xs
xsm
sm
md
lg

กรุงศรีเร่งเครื่อง ESG รวมพลังเครือข่ายธุรกิจ ปั้น 5 ธุรกิจต้นแบบ เปลี่ยน Transition Plan สู่การลงมือทำจริง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ในวันที่ “ความยั่งยืน” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของภาพลักษณ์องค์กร แต่กำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นทุนการผลิต ห่วงโซ่อุปทาน การเข้าถึงแหล่งเงินทุน ไปจนถึงความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ การมีเพียงเป้าหมายด้าน ESG จึงอาจไม่เพียงพออีกต่อไป หากปราศจาก “แผนการเปลี่ยนผ่าน” ที่สามารถนำไปสู่การลงมือทำและสร้างผลลัพธ์ได้จริง

นี่คือที่มาของแนวคิด “Commitment to Action” ซึ่งธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) กำลังผลักดันผ่านการสร้างองค์ความรู้ พัฒนา Transition Plan และเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตร เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs สามารถก้าวข้ามจากการ “รู้” และ “ตั้งเป้าหมาย” ไปสู่การ “ลงมือทำ” อย่างเป็นรูปธรรม

ภาพดังกล่าวสะท้อนผ่านงาน Krungsri ESG Minute of Changes – เส้นทางการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน ผ่านการเรียนรู้ การพัฒนาแผนการเปลี่ยนผ่าน (Transition Plan) และการลงมือทำจริงซึ่งจัดขึ้น ณ The Okura Prestige Bangkok โดยเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของความสำเร็จจากโครงการ Krungsri ESG Academy 2026 และ Krungsri ESG Awards 2026

มากกว่างานประกาศรางวัล เวทีแห่งนี้ยังทำหน้าที่เสมือน “จุดเชื่อมต่อ” ของผู้ประกอบการที่ผ่านการเรียนรู้และพัฒนาด้าน ESG ตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ให้กลับมาพบกัน แลกเปลี่ยนบทเรียน ประสบการณ์ และแนวทางการแก้โจทย์ความยั่งยืน ก่อนต่อยอดเป็นเครือข่ายธุรกิจที่สามารถร่วมมือกันได้อย่างต่อเนื่อง

 นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
จาก “Commitment” สู่ “Action” และ Sustainable Growth

ภาพใหญ่ของการขับเคลื่อนครั้งนี้สอดคล้องกับบทบาทที่กรุงศรีต้องการเป็นมากกว่าสถาบันการเงิน แต่เป็น “พันธมิตร” ที่ช่วยพาธุรกิจเดินผ่านช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ โซลูชันทางการเงิน และเครือข่ายความร่วมมือเข้าด้วยกัน

นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การขับเคลื่อนความยั่งยืนไม่ได้หมายถึงเพียงการกำหนดเป้าหมายด้าน ESG แต่คือการเปลี่ยน Transition Plan ให้เป็นการลงมือทำและสร้างผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน”

กรุงศรีในฐานะพันธมิตรทางการเงินจึงพร้อมเชื่อมโยงองค์ความรู้โซลูชันทางการเงิน และเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อสนับสนุนลูกค้าและภาคธุรกิจให้สามารถเปลี่ยนจาก “Commitment to Action” และต่อยอดไปสู่ “Sustainable Growth” ได้อย่างเป็นรูปธรรม

แนวทางดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของกรุงศรีในการเดินหน้าสู่การเป็น The Leading Sustainable and Regional Bank พร้อมสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายการสนับสนุนทางการเงินไว้ที่ 350,000 ล้านบาท ภายในปี 2030

 นางสาวดวงกมล ลิมป์พวงทิพย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจ SME ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
จาก ESG Knowledge สู่ Transition Plan ที่ลงมือทำได้จริง

Krungsri ESG Academy และ Krungsri ESG Awards เป็นโครงการที่กรุงศรีจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจให้สามารถทำความเข้าใจประเด็นความยั่งยืนได้อย่างลึกซึ้ง และที่สำคัญคือสามารถนำองค์ความรู้ไปปรับใช้กับบริบทของธุรกิจตนเอง

เพราะในโลกธุรกิจไม่มี “สูตรสำเร็จ” ของความยั่งยืนที่ใช้ได้กับทุกองค์กร ผู้ประกอบการแต่ละรายมีขนาดธุรกิจ โครงสร้างต้นทุน ห่วงโซ่อุปทาน และความท้าทายที่แตกต่างกัน การเปลี่ยนผ่านจึงต้องเริ่มจากการมองเห็นโจทย์ที่มีนัยสำคัญต่อธุรกิจ ก่อนออกแบบแนวทางที่สอดคล้องกับศักยภาพและบริบทของตนเอง

