Krungthai CIO มองความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินลดลง หลังผลประชุม Fed และ Dot Plot ไม่เข้มงวดเกินคาด หนุนจังหวะทยอยเพิ่มน้ำหนักสินทรัพย์เสี่ยง แนะใช้ช่วงตลาดย่อตัวสะสมหุ้น Quality Growth และ High Beta ที่กำไรแข็งแกร่ง พร้อมกระจายความเสี่ยง รับมือบอนด์ยีลด์และราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง
ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์ 21 - 25 กันยายน 2569 ว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวทั้งบวกและลบในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย S&P 500 ลดลง 0.1% และ Dow Jones ลดลง 1.7% ขณะที่ Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.7% จากแรงหนุนของหุ้นเทคโนโลยี หลังบอนด์ยีลด์ปรับตัวลดลงชั่วคราว ส่วนตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลดลง ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นฟื้นตัว สะท้อนว่า ตลาดยังเน้นเลือกลงทุนในกลุ่มที่มีแนวโน้มกำไรชัดเจน มากกว่าการเข้าลงทุนในตลาดหุ้นโดยรวม
ด้านตลาดตราสารหนี้และโภคภัณฑ์ บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับขึ้น 2.9 bps สู่ระดับ 5% จากความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและการคลัง ขณะที่บอนด์ยีลด์ไทย อายุ 10 ปี ลดลง 4.7 bps สู่ระดับ 2.30% จากปัจจัยเฉพาะตัว
ราคาทองคำเพิ่มขึ้น 0.7% สู่บริเวณ 4,379 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านราคาน้ำมันดิบ Brent ลดลง 0.7% สู่ 103.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI เพิ่มขึ้น 0.2% และยังยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนว่าความเสี่ยงด้านพลังงานยังคงอยู่ ท่ามกลางการจับตาบทบาทของจีนในการเป็นตัวกลางเจรจาคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
Krungthai CIO ยังคงให้น้ำหนักหุ้นมากกว่าระดับ Neutral ในระยะกลาง โดยเน้นทยอยเพิ่มน้ำหนักสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มกำไรชัดเจน และกระแสเงินสดแข็งแกร่ง พร้อมแนะนำให้ใช้หุ้นกลุ่ม Quality Growth เป็นแกนหลักของ Core Portfolio และทยอยสะสมหุ้นกลุ่ม High Beta ใน Satellite Portfolio โดยเฉพาะ Technology และ Semiconductor ที่ได้แรงหนุนจาก AI Applications และ AI Compute รวมถึงกลุ่ม North Asia Technology
นอกจากนี้ ยังมีมุมมองเชิงบวกในระยะสั้นต่อตลาดหุ้นจีน A-shares ที่ได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบาย รวมถึงตลาดหุ้นเวียดนาม หลัง FTSE Russell ยกระดับสู่ Secondary Emerging Market พร้อมกระจายความเสี่ยงผ่าน Healthcare, Energy และทองคำ ทั้งนี้ หากราคาน้ำมันผ่อนคลายและบอนด์ยีลด์เริ่มมีเสถียรภาพ สามารถทยอยเพิ่มน้ำหนักหุ้นเติบโตในช่วงที่ราคาอ่อนตัวได้
สำหรับปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การพบกันระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีน วันที่ 24 กันยายน เพื่อประเมินทิศทาง Trade Truce และข้อตกลงด้าน Rare Earths และเทคโนโลยี AI ตลอดจนดัชนี Flash PMI ของสหรัฐฯ ยุโรป และประเทศเศรษฐกิจหลัก วันที่ 23 กันยายน และตัวเลขส่งออก-นำเข้าของไทย วันที่ 25 กันยายน 2569