ไบโอเทค สวทช. ผนึก NAFRI สปป.ลาว เดินหน้ารับมือ “โรคใบด่างมันสำปะหลัง” ภายใต้ความร่วมมือลุ่มน้ำโขง ถ่ายทอดเทคโนโลยีตรวจวินิจฉัยและระบบผลิตต้นพันธุ์สะอาด ตั้งแต่เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ–Bioreactor ตรวจเชื้อด้วย ELISA ไปจนถึงชุดตรวจ Strip Test รู้ผลภายใน 15 นาที พร้อมลงพื้นที่ฝึกเกษตรกรเมืองไซบุรี สะหวันนะเขต หวังลดการแพร่ระบาด ปกป้องผลผลิต และยกระดับการผลิตมันสำปะหลังอย่างยั่งยืนในภูมิภาค
มันสำปะหลังเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยไทย กัมพูชา สปป.ลาว และเวียดนาม มีสัดส่วนการส่งออกรวมกันสูงกว่า 90% ของตลาดโลก อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่พบการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง (Cassava Mosaic Disease: CMD) ในภูมิภาคเมื่อปี 2559 โรคดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อผลผลิต แหล่งท่อนพันธุ์สะอาด และห่วงโซ่อุตสาหกรรมมันสำปะหลังเป็นอย่างมาก เนื่องจากเชื้อสามารถแพร่กระจายผ่านท่อนพันธุ์ที่ติดเชื้อและแมลงหวี่ขาว การลดความเสี่ยงจึงต้องอาศัยการดำเนินงานหลายด้านควบคู่กัน ตั้งแต่การเลือกใช้ท่อนพันธุ์สะอาด การเฝ้าระวังและตรวจวินิจฉัยโรค ไปจนถึงการจัดการแปลงอย่างต่อเนื่อง
นายวีรพล นวลแสงสี รองอธิบดี NAFRI กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้บุคลากรภาครัฐ นักวิจัย และเกษตรกรของ สปป.ลาว ได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริงอย่างครบวงจร ทั้งระบบการผลิตท่อนพันธุ์สะอาด การใช้นวัตกรรมตรวจวินิจฉัยโรคใบด่างมันสำปะหลัง และการเฝ้าระวังโรคในแปลงปลูก ซึ่งองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ได้รับการถ่ายทอดจากทีมวิจัยไทย ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนความร่วมมือพิเศษล้านช้าง-แม่โขง จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ สปป.ลาว สามารถรับมือกับโรคใบด่างได้อย่างตรงจุด ช่วยปกป้องผลผลิตของเกษตรกร และสร้างความมั่นคงให้กับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังในภูมิภาคร่วมกัน
ดร.แสงสูรย์ เจริญวิไลศิริ หัวหน้าโครงการวิจัย ไบโอเทค สวทช. กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้มุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับระบบการผลิตต้นพันธุ์มันสำปะหลังสะอาด ตั้งแต่เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและเพิ่มปริมาณต้นพันธุ์ด้วยเครื่องปฏิกรณ์ชีวภาพ (Bioreactor) การตรวจวินิจฉัยโรคใบด่าง ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ชีวภัณฑ์เพื่อจัดการแมลงพาหะและศัตรูพืช โดยมีวิทยากรจาก ไบโอเทค สวทช. NAFRI และ CIAT ร่วมถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์โรคและประสบการณ์ดำเนินงานในภูมิภาค การอบรมยังมุ่งเสริมทักษะด้านการตรวจวินิจฉัยให้แก่บุคลากรของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผ่านการฝึกปฏิบัติการตรวจเชื้อไวรัส Sri Lankan cassava mosaic virus (SLCMV) ด้วยเทคนิค DAS-ELISA ควบคู่กับการใช้ WellScan เครื่องอ่านผล ELISA ที่พัฒนาโดยเนคเทค สวทช. เพื่อรองรับการตรวจตัวอย่างจำนวนมากในห้องปฏิบัติการ
สำหรับการฝึกอบรมในภาคสนาม ทีมงานได้ร่วมกับหน