แสนสิริยกระดับ Sansiri Town Sukhumvit 77 หรือ T77 Community สู่ Flagship Community ต้นแบบการอยู่อาศัยแห่งอนาคต บนพื้นที่กว่า 50 ไร่ใจกลางสุขุมวิท ภายใต้แนวคิด “Community as a Lifestyle” เชื่อมที่อยู่อาศัย รีเทล การศึกษา และ Wellness เข้าด้วยกัน พร้อมนำโมเดลขยายสู่ Sansiri Community ทั่วประเทศ มูลค่ารวมกว่า 1 แสนล้านบาท ขณะที่ระบบความปลอดภัย AI และการบริหารจัดการโดยมืออาชีพ เสริมความแข็งแกร่งของ Residential Demand ดัน valles HAUS ทำยอดขายแล้ว 70%
แสนสิริ เดินหน้ายกระดับ Sansiri Town Sukhumvit 77 หรือ T77 Community สู่การเป็น Flagship Community ต้นแบบเมืองอยู่อาศัยแห่งอนาคต บนพื้นที่กว่า 50 ไร่ใจกลางสุขุมวิท ภายใต้แนวคิด “Community as a Lifestyle” เปลี่ยนแนวคิดจากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเป็นรายโครงการ สู่การสร้าง Living Ecosystem ที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิตในทุกมิติ ทั้ง Residential, Mixed-use, Retail, Education และ Wellness เพื่อรองรับการอยู่อาศัยของคนทุกเจเนอเรชัน รวมถึงกลุ่มคนรักสัตว์ พร้อมเตรียมนำโมเดลความสำเร็จของ T77 ไปต่อยอดเป็น Sansiri Community ทั่วประเทศ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1 แสนล้านบาท
จุดเด่นของ T77 Community คือการพัฒนาพื้นที่เปิดโล่งและพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่กว่า 50 ไร่ ท่ามกลางย่านสุขุมวิทที่มีความหนาแน่นของอาคารและการพัฒนาเมืองเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยแสนสิริไม่ได้วางพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นเพียงพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ แต่พัฒนาเป็น Shared Living Space ที่เปิดโอกาสให้คนในชุมชนออกมาใช้ชีวิตร่วมกัน ทั้งการออกกำลังกาย เดินเล่น พักผ่อน ทำกิจกรรมกับครอบครัว รวมถึงกิจกรรมสำหรับเด็กและสัตว์เลี้ยง
ปัจจุบัน T77 Community ประกอบด้วยโครงการที่อยู่อาศัยกว่า 11 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นโครงการคอนโดมิเนียมของแสนสิริ 10 แห่ง พร้อมด้วยองค์ประกอบที่ช่วยเติมเต็มการใช้ชีวิตในชุมชน ทั้ง Habito Mall คอมมูนิตี้มอลล์ที่รวบรวมร้านอาหาร คาเฟ่ Wellness และบริการด้านสุขภาพ รวมถึงกิจกรรมที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และรองรับแนวคิด Pet Friendly ให้เจ้าของสามารถใช้พื้นที่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงได้
ขณะที่ BEANS Coffee Roaster T77 ถูกวางให้เป็นมากกว่าคาเฟ่ แต่เป็น Lifestyle Space สำหรับพบปะ พักผ่อน และเชื่อมโยงผู้คนในย่านอ่อนนุช–พระโขนง โดยมีสตูดิโออเนกประสงค์ชั้น 2 รองรับกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ Run Club, Fitness Class และ Workshop ส่วน Sansiri Backyard ทำหน้าที่เป็นพื้นที่สวนสาธารณะขนาดใหญ่สำหรับออกกำลังกาย พักผ่อน และพื้นที่เล่นสำหรับเด็ก
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือเส้นทางเดินและวิ่งภายใน Community ระยะทางประมาณ 2.8 กิโลเมตรต่อรอบ เชื่อมโยงพื้นที่สำคัญภายใน T77 ตั้งแต่สะพานแสนสำราญที่เปิดมุมมองสู่โค้งน้ำคลองพระโขนง สวนหน้าโรงเรียนนานาชาติ Bangkok Prep ไปจนถึงเส้นทางเดินที่ร่มรื่นโดยรอบ สะท้อนแนวคิดการสร้าง Urban Community ที่ไม่ได้เน้นเพียงการมีที่อยู่อาศัย แต่ต้องการให้พื้นที่สามารถรองรับการใช้ชีวิตจริงของผู้อยู่อาศัยในแต่ละวัน
นอกจากพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกแล้ว แสนสิริยังให้น้ำหนักกับ ความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และการบริหารจัดการ โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมการดูแลพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านระบบ AI CCTV & Intelligent Security Monitoring ที่สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวและแจ้งเตือนเหตุการณ์ผิดปกติ โดยทำงานร่วมกับ LIV-24 และเชื่อมต่อข้อมูลเข้าสู่ Command Centre เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามสถานการณ์และตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
พร้อมกันนี้ยังติดตั้งระบบ Intelligent License Plate Recognition หรือกล้องอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติทั้งด้านหน้าและด้านหลังรวม 12 ตัว ครอบคลุมจุดคัดกรองหลักของ T77 Community เพื่อบันทึกข้อมูลยานพาหนะที่เข้า–ออกและเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบเมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ
ด้านการออกแบบสภาพแวดล้อม แสนสิริให้ความสำคัญกับ Community Safety & Environmental Design ทั้งการเพิ่มจุดตรวจตรา การประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการปรับปรุงระบบไฟส่องสว่างในพื้นที่ส่วนกลางและเส้นทางโดยรอบ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้พื้นที่ส่วนกลางได้อย่างมั่นใจในช่วงเวลากลางคืน โดยไม่กระทบต่อบรรยากาศการพักอาศัย
ขณะที่การบริหารจัดการภายใน Community ใช้บริการของ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เพื่อเชื่อมโยงการบริหารโครงการต่าง ๆ ให้เป็นระบบเดียวกัน ตั้งแต่การดูแลลูกบ้านไปจนถึงการรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดยที่ผ่านมาได้เข้ามามีบทบาทในการประสานงานและช่วยเหลือลูกบ้านในสถานการณ์สำคัญ เช่น เหตุการณ์แผ่นดินไหว
นอกจากนี้ แสนสิริยังจัดตั้งทีม Sansiri Security Inspection หรือ SSI เพื่อยกระดับมาตรฐานการฝึกอบรมและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย รวมถึงการซักซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน และเพิ่มรอบตรวจตราด้วยรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสูงถึง 12 รอบต่อวัน ครอบคลุมการดูแลพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง
การพัฒนา T77 ในลักษณะของ Community Ecosystem ยังสะท้อนผ่านความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในพื้นที่ โดยแสนสิริระบุว่า T77 ได้รับความสนใจจากทั้งผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงและนักลงทุน ทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวและผู้ปกครองนักเรียนนานาชาติ ขณะที่โครงการ valles HAUS สามารถทำยอดขายได้แล้ว 70% ภายในระยะเวลา 1 ปี
ในมิติการลงทุน แสนสิริระบุว่า T77 มี Rental Yield เฉลี่ยประมาณ 6% ต่อปี และมีอัตราการเติบโตของมูลค่าทรัพย์สิน หรือ Capital Gain ราว 15–20% ซึ่งเป็นปัจจัยที่บริษัทมองว่าสะท้อนศักยภาพของทำเลและการสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว
ภาพของ T77 จึงไม่ได้ถูกวางให้เป็นเพียงโครงการที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ในสุขุมวิท แต่เป็นการทดลองโมเดล “Community as a Lifestyle” ที่นำที่อยู่อาศัย พื้นที่สาธารณะ ร้านค้า การศึกษา สุขภาพ ความปลอดภัย และกิจกรรมของชุมชนมาเชื่อมต่อกันเป็นระบบ ก่อนนำประสบการณ์ดังกล่าวไปพัฒนาเป็นต้นแบบ Sansiri Community ในพื้นที่อื่นทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าหมายมูลค่ารวมกว่า 1 แสนล้านบาท เพื่อสร้างมาตรฐานการอยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันในระยะต่อไป