ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประธาน The Asia-Europe Meeting Education and Research Hub for Lifelong Learning (ASEM LLL Hub) เข้าร่วมงาน 15th ASEF Journalists Seminar (ASEFJS15) ภายใต้หัวข้อ “Journalistic Resilience in a Volatile World” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ณ สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) ชั้น Penthouse (ชั้น P) อาคารมณียา เซ็นเตอร์ (Maneeya Center) โดยมีผู้สื่อข่าวและผู้ประกอบวิชาชีพสื่อจากประเทศในเอเชียและยุโรปเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองต่อความเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์สื่อ ตลอดจนร่วมกันหาแนวทางเสริมสร้างความเข้มแข็งและความพร้อมของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ ในการรับมือกับความท้าทายของโลกที่มีความผันผวนและซับซ้อนมากขึ้น
การสัมมนาในครั้งนี้มีการหารือในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสื่อมวลชนในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธาน The Asia-Europe Meeting Education and Research Hub for Lifelong Learning (ASEM LLL Hub) คุณวรมน สินสุวรรณ ผู้อำนวยการกองสหภาพยุโรป กรมยุโรป คุณ Beata Stoczynska ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิเอเชีย-ยุโรป (ASEF) เป็นประธานกล่าวเปิดงาน
ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “ยินดีต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนาในนามของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตเอเชีย-ยุโรป (ASEM Lifelong Learning Hub) และประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) โดยเห็นว่าหัวข้อการสัมมนาเรื่องบทบาทสื่อมวลชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกนั้นมีความเหมาะสมอย่างยิ่ง เนื่องจากวงการสื่อกำลังถูกหล่อหลอมใหม่ด้วยแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาทางเทคโนโลยีรวมถึงปัญญาประดิษฐ์ สำหรับเทคโนโลยี AI แม้จะเข้ามาช่วยเขียนข่าวได้รวดเร็วขึ้น แต่ AI ก็ไม่ใช่ปัญญาที่แท้จริงของมนุษย์ สถาบันการศึกษาจึงต้องมุ่งสอนให้ผู้เรียนพัฒนาปัญญาที่แท้จริงให้เหนือกว่า AI และสร้างการประดิษฐ์ปัญญาผ่านการเรียนรู้ตลอดชีวิต”
“จุฬาฯ ในฐานะเจ้าภาพศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตช่วงปี 2025–2030 มุ่งหวังเป็นเวทีกลางเชื่อมโยงการเรียนรู้ระหว่างเอเชียและยุโรป โดยเริ่มจากการสร้างพันธมิตรในกลุ่มผู้สื่อข่าวเพื่อพัฒนาสังคมที่เข้มแข็งและได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ทั้งนี้ ในยุคปัจจุบันที่ทุกคนมีสมาร์ทโฟนและโซเชียลมีเดียจนสามารถเป็นสื่อได้เอง (CGM/UGM) ทำให้การเสนอข่าวทำได้รวดเร็วขึ้นแต่ก็แฝงความเสี่ยงเรื่องข่าวปลอม สื่อมวลชนมืออาชีพจึงไม่ได้แข่งขันกันเองระหว่างสำนักข่าว แต่ต้องแข่งขันกับประชาชนทั่วไป โดยต้องพิสูจน์ตนเองด้วยความถูกต้อง แม่นยำ ความรอบคอบ รอบด้าน และการตรวจสอบข้อมูลตามหลัก "เช็คก่อนแชร์" เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือที่ยั่งยืน” ศ.ดร.วิเลิศ กล่าวเพิ่มเติม
คุณวรมน สินสุวรรณ ผู้อำนวยการกองสหภาพยุโรป กรมยุโรป กล่าวว่า “ยินดีต้อนรับผู้เข้าร่วมงานในนามของกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ สู่เสวนาสาธารณะ "Reporting
Southeast Asia Today: Journalism at the Crossroads of Global Change"
พร้อมขอบคุณมูลนิธิเอเชีย-ยุโรป (ASEF) ที่มุ่งมั่นเชื่อมโยงสื่อมวลชนระหว่างเอเชียและยุโรปอย่างต่อเนื่อง และกล่าวขอบคุณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ ศ.ดร.วิเลิศ ในฐานะประธาน ASEM Lifelong Learning Hub (ปี 2025–2030) สำหรับความร่วมมือและการสนับสนุนเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างสองภูมิภาค พร้อมชี้ว่าวงการวารสารศาสตร์กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากเทคโนโลยีใหม่ โซเชียลมีเดีย และสถานการณ์โลก ซึ่งส่งผลต่อกระบวนการผลิต การแบ่งปัน และการบริโภคข่าวสาร ทั้งนี้ ประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางที่มีสื่อมวลชนต่างประเทศประจำอยู่กว่า 300 คน จึงขอขอบคุณสมาคมผู้สื่อข่าวข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) ที่ร่วมเป็นผู้จัดงานและช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวิชาชีพสื่อมวลชนในครั้งนี้”
