xs
xsm
sm
md
lg

ตลท. ชงแก้ กม.Dual-Class Shares เพิ่ม Free Float ดึงต่างชาติ หวังดันดัชนีแตะ2,000 จุด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:




ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าเสนอแก้ไขกฎหมายมหาชน เปิดทาง บจ.ออกหุ้นบุริมสิทธิหลายคลาส (Dual-Class Shares ) หวังปลดล็อกข้อจำกัดการระดมทุน เพิ่มสภาพคล่องและ Free Float โดยเฉพาะหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ เปิดทางรัฐลดสัดส่วนการถือหุ้นในรัฐวิสาหกิจ และดึงต่างชาติที่สนใจเข้าลงทุน เป้าระยะยาวหนุนดัชนีหุ้นไทยแตะ 2,000 จุด อีกทั้งปรับเกณฑ์ ดึง New Economy เข้าระดมทุนมากขึ้น


ศ.พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่าตลาดทุนไทยได้เสนอแนวคิดแก้ไขกฎหมายมหาชนเปิดทางบริษัทจดทะเบียนสามารถออกหุ้นบุริมสิทธิที่มีสิทธิออกเสียงแตกต่างกันหรือหุ้นหลายคลาส ( Dual-Class Shares) ที่บริษัทแบ่งโครงสร้างหุ้นออกเป็นหลายประเภทหรือหลายคลาส โดยแต่ละคลาสจะมีสิทธิประโยชน์และสิทธิในการออกเสียง (Voting Rights) ไม่เท่ากัน เพื่อให้ผู้บริหารหรือผู้ก่อตั้งควบคุมทิศทางบริษัทได้แม้ถือหุ้นน้อยลงสิทธิเงินปันผลเป็นต้น ซึ่งแต่ะคลาสอาจมีสิทธิออกเสียงน้อยกว่าหรือไม่มีเลย แต่นักลงทุนทั่วไปสามารถซื้อขายได้

สำหรับกานผลักดันกฎดังกล่าว เพราะต้องการปลดล็อกข้อจำกัดการระดมทุน เพิ่มสภาพคล่องและ Free Float โดยเฉพาะหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ พร้อมเปิดช่องรัฐบาลลดสัดส่วนการถือหุ้นในรัฐวิสาหกิจ นำเงินมาใช้บริหารและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยไม่ต้องสร้างภาระหนี้สาธารณะเพิ่ม ขณะที่ยังรักษาอำนาจควบคุมกิจการสำคัญผ่านโครงสร้างหุ้นรูปแบบใหม่ โดยมุ่งแก้ปัญหาข้อจำกัดทางกฎหมายที่มีมาอย่างยาวนาน และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับบริษัทขนาดใหญ่ในการบริหารโครงสร้างเงินทุนและระดมทุนจากตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างบริษัทขนาดใหญ่ที่รัฐถือหุ้น 70% และต้องการลดสัดส่วนเหลือ 49% การใช้โครงสร้างหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงแตกต่างกัน จะช่วยให้รัฐสามารถขายหุ้นบางส่วน เพิ่ม Free Float และสภาพคล่อง ขณะที่ยังคงสิทธิในการควบคุมประเด็นสำคัญของกิจการ

 
"เป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์ภาครัฐ โดยเงินจากการขายหุ้นสามารถนำไปใช้ลงทุนหรือบริหารเศรษฐกิจได้ โดยไม่ใช่การกู้เงินเพิ่ม แต่ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมายและหลักเกณฑ์ด้านบัญชีของภาครัฐ และหัวใจสำคัญคือการเปิดให้บริษัทสามารถออกหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงแตกต่างกัน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นเดิมหรือภาครัฐสามารถลดสัดส่วนการถือหุ้นลงและเปิดทางให้นักลงทุนรายใหม่เข้ามาถือหุ้นเพิ่มขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องสูญเสียอำนาจในการควบคุมกิจการแต่อย่างใด จะช่วยยกระดับสภาพคล่องของหุ้นขนาดใหญ่ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันและกองทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะกองทุนระดับโลกที่ใช้ดัชนี MSCI เป็นหนึ่งในเกณฑ์ประกอบการจัดสรรเงินลงทุน
 

