xs
xsm
sm
md
lg

GAC โกยยอดขายต่างประเทศโต 136% ดันไทยฐานสำคัญ หลังผลิต-ขายทะลุ 30 ล้านคันทั่วโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



GAC เดินหน้ารุกตลาดโลก หลังสร้างสถิติผลิตและจำหน่ายรถยนต์สะสมครบ 30 ล้านคันในเวลาเพียง 29 ปี พร้อมยอดส่งออกแบรนด์ของตัวเองช่วง 8 เดือนแรกปี 2569 โต 136% ขณะที่ตลาดไทยยังเป็นหนึ่งในตลาดเติบโตสำคัญของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หลังยอดขายเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 92% เดินหน้าขยายฐานการผลิต บริการ และโครงสร้างพื้นฐานรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ

กรุงเทพฯ – GAC Group เดินหน้าขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศ หลังสร้างหมุดหมายสำคัญด้วยยอดผลิต และจำหน่ายรถยนต์สะสมครบ 30 ล้านคัน เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ใช้เวลาเพียง 29 ปี นับตั้งแต่ เริ่มดำเนินธุรกิจ โดยบริษัทระบุว่าเป็นผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนที่สามารถก้าวสู่ระดับ 30 ล้านคันได้เร็วที่สุด 

รถยนต์คันที่ 30 ล้านของ GAC เป็น M8 PHEV รุ่นสำหรับตลาดต่างประเทศ ซึ่งใช้ชื่อ GN8 ในตลาดสากล ขณะที่ผู้ครอบครองรถคันดังกล่าวคือ “โทนี่ จา” หรือจา พนม นักแสดงแอ็กชันชาวไทย สะท้อนถึงการขยายตัว ของแบรนด์ออกสู่ตลาดต่างประเทศ


ส่งออก 8 เดือนโต 136% ตลาดต่างประเทศกลายเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่

การเติบโตของ GAC ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะตลาดจีน โดยช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม 2569 ยอดส่งออกรถยนต์แบรนด์ของบริษัทอยู่ที่ 172,008 คัน เพิ่มขึ้น 136% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่เดือนสิงหาคมเพียงเดือนเดียวมียอดส่งออก 26,978 คัน เติบโตถึง 177%

ปัจจุบัน GAC มียอดส่งออกรถยนต์สะสมใกล้แตะ 600,000 คัน โดยตลาดต่างประเทศกำลังกลายเป็นอีกหนึ่ง แรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในระยะต่อไป

ไม่ใช่แค่ส่งออกรถ เน้น “ผลิต-บริการ-บุคลากร” ในไทย

ภายใต้ยุทธศาสตร์ “One GAC 2.0” บริษัทระบุว่าการขยายธุรกิจในต่างประเทศจะมุ่งสู่แนวทาง “In Local, For Local” หรือการพัฒนาธุรกิจให้สอดคล้องกับตลาดท้องถิ่น มากกว่าการนำรถยนต์จากจีนเข้ามาจำหน่าย เพียงอย่างเดียว

แนวทางดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การผลิต ห่วงโซ่อุปทาน การขาย ไปจนถึงบริการ หลังการขาย เพื่อสร้างระบบธุรกิจที่เชื่อมโยงกับตลาดแต่ละประเทศ

สำหรับประเทศไทย GAC ได้เปิดตัว GAC CARE ซึ่งเป็นแบรนด์บริการหลังการขายในต่างประเทศ แห่งแรกของบริษัท โดยมุ่งสร้างระบบบริการตลอดช่วงอายุการครอบครองรถยนต์ ตั้งแต่การบำรุงรักษา การซ่อม ไปจนถึงการสนับสนุนด้านพลังงาน

บริษัทยังจัดตั้งฐานพัฒนาบุคลากรในต่างประเทศ และร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในประเทศไทย เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านยานยนต์พลังงานใหม่ รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมในระยะยาว

