"เจนก้องไกล" เปิดตัว "GJ PARK" อาคารจอดรถครบวงจรภายในศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ที่ทุ่มงบลงทุนกว่า 590 ล้านบาท เชื่อ Mini Community Mall คืนทุนภาย 5-7 ปี คาดสร้างรายได้ปีละไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาท เริ่มรับรู้รายได้เข้ามาไตรมาส 3 ปีนี้ เล็งนำเข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIT ในอีก 5 ปีข้างหน้า เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนสำหรับรองรับการขยายโครงการใหม่
นายสันติพล เจนวัฒนไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจนก้องไกล จำกัด (มหาชน) หรือ JPARK เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เปิดตัวโครงการ "GJ PARK" อาคารจอดรถครบวงจรแห่งใหม่ภายในศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 590 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการใช้พื้นที่จอดรถของผู้มาใช้บริการศูนย์การแพทย์ บุคลากร ตลอดจนประชาชนที่เข้ามาใช้บริการและทำกิจกรรมภายในพื้นที่ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากการมองเห็นปัญหาการขาดแคลนพื้นที่จอดรถบริเวณโรงพยาบาล ซึ่งมีความต้องการใช้บริการในระดับสูง โดยบริษัทเลือกใช้รูปแบบการเช่าที่ดินระยะยาว 30 ปี ก่อนเข้าลงทุนพัฒนาโครงการอาคารจอดรถและพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างรายได้จากหลายช่องทาง
โดยตัวโครงการเป็นอาคารจอดรถสูง 7 ชั้น สามารถรองรับรถยนต์ได้ประมาณ 1,000 คัน ขณะเดียวกันยังจัดสรรพื้นที่บางส่วนเป็นร้านค้าและบริการในรูปแบบ “Mini Community Mall” เพื่อให้ผู้มาใช้บริการโรงพยาบาลสามารถเข้าถึงร้านค้าและบริการต่างๆ ได้ภายในพื้นที่เดียว ซึ่งโมเดลนี้นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาที่จอดรถแล้ว ยังเป็นการเพิ่มรายได้จากพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยบริษัทคาดว่าจะสามารถสร้างกระแสเงินสดจากโครงการได้อย่างต่อเนื่องตลอดอายุสัญญาเช่า ซึ่งจะมีรายได้จากโครงการนี้เข้ามาปีละไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาทและจะเริ่มบันทึกรับรู้เข้ามาไตรมาส 3 ปีนี้เป็นต้นไป ขณะที่ผลการดำเนินงานนั้น ยังคงเป้าการเติบโตของรายได้ไว้ปีละ 20-30% ซึ่งตั้งเป้ารายได้แตะ 1,000 ล้านบาทในปี 71
สำหรับแผนการลงทุนนั้นมีโอกาสชำระคืนเงินกู้ที่ใช้ในการพัฒนาโครงการได้ภายในประมาณ 5-7 ปี ขณะที่ตั้งเป้าผลตอบแทนจากการลงทุน หรือ IRR ไว้ที่ประมาณ 12-15% ซึ่งจะขึ้นอยู่กับศักยภาพของทำเล จำนวนผู้ใช้บริการและรายได้จากพื้นที่เชิงพาณิชย์
ขณะเดียวกัน JPARK อยู่ระหว่างมองหาโอกาสขยายโครงการในทำเลที่มีปริมาณการใช้งานสูง โดยเฉพาะพื้นที่ในกรุงเทพฯ รวมถึงสนามบินในจังหวัดต่างๆ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชาชนและผู้เดินทางหมุนเวียนจำนวนมาก และมีความต้องการด้านที่จอดรถอย่างต่อเนื่องและมองว่าโมเดลอาคารจอดรถควบคู่พื้นที่เชิงพาณิชย์สามารถต่อยอดได้อีกมาก หากเลือกทำเลที่มีความต้องการใช้บริการสูง โดยการมีรายได้จากทั้งค่าจอดรถและค่าเช่าพื้นที่ร้านค้าจะช่วยกระจายแหล่งรายได้ และเพิ่มศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสดให้กับโครงการ รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยจะเน้นรูปแบบการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐเป็นสำคัญ เพื่อให้การพัฒนาโครงการมีความชัดเจนด้านพื้นที่และสิทธิการดำเนินงาน รวมถึงสร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจในระยะยาว
อีกทั้งมีแผนจะนำสินทรัพย์ในกลุ่มอาคารจอดรถและพื้นที่เชิงพาณิชย์เข้าระดมทุนผ่านกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIT ภายในระยะ 5 ปีข้างหน้า เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนสำหรับรองรับการขยายโครงการใหม่ ซึ่งบริษัทเล็งจะขยายเพิ่มอีก 3-4 แห่ง ภายในปี 72