"โดยจะเริ่มจาก บจ.ที่จะเข้ามาระดมทุนใหม่ ส่วน บจ.ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เดิมหากสนใจก็สามารถทำได้ เพราะหากสามารถปลดล็อกกฎหมายและเพิ่ม Free Float ในหุ้นขนาดใหญ่ได้ จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทยในสายตานักลงทุนต่างชาติ และมีโอกาสสร้างแรงส่งต่อมูลค่าการซื้อขาย รวมถึงดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ปรับตัวขึ้นในระยะต่อไป ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวอยู่ระหว่างการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำรายละเอียดและ ร่างกฎหมาย รองรับการออกหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงแตกต่างกัน คาดใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน เพื่อปรับปรุงร่าง ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาต่อไป แรกเริ่มอาจนำร่องหุ้นขนาดใหญ่ 5 บริษัทแรก ก่อนขยายสู่บริษัทอื่นที่มีความพร้อมและสมัครใจ ซึ่งเป้าหมายเป้าหมายระยะยาวคือสร้างปัจจัยสนับสนุนให้ SET ขยับสู่ระดับ 2,000 จุด"

ทั้งนี้ หากเดินหน้าได้สำเร็จ การแก้ไขกฎหมายครั้งนี้จะถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการปฏิรูปตลาดทุนไทย เพราะนอกจากเพิ่มเครื่องมือในการระดมทุนให้ภาคธุรกิจแล้ว ยังเปิดทางให้ภาครัฐสามารถนำทุนจากตลาดมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้โดยไม่เพิ่มหนี้สาธารณะ พร้อมยกระดับตลาดหุ้นไทยให้สามารถแข่งขันและดึงดูดเงินทุนจากนักลงทุนทั่วโลกได้มากขึ้น
นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เอง ก็พยายามปรับปรุง กฎเกณฑ์ คุณสมบัติ สำหรับบริษัท New Economy เพื่อลดอุปสรรคและเพิ่มความยืดหยุ่น สนับสนุนบริษัทที่มีการประกอบธุรกิจเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้มากขึ้น

โดยการปรับหลักเกณฑ์เรื่องของ Market Capitalization ขั้นต่ำ ระยะเวลาการมีรายได้ หรือการดำเนินงาน Track Record การเพิ่มช่องทางพิเศษ Special Track รวมถึงบริษัทที่ได้รับส่งเสริมจาก BOI หรือ EEC เพื่อพัฒนา สนับสนุน อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ เช่น ยานยนต์ ไฟฟ้า Data Center และ semiconductor เมื่อนำกลไกสิ่งเหล่านี้มาเชื่อมโยงหรือต่อยอดกัน ก็จะเกิดระบบนิเวศที่ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เริ่มจากงานวิจัยในห้องแล็บ ผ่านการบ่มเพาะและจัดตั้งผ่านบริษัท University Holding Company เหล่านี้ เพราะได้รับเงินทุน ขยายกิจการผ่านกองทรัสต์เพื่อกิจการร่วมลงทุน และเมื่อกิจการนี้เติบโตแข็งแรงเพียงพอ ก็สามารถเข้าระดมทุนในตลาดทุนได้ ไม่ว่าจะเป็น Live Exchange หรือตลาดหลักทรัพย์ mai หรือตลาดหลักทรัพย์ใหญ่ SET ตามลำดับความพร้อมของกิจการ

ขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์กำลังรีวิว Live Exchange และ mai เพื่อที่จะ accelerate ให้ธุรกิจที่ไปลงทุน เข้าสู่ตลาดทุนได้เร็วยิ่งขึ้น ประกอบกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือ ก.ล.ต. ก็ได้ลดระยะเวลาการพิจารณา IPO ให้สั้นลง เหลือไม่เกิน 70 วัน