นางสาวดวงกมล ลิมป์พวงทิพย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจ SME ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ความยั่งยืนไม่มีสูตรสำเร็จที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจ ผู้ประกอบการต้องเริ่มจากโจทย์ที่มีนัยสำคัญต่อธุรกิจ แล้วพัฒนาแผนที่เหมาะกับบริบทจริง ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจ การค้า ห่วงโซ่อุปทาน และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้น"

ด้วยเหตุนี้ กรุงศรีจึงออกแบบทั้ง Krungsri ESG Academy และ Krungsri ESG Awards ให้เป็นพื้นที่ที่ผู้ประกอบการสามารถเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ ทดลองพัฒนาแผน และเชื่อมต่อกับพันธมิตรที่สามารถช่วยผลักดันแผนเหล่านั้นให้เกิดขึ้นจริง

ตลอดหลักสูตร Krungsri ESG Academy 2026 ผู้ประกอบการได้เรียนรู้แนวคิดและเครื่องมือด้าน ESG จากผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรโครงการ ก่อนนำองค์ความรู้มาวิเคราะห์โจทย์ของธุรกิจและพัฒนาเป็น Transition Plan ที่เหมาะสมกับแต่ละองค์กร

องค์ความรู้ดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรหลากหลายภาคส่วน ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี จำกัด สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) รวมถึง Onnex by SCG, Schneider Electric และบริษัท อัลโต้ เทค จำกัด ซึ่งร่วมถ่ายทอดทั้งมุมมอง องค์ความรู้ และเครื่องมือที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ตั้งแต่ทิศทางการสนับสนุนธุรกิจ การจัดการข้อมูล ไปจนถึงการบริหารจัดการพลังงาน


เมื่อ Transition Plan ต้องพิสูจน์ด้วย “การลงมือทำ”

จุดสำคัญของกระบวนการไม่ได้หยุดอยู่เพียงในห้องเรียน แต่ถูกต่อยอดสู่เวที Krungsri ESG Awards: Minute of Changes เมื่อผู้ประกอบการ 5 ธุรกิจได้รับโอกาสนำเสนอ Transition Plan ในรูปแบบ Pitching ต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะก่อนนำแผนไปปฏิบัติจริง

ความโดดเด่นของเวทีนี้อยู่ที่ความหลากหลายของคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรม การค้า ภาครัฐ ภาคสังคม และภาควิชาการ อาทิ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมธุรกิจเพื่อสังคม กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) สสว. คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move)

มุมมองจากคณะกรรมการที่หลากหลายจึงช่วยให้แต่ละแผนไม่ได้ถูกมองจากมิติธุรกิจเพียงด้านเดียว แต่ครอบคลุมตั้งแต่ทิศทางเชิงนโยบาย ความสามารถในการแข่งขัน ผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความเป็นไปได้ในการนำแผนไปปฏิบัติจริง

5 ธุรกิจต้นแบบ เปลี่ยนความท้าทายเป็นโอกาส

จากกระบวนการเรียนรู้และการประเมินอย่างเข้มข้น นำไปสู่การประกาศผล Krungsri ESG Awards 2026 ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ Excellence Awards สำหรับองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการดำเนินธุรกิจครอบคลุมมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล และ Highly Commended Awards สำหรับองค์กรที่ริเริ่มและดำเนินงานตามแนวปฏิบัติที่ดีในทั้งสามมิติ

สำหรับ Excellence Awards มีองค์กรได้รับรางวัล 5 บริษัท ซึ่งแต่ละแห่งสะท้อนให้เห็นว่าการขับเคลื่อน ESG สามารถเริ่มต้นจาก “โจทย์จริง” ของธุรกิจ และพัฒนาไปสู่การสร้างคุณค่าที่กว้างกว่าองค์กรได้

บริษัท พนาพัฒน์ เฮลท์แคร์ จำกัด มุ่งใช้พลังงานแสงอาทิตย์ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะที่ บริษัท ส.ร่วมไทย จำกัด นำวัตถุดิบพลอยได้ (Byproduct) จากกระบวนการผลิตอาหารทะเลมาต่อยอด เพื่อลดของเสียและสร้างโอกาสทางรายได้

ด้าน บริษัท ไทย ควอลิตี้ สตาร์ช จำกัด ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงของวัตถุดิบต้นน้ำ ผ่านการพัฒนาท่อนพันธุ์มันสำปะหลังปลอดโรคและระบบรับซื้อผลผลิต

ขณะที่อีก 2 องค์กรสะท้อนพลังของแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในการเปลี่ยน “วัสดุเหลือใช้” ให้กลับมามีมูลค่าอีกครั้ง โดย บริษัท ไม้ลายวิจิตร จำกัด พัฒนา Refoam จากเศษโฟมและขี้เลื่อย เพื่อนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่

ส่วน บริษัท สุวพีร์ ธรรมวัฒนะ จำกัด หรือ ตลาดยิ่งเจริญ ขยายแนวคิดการจัดการของเสียออกไปไกลกว่าขอบเขตองค์กร สู่ระบบนิเวศของตลาด ครอบคลุมทั้งพ่อค้า แม่ค้า และประชาชน ผ่านการนำเปลือกส้ม กากกาแฟ น้ำมันใช้แล้ว และเศษอาหารกลับมาสร้างมูลค่า เพื่อลดปริมาณของเสียจากทั้งระบบตลาด

เรื่องราวของทั้ง 5 องค์กรจึงไม่ได้สะท้อนเพียง “โครงการ ESG” หากแต่เป็นตัวอย่างของการนำประเด็นความยั่งยืนมาเชื่อมโยงกับโจทย์ทางธุรกิจ ตั้งแต่พลังงาน วัตถุดิบ ของเสีย ไปจนถึงห่วงโซ่คุณค่า และเปลี่ยนความท้าทายให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างคุณค่าใหม่

นายโคเฮอิ โอโมริ ประธานกลุ่มธุรกิจธนกิจพาณิชย์เกี่ยวกับญี่ปุ่น ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
รางวัลไม่ใช่เส้นชัย แต่คือจุดเริ่มต้นของเครือข่าย

ภายในงานยังมีการมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้เข้าร่วมหลักสูตร Krungsri ESG Academy 2026ควบคู่กับการประกาศผล Krungsri ESG Awards 2026 และกิจกรรม Krungsri ESG Community Networkingซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการจากหลากหลายรุ่นได้พบปะ แลกเปลี่ยนบทเรียน หาแนวร่วม และต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจ

นายโคเฮอิ โอโมริ ประธานกลุ่มธุรกิจธนกิจพาณิชย์เกี่ยวกับญี่ปุ่น ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลและผู้สำเร็จหลักสูตรว่า "ประกาศนียบัตรและรางวัลไม่ใช่ปลายทาง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่ยาวไกลขึ้น"

หัวใจสำคัญหลังจากนี้คือการนำความรู้และแผนที่พัฒนาขึ้นไปสู่การปฏิบัติ พร้อมเรียนรู้และเติบโตไปกับเครือข่าย Krungsri ESG Community ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจ โดยกรุงศรีพร้อมสนับสนุนทั้งด้านการเงินและการเชื่อมโยงพันธมิตร เพื่อให้ความตั้งใจด้านความยั่งยืนพัฒนาไปสู่ความสำเร็จทางธุรกิจในระยะยาว

ท้ายที่สุดแล้ว เส้นทาง ESG อาจไม่ได้วัดกันที่ว่าองค์กรใดตั้งเป้าหมายได้ไกลที่สุด หากแต่อยู่ที่ว่าใครสามารถเปลี่ยนเป้าหมายนั้นให้กลายเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงได้มากเพียงใด

จากห้องเรียนสู่เวที Pitching จาก Transition Plan สู่การลงมือทำ และจากผู้ประกอบการรายหนึ่งสู่เครือข่ายความร่วมมือของทั้งระบบ Krungsri ESG Minute of Changes จึงเป็นอีกภาพสะท้อนของการสร้าง “ระบบนิเวศแห่งการเปลี่ยนผ่าน” ที่ไม่ได้มุ่งเพียงให้ธุรกิจปรับตัวรับความยั่งยืน แต่ต้องการให้ความยั่งยืนกลายเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโอกาสและการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเริ่มต้นวางแนวทาง ESG หรือกำลังพัฒนา Transition Plan ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม สามารถติดตามองค์ความรู้ กิจกรรม และรายละเอียดโครงการ Krungsri ESG Awards 2027 และ Krungsri ESG Academy 2027 ได้ทาง Facebook: Krungsri Business Empowerment ./