ในส่วนของผลิตภัณฑ์ GAC ระบุว่าได้ปรับรายละเอียดให้เหมาะกับสภาพการใช้งานในประเทศไทย ทั้งสภาพอากาศร้อนและความชื้นสูง สภาพการจราจรในเมือง รวมถึงพฤติกรรมการใช้งานรถยนต์ ของครอบครัว โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ใช้สอย ระยะทางการขับขี่ ความทนทาน และระบบ ห้องโดยสารอัจฉริยะ


สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ถือเป็นหนึ่งในตลาดหลักของยุทธศาสตร์การขยายธุรกิจในต่างประเทศ โดยประเทศไทยถูกวางให้เป็นตลาดสำคัญที่มีการเติบโตต่อเนื่อง

ไทยโต 92% เร่งสร้างระบบนิเวศ EV ครบวงจร

ข้อมูลของ GAC ระบุว่า ยอดขายปลีกจากผู้ใช้งานจริงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกช่วงเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 78% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ประเทศไทยเติบโต 92% ในช่วงเวลาเดียวกัน

นอกจากนี้ GAC ยังระบุว่าบริษัทมีสัดส่วนการทำตลาดรถแท็กซี่ไฟฟ้าในไทยอยู่ในระดับผู้นำ และเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์จีนที่เติบโตเร็วในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ของไทย


ด้านผลิตภัณฑ์ AION UT ได้รับรางวัล “CAR OF THE YEAR 2026 – BEST SUBCOMPACT HATCHBACK 5 Dr. EV (FWD)” ในประเทศไทย ขณะที่ผลการจัดอันดับมูลค่าคงเหลือของรถยนต์ในไทยปี 2568 GAC อยู่ในอันดับ 1 ในกลุ่มแบรนด์จีน ด้วยมูลค่าคงเหลือหลังใช้งาน 3 ปีที่ 56.82% โดย GAC M8 และ GS8 ยังติดอันดับสูงสุดในกลุ่มแบรนด์จีนของเซกเมนต์ที่เกี่ยวข้อง

หนึ่งในปัจจัยที่บริษัทให้ความสำคัญคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถตอบโจทย์ตลาดที่มีนโยบายด้านยานยนต์ โครงสร้างพื้นฐานพลังงาน และพฤติกรรมผู้บริโภคแตกต่างกัน โดย GAC มีทางเลือกด้านระบบ ขับเคลื่อนตั้งแต่เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ไฮบริด (HEV) ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รถยนต์ไฟฟ้า แบบขยายระยะทาง (REEV) ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV)

ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าสร้างฐานการผลิตและระบบนิเวศยานยนต์พลังงานใหม่ในไทย โดยโรงงานที่ จังหวัดระยองสามารถผลิตรถยนต์สะสมครบ 10,000 คันแล้ว และเริ่มผลิต AION UT สำหรับส่งมอบ ให้ลูกค้าในประเทศไทย


ปักฐาน 110 ประเทศทั่วโลก ลุยเฟสต่อไปของการเติบโต



ปัจจุบัน GAC มีธุรกิจครอบคลุม 5 ภูมิภาคหลักทั่วโลก รวม 110 ประเทศและดินแดน มีศูนย์วิจัยและพัฒนา 4 แห่ง โรงงานผลิตในต่างประเทศ 7 แห่ง และคลังชิ้นส่วนในต่างประเทศ 9 แห่ง พร้อมเครือข่ายฝ่ายขาย และบริการมากกว่า 746 แห่งทั่วโลก

บริษัทมองว่าการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ครบ 30 ล้านคัน เป็นผลจากการสะสมประสบการณ์ด้านคุณภาพ เทคโนโลยี และความไว้วางใจจากผู้ใช้งานตลอด 29 ปี ขณะที่การเติบโตของยอดขายต่างประเทศ จะเป็นแรงส่งสำคัญในการขยายธุรกิจระยะต่อไป

สำหรับประเทศไทย GAC ยังคงเดินหน้าตามแนวทาง “In Local, For Local” ด้วยการเพิ่มสัดส่วนการดำเนินงานในประเทศ ตั้งแต่การผลิต บริการ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ไปจนถึงการพัฒนาบุคลากร เพื่อสร้างฐานธุรกิจระยะยาวและรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์ พลังงานใหม่ในไทย