” เอกนิติ“ เผยรัฐปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยครั้งใหญ่ ชูยุทธศาสตร์ New Economy ขับเคลื่อนประเทศ รับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้ง ดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีสะอาด พร้อมใช้ บีโอไอ เป็นกลไกสำคัญในการดึงเงินลงทุนจากต่างชาติเข้ามาสร้างฐานการผลิตและธุรกิจใหม่ในไทย ก่อนเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรัฐบาลกกล่าวว่าประเทศไทยต้องเดินหน้าปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยครั้งใหญ่ ชูยุทธศาสตร์ New Economy เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนประเทศ รับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยมุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้ง ดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีสะอาด พร้อมใช้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เป็นกลไกสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาสร้างฐานการผลิตและธุรกิจใหม่ในไทย
โดยแนวทางดังกล่าวสะท้อนการปรับทิศทางเศรษฐกิจจากการพึ่งพาอุตสาหกรรมและการส่งออกแบบดั้งเดิม ไปสู่การสร้างธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่มสูง โดยภาครัฐเตรียมเดินหน้าปลดล็อกข้อจำกัดด้านกฎหมายและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค เพื่อให้การลงทุนและการดำเนินธุรกิจสามารถเดินหน้าได้รวดเร็วขึ้น และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีโลก
ขณะเดียวกัน รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนควบคู่ไปกับการดึงดูดการลงทุน ผ่านโครงการ Skill Bridge เพื่อเชื่อมโยงภาคธุรกิจกับการพัฒนาทักษะแรงงาน โดยมุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะขั้นสูงให้แรงงานไทยรองรับอุตสาหกรรมใหม่ ทั้งดิจิทัล AI และเทคโนโลยีสมัยใหม่
ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการสร้างตำแหน่งงานเพิ่มขึ้น แต่ต้องการยกระดับทักษะและรายได้ของแรงงานไทยให้สามารถเข้าสู่สายงานที่มีค่าตอบแทนสูงและมีความมั่นคงในระยะยาว สอดรับกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
หว่านเมล็ดพันธุ์ใหม่–ตลาดทุนเติมสภาพคล่อง
สำหรับ การสร้าง New Economy เปรียบเสมือนการ “หว่านเมล็ดพันธุ์ใหม่” ให้กับระบบเศรษฐกิจ ซึ่งการดึงดูดบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ขณะที่การทำให้ธุรกิจเหล่านี้สามารถเติบโต สร้างมูลค่า และขยายกิจการได้ จำเป็นต้องอาศัยกลไกตลาดทุนเข้ามาสนับสนุน
ดังนั้น ตลาดทุนจึงมีบทบาทสำคัญในการเติมสภาพคล่องให้กับธุรกิจ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของการขยายกิจการ ไปจนถึงการระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทมีเงินทุนสำหรับลงทุนต่อยอด ขยายธุรกิจ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจไทย
ทั้งนี้ ภาพใหญ่ของนโยบายจึงไม่ได้มุ่งเพียงการดึงเงินลงทุนเข้าประเทศ แต่เป็นการสร้าง “ระบบนิเวศทางเศรษฐกิจ” ตั้งแต่การลงทุน การพัฒนาเทคโนโลยี การสร้างบุคลากรทักษะสูง การเข้าถึงแหล่งเงินทุน ไปจนถึงการเข้าสู่ตลาดทุน
หากกลไกต่างๆ สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างเป็นระบบ จะช่วยให้ไทยขยับจากฐานเศรษฐกิจที่พึ่งพาอุตสาหกรรมเดิม ไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และธุรกิจมูลค่าสูง พร้อมยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว