ลาซารัส กลุ่มอาชญากรไซเบอร์สายตรงเกาหลีเหนือ สั่งระบายอีเธอเรียม 911 เหรียญ มูลค่ากว่า 2.28 ล้านดอลลาร์ ภายในไม่กี่ชั่วโมง สร้างแรงสั่นสะเทือนทางจิตวิทยาทั่วตลาดคริปโทเคอร์เรนซี แม้ปริมาณจะยังไม่ใช่ระเบิดลูกใหญ่ แต่นักลงทุนทั้งสถาบันและรายย่อยต่างตั้งการ์ดรับ หวั่นเป็นเพียงการเปิดฉากก่อนพายุลูกจริง ขณะที่แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลออนเชนเร่งสแกนกระเป๋าเงินดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับกลุ่มแฮกเกอร์รายนี้อย่างละเอียด เพื่อประเมินว่าสินทรัพย์ที่ยังเชื่อมโยงอยู่มีอีกมากน้อยแค่ไหน ด้านนักวิเคราะห์แนะ ตลาดต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนจากปัจจัยที่ไม่อาจควบคุมได้
ข้อมูลบนบล็อกเชนที่ปรากฏเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2569 รายงานความเคลื่อนไหวผิดปกติจากกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ถูกระบุว่ามีความเชื่อมโยงตรงถึงกลุ่มลาซารัส องค์กรอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่ฉาวโฉ่ที่สุดแห่งยุคซึ่งเชื่อมโยงกับรัฐบาลเกาหลีเหนือ กระเป๋าเงินดังกล่าวทำการโอนย้ายอีเธอเรียมจำนวน 911 เหรียญออกจากที่อยู่เดิม ก่อนจะทยอยปล่อยเข้าสู่ตลาดในราคาเฉลี่ย 2,499 ดอลลาร์ต่อเหรียญ คิดเป็นมูลค่ารวมแตะ 2.28 ล้านดอลลาร์ หรือราว 76.5 ล้านบาท
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และไม่ใช่การลงทุนตามปกติ หากแต่เป็นกระบวนการแปลงสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้มาจากการปล้นทางไซเบอร์ให้กลายเป็นเงินสด เป็นขั้นตอนหนึ่งในห่วงโซ่การฟอกเงินที่กลุ่มลาซารัสใช้มาอย่างยาวนาน
ย้อนรอยลาซารัส จากแฮกเกอร์รัฐบาลสู่โจรคริปโตระดับโลก
กลุ่มลาซารัสไม่ใช่แฮกเกอร์หน้าใหม่ในวงการ ชื่อนี้ถูกหน่วยข่าวกรองหลายประเทศระบุว่าเป็นหน่วยปฏิบัติการทางไซเบอร์ภายใต้การกำกับของสำนักข่าวกรองเกาหลีเหนือ มีบทบาทตั้งแต่การโจมตีระบบธนาคาร การเจาะข้อมูลองค์กรขนาดใหญ่ ไปจนถึงการปล้นกระดานซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีระดับโลก
เฉพาะในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล ลาซารัสสร้างความเสียหายมหาศาลมาแล้วหลายพันล้านดอลลาร์ ตั้งแต่เหตุการณ์เจาะระบบสะพานข้ามเชน (Cross-chain Bridge) ไปจนถึงการโจมตีโปรโตคอลดีฟาย (DeFi) ครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกครั้งที่ลงมือ กลุ่มนี้ใช้เทคนิคซับซ้อนในการกระจายสินทรัพย์ที่ขโมยมาผ่านกระเป๋าเงินหลายร้อยหลายพันใบ ก่อนจะค่อยๆ ทยอยระบายออกเมื่อกระแสความสนใจของสาธารณชนจางลง
การเทขายอีเธอเรียม 911 เหรียญในครั้งนี้ จึงเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของกระบวนการฟอกเงินที่ดำเนินอยู่อย่างเป็นระบบ
ผลกระทบต่อตลาด เล็กแต่ไม่ควรมองข้าม
หากมองในเชิงตัวเลขล้วนๆ มูลค่า 2.28 ล้านดอลลาร์ถือว่าเป็นเศษเสี้ยวเมื่อเปรียบกับปริมาณการซื้อขายอีเธอเรียมรายวัน ที่สูงหลายพันล้านดอลลาร์ เพราะธุรกรรมขนาดนี้ไม่มีพลังมากพอจะขยับราคาตลาดได้แม้แต่จุดทศนิยม
แต่ทั้งนี้ตลาดคริปโตไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยตัวเลขเพียงอย่างเดียว จิตวิทยาฝูงชนคือตัวแปรที่ทรงพลังไม่แพ้กัน เมื่อข่าวการเทขายของกลุ่มแฮกเกอร์ระดับรัฐแพร่กระจายในโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มข่าว นักลงทุนรายย่อยที่อ่อนไหวต่อความเสี่ยงอาจตัดสินใจลดสถานะถือครองเพื่อป้องกันตัว เกิดเป็นแรงกดดันฝั่งขายซ้อนทับเข้ามาอีกชั้นหนึ่ง
สิ่งที่นักลงทุนกังวลจริงๆ ไม่ใช่ 911 เหรียญที่ถูกเทออกมาแล้ว แต่คือคำถามที่ว่า กลุ่มลาซารัสยังมีอีเธอเรียมและสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเงินที่ยังไม่ถูกระบุตัวตนอีกเท่าไร และเมื่อไรที่จะสั่งระบายระลอกถัดไป
เกมแมวไล่จับหนู ระหว่างนักสืบออนเชนกับอาชญากรไซเบอร์
การติดตามเส้นทางการเงินบนบล็อกเชนกลายเป็นสมรภูมิใหม่ในสงครามต่อต้านอาชญากรรมทางไซเบอร์ บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลออนเชนรายใหญ่อย่างเชนอะนาลิซิส (Chainalysis) และอิลิปติก (Elliptic) ทำงานร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหลายประเทศเพื่อแกะรอยเส้นทางเงินที่กลุ่มลาซารัสใช้ในการฟอกสินทรัพย์
ในทางทฤษฎี บล็อกเชนเป็นระบบเปิดที่ทุกธุรกรรมสามารถตรวจสอบได้ แต่ในทางปฏิบัติ กลุ่มลาซารัสมีความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือปกปิดร่องรอย ทั้งมิกเซอร์ผสมเหรียญ (Mixer) สะพานข้ามเชน และกระเป๋าเงินตัวกลางจำนวนมาก ทำให้การติดตามเปรียบเสมือนการไล่ตามเงาในเขาวงกต
หลังจากเหตุการณ์เทขายครั้งนี้ปรากฏขึ้น แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลหลายรายเร่งสแกนกระเป๋าเงินที่มีความเชื่อมโยงกับลาซารัส เพื่อประเมินว่ามีการเตรียมโอนย้ายสินทรัพย์เพิ่มเติมหรือไม่ ข้อมูลเบื้องต้นบ่งชี้ว่ายังมีกระเป๋าเงินอีกหลายใบที่แสดงความเคลื่อนไหวผิดปกติในช่วงเวลาใกล้เคียง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการเตรียมระบายรอบถัดไป
นัยยะต่อภาพใหญ่ของตลาดคริปโทเคอร์เรนซีปี 2569
เหตุการณ์ครั้งนี้ตอกย้ำข้อเท็จจริงที่ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีต้องเผชิญมาตลอด นั่นคือ สินทรัพย์ดิจิทัลยังคงเป็นเป้าหมายหลักของกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ระดับรัฐ โดยเฉพาะเกาหลีเหนือที่ใช้รายได้จากการปล้นคริปโทเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญในการพัฒนาโครงการอาวุธ
ในขณะที่อุตสาหกรรมพยายามผลักดันกรอบกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เหตุการณ์ลักษณะนี้กลับฉุดรั้งความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันที่กำลังทยอยเข้าสู่ตลาด คำถามสำคัญที่หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกต้องตอบคือ จะสร้างกลไกป้องกันและตอบสนองต่อการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ผิดกฎหมายบนบล็อกเชนได้เร็วพอหรือไม่ ก่อนที่อาชญากรจะแปลงเป็นเงินสดได้สำเร็จ
สำหรับนักลงทุนที่ถือครองอีเธอเรียมและสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ สิ่งที่ต้องจับตาในช่วงต่อจากนี้ 3 ประเด็นสำคัญคือ 1.ความเคลื่อนไหวของกระเป๋าเงินที่เชื่อมโยงกับลาซารัสว่ามีการโอนย้ายเพิ่มเติมหรือไม่ 2.ทิศทางราคาอีเธอเรียมในระยะสั้นว่าจะรับแรงกดดันทางจิตวิทยาได้หรือไม่ และ 3. มาตรการตอบโต้จากกระดานซื้อขายและหน่วยงานกำกับดูแลว่าจะสกัดกั้นการแปลงสินทรัพย์ผิดกฎหมายได้ทันท่วงทีเพียงใด
อย่างไรก็ตามตลาดคริปโทเคอร์เรนซีเดินทางมาถึงจุดที่ภัยคุกคามจากอาชญากรไซเบอร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ทุกครั้งที่กลุ่มลาซารัสขยับ ตลาดทั้งระบบต้องสะดุ้ง และนั่นคือต้นทุนที่อุตสาหกรรมนี้ยังหาทางจัดการไม่ได้อย่างเบ็ดเสร็จ