเพิ่มฐานลูกค้าและยอดขายให้กับบริษัทฯ ได้อย่างมาก เห็นได้จากการจัดงาน DronTech Asia 2024 ซึ่งสามารถสร้างลูกค้าให้กับบริษัทฯ ได้มากถึง 80% ของลูกค้าทั้งปี โดยส่วนใหญ่เป็นลูกค้าจากหน่วยงานภาครัฐ รองลงมาเป็นภาคเอกชนขนาดใหญ่ และยังเป็นโอกาสสำคัญในการขยายตลาดไปสู่กลุ่มลูกค้าต่างประเทศอีกด้วย” ผศ.ดร.สุรเดช กล่าว