คุณ Beata Stoczynska ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิเอเชีย-ยุโรป (ASEF) กล่าวว่า “ขอขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศของไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสมาคมผู้สื่อข่าวข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) ที่ร่วมจัดงานครั้งนี้ โดยมูลนิธิเอเชีย-ยุโรป (ASEF) ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1997 เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีและความร่วมมือระหว่างประชาชนและสถาบันในเอเชียและยุโรป
สำหรับการสัมมนาครั้งนี้ได้นำผู้สื่อข่าว 22 คนจาก 20 ประเทศทั่วเอเชียและยุโรปมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและรับมือกับความท้าทายร่วมกัน เนื่องจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้สื่อมวลชนต้องรับมือกับความคาดหวังของผู้ชม กระแสข่าวสารที่หลากหลาย และแรงกดดันในการรายงานข่าวที่รวดเร็วควบคู่ไปกับความถูกต้องและความเป็นอิสระ ซึ่งความท้าทายเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น แต่เกิดขึ้นในภูมิภาคอื่นรวมถึงยุโรปด้วยเช่นกัน จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เปรียบเทียบ เรียนรู้ และปรับตัวร่วมกัน”
ภายในงานมีการบรรยายเรื่อง “สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชียและยุโรปกับผลกระทบต่อการรายงานข่าว” โดย คุณภาณุ วงศ์ชะอุ่ม ประธานสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) และผู้สื่อข่าวอาวุโสประจำภูมิภาคอินโดจีน สำนักข่าว Reuters จากนั้นมีการเสวนาเปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อและผู้สื่อข่าวจากเอเชีย ได้แก่ คุณ Marwaan Macan-Markar ผู้สื่อข่าวประจำภูมิภาคเอเชียจาก Nikkei Asia คุณ May Wong หัวหน้าสำนักงานอินโดจีนของ The Straits Times และ คุณ Dominic Faulder
บรรณาธิการสมทบของ Nikkei Asia ก่อนปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพร่วมกันและรับประทานอาหารค่ำ
รศ.ดร.ศิริเดช สุชีวะ รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ร่วมมือกับมูลนิธิเอเชีย-ยุโรป (ASEF) ในการจัดสัมมนาผู้สื่อข่าวต่างประเทศจำนวน 22 ท่านจาก 20 ประเทศทั่วโลก เพื่อให้ได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งในเรื่องความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยจุฬาฯ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการขยายฐานการสร้างการเรียนรู้จากระดับในประเทศไปสู่ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญภายใต้บทบาทประธาน ASEM Lifelong Learning Hub ในการสร้างการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเอเชียและยุโรปเป็นครั้งแรกๆ ของโลก”
ศ.ดร.ใจทิพย์ ณ สงขลา ที่ปรึกษาด้านการวิจัยและวิชาการ ASEM LLL Hub กล่าวว่า
“โครงการนี้ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดและเป็นก้าวสำคัญในรอบกว่า 20 ปีนับตั้งแต่มีความร่วมมือเอเชีย-
ยุโรปด้านการศึกษา เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ตำแหน่งประธานย้ายจากฝั่งยุโรปมาสู่ฝั่งเอเชีย
โดยมีประเทศไทยและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้ดำเนินงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์อย่างมากและมีความผันผวนเคลื่อนไหว จึงจำเป็นต้องมีจุดหมุนเปลี่ยนเพื่อหลอมรวมวิธีคิดและสร้างอัตลักษณ์ในยุคโลกาภิวัตน์”
ASEF Journalists Seminar จัดขึ้นทุก 2 ปี นับตั้งแต่ปี 2541 โดยมูลนิธิเอเชีย–ยุโรป (Asia-Europe Foundation: ASEF) เพื่อส่งเสริมเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบวิชาชีพสื่อจากเอเชียและยุโรป สนับสนุนความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสองภูมิภาค และเสริมสร้างทักษะด้านการรายงานข่าวและการสื่อสาร โดยการจัดงานครั้งที่ 15 ให้ความสำคัญกับความท้าทายของวิชาชีพสื่อ ทั้งความเชื่อมั่นของสาธารณชนที่ลดลง การแพร่กระจายของข้อมูลเท็จและข้อมูลบิดเบือน แรงกดดันด้านจริยธรรม ความปลอดภัยของผู้สื่อข่าว
ตลอดจนสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ประกอบวิชาชีพ รวมถึงการตรวจสอบข้อเท็จจริงและความน่าเชื่อถือของข่าวในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) การจัดงานครั้งนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) เป้าหมายที่ 16 ที่มุ่งส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชนและการคุ้มครองเสรีภาพขั้นพื้นฐาน สะท้อนความสำคัญของวิชาชีพสื่อในการสนับสนุนสังคมที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือได้ ทั้งนี้ การเข้าร่วมของอธิการบดีจุฬาฯ
ในเวทีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการแลกเปลี่ยนมุมมองกับเครือข่ายสื่อและผู้ประกอบวิชาชีพจากนานาประเทศ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารและภูมิทัศน์สื่อในปัจจุบัน ./