กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเผยผลการประชุมคณะกรรมการว่าด้วยการค้าและการลงทุนเอเปก เห็นพ้องเดินหน้านำ AI มาใช้สนับสนุนการค้า เตรียมกฎ กติกาการค้ารับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ผลักดันตั้ง Asia-Pacific AI Center ส่งเสริมองค์ความรู้ระหว่างสมาชิก และชงรับมือการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาผ่านออนไลน์
น.ส.โชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการว่าด้วยการค้าและการลงทุน (Committee on Trade and Investment: CTI) ของเอเปก และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 17-28 ส.ค.2569 ที่ผ่านมา ณ เมืองต้าเหลียน สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ได้รับความสนใจ คือ การนำปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) มาใช้สนับสนุนการค้าและการลงทุน โดยสมาชิกได้แลกเปลี่ยนแนวทางการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้า พัฒนาขีดความสามารถ และสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
ทั้งนี้ เอเปกยังเดินหน้าศึกษาการพัฒนาข้อบทที่สนับสนุนการใช้ AI ในความตกลงการค้าเสรีและความตกลงการค้าระดับภูมิภาคในอนาคต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (FTAAP) เพื่อเตรียมกติกาการค้าให้รองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ขณะเดียวกัน ยังผลักดันการจัดตั้ง Asia-Pacific AI Center เพื่อส่งเสริมนวัตกรรม พัฒนาทักษะและความปลอดภัยด้าน AI ตลอดจนสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ระหว่างสมาชิก
ขณะเดียวกัน มีอีกประเด็นที่เอเปกให้ความสำคัญ คือ การรับมือกับสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาข้ามพรมแดน ซึ่งมีความท้าทายเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สมาชิกจึงได้หารือแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อป้องกันและรับมือกับสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยจะเดินหน้าหารือและพัฒนาความร่วมมือในเรื่องนี้ต่อไป
“ความคืบหน้าเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงการเตรียมความพร้อมของเอเปกต่อการค้าในยุคดิจิทัล ทั้งการพัฒนากติกาที่รองรับ AI การนำเทคโนโลยีมาช่วยลดอุปสรรคทางการค้า และการเสริมสร้างความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งจะมีส่วนช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุนในภูมิภาคมากขึ้น”น.ส.โชติมากล่าว
สำหรับหัวข้อหลักของการเป็นเจ้าภาพเอเปกของจีนในปีนี้ คือ “Building an Asia-Pacific Community to Prosper Together” ซึ่งมุ่งผลักดัน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การเปิดกว้าง (Openness) นวัตกรรม (Innovation) และความร่วมมือ (Cooperation)
เอเปกหรือกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ประกอบด้วยสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไนดารุสซาลาม แคนาดา ชิลี จีน จีนฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี เปรู ฟิลิปปินส์ รัสเซีย สิงคโปร์ จีนไทเป ไทย สหรัฐฯ และเวียดนาม โดยปี 2568 การค้าของไทยกับกลุ่มเศรษฐกิจเอเปก มีมูลค่า 494,646.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนถึง 72.26% ของการค้ารวมของไทย โดยไทยส่งออกไปยังเอเปก มูลค่า 237,581.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยนำเข้าจากเอเปก มูลค่า 257,064.29 ล้านดอลลาร์สหรัฐ