แบงก์ชาติเกาหลีใต้ ขยับครั้งใหญ่ เปิดตัวโครงการนำร่องระบบชำระเงินสกุลวอนแบบ 24 ชั่วโมงเป็นครั้งแรก ปลดล็อกนักลงทุนต่างชาติให้สามารถทำธุรกรรมได้ตามเวลาทำการของประเทศตนเอง ประเดิมทดสอบระบบร่วมกับ 4 สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ระดับประเทศ ก่อนเตรียมเปิดใช้งานเต็มรูปแบบในเดือนมกราคม พ.ศ. 2570 ชี้เป้าหมายชัดเจนเพื่อยกระดับสถานะเงินวอนในเวทีสากล พร้อมซุ่มเดินหน้าโปรเจกต์ลับทดสอบระบบชำระเงินด้วยโทเคนและสกุลเงินดิจิทัลระดับชาติ (CBDC) อย่างต่อเนื่อง สะท้อนวิสัยทัศน์ที่พร้อมพุ่งชนทุกความท้าทายในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง
ท่ามกลางกระแสความผันผวนของระบบการเงินและตลาดคริปโตที่โลกกำลังจับตามอง ธนาคารกลางเกาหลีใต้ หรือ BOK ได้ประกาศเดินเครื่องทดสอบระบบเครือข่ายการชำระเงินสกุลวอนตลอด 24 ชั่วโมง นโยบายนี้ไม่ใช่แค่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานธรรมดา แต่คือยุทธศาสตร์เชิงรุกที่ออกแบบมาเพื่อทลายข้อจำกัดด้านเวลาสำหรับนักลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะ
เครือข่ายโอนเงินระหว่างประเทศรูปแบบใหม่นี้ ได้เริ่มเข้าสู่กระบวนการทดลองระบบเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยผนึกกำลังกับสถาบันการเงินภายในประเทศระดับหัวแถว 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเคบี กุกมิน ธนาคารอูรี ธนาคารฮานา และธนาคารชินฮาน การผนึกกำลังครั้งนี้คือการเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุด ก่อนที่จะมีการขยายขอบเขตการให้บริการไปสู่สถาบันการเงินอื่นๆ รวมถึงธนาคารต่างชาติ และเปิดดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบในเดือนมกราคม พ.ศ. 2570
ขณะที่โครงสร้างของระบบนี้ถูกออกแบบมาอย่างละเอียดโดยจะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ยกเว้นเพียงวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ความน่าสนใจอยู่ที่กลไกการทำงานที่อนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติสามารถชำระเงินธุรกรรมสกุลวอนในช่วงเวลาทำการของประเทศตนเองได้เลย ผ่านบัญชีของสถาบันต่างชาติที่ขึ้นทะเบียนสำหรับธุรกิจเงินวอน (Registered Foreign Institutions for KRW Business หรือ RFI-Ks) ซึ่งหมายความว่านักลงทุนระดับโลกไม่ต้องเผชิญกับความยุ่งยากในการเปิดบัญชีโดยตรงกับสถาบันการเงินในเกาหลีใต้อีกต่อไป นับเป็นการลดต้นทุนทางธุรกรรมและเวลาอย่างมหาศาล
ทางธนาคารกลางเกาหลีใต้ประเมินอย่างมั่นใจว่า เครือข่ายเสาหลักนี้จะกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งและยกระดับสถานะของเงินวอนในระบบการเงินระหว่างประเทศ ผ่านการอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนต่างชาติเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินสกุลวอนได้อย่างไร้รอยต่อ
ทว่า หากเจาะลึกลงไปในความเคลื่อนไหวของ BOK จะพบว่านี่เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น ธนาคารกลางแห่งนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการทดลองโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินด้วยระบบโทเคน ผ่านโปรเจกต์ อะกอรา (Project Agorá) ซึ่งนำร่องโดยธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) โดยโครงการดังกล่าวได้ผ่านการทดสอบการชำระเงินข้ามพรมแดนด้วยมูลค่าจริงเสร็จสิ้นไปเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งมีการใช้ทั้งทุนสำรองของธนาคารกลางในรูปแบบโทเคนและเงินฝากของธนาคารพาณิชย์รวมถึงสกุลเงินวอนด้วย
นอกจากนี้ BOK ยังเร่งเครื่องรุกคืบโปรเจกต์ ฮันกัง (Project Hangang) ซึ่งเป็นโครงการนำร่องที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนมาขับเคลื่อนสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางสำหรับการทำธุรกรรมระหว่างสถาบันการเงิน (Wholesale CBDC) เพื่อใช้ในการชำระเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ในรูปแบบโทเคน ซึ่งสิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงแผนแม่บทระดับชาติที่มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงินดิจิทัลแห่งอนาคต
ยิ่งไปกว่านั้น ฐานข้อมูลยังระบุชัดเจนถึงความตื่นตัวของเกาหลีใต้ที่เตรียมจะทดสอบพันธบัตรรัฐบาลในรูปแบบโทเคนร่วมกับระบบ CBDC ในปี พ.ศ. 2570 ซึ่งเมื่อมองภาพรวมทั้งหมดเทียบเคียงกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่กำลังร้อนแรง ไม่ว่าจะเป็น บิทคอยน์ หรือสกุลเงินคริปโตอื่นๆ จะเห็นได้ว่านโยบายการเงินของเกาหลีใต้ไม่ได้ตั้งรับ แต่กำลังรุกฆาตเพื่อสร้างระบบนิเวศการเงินที่ทรงประสิทธิภาพ ปลอดภัย และไร้พรมแดนอย่างแท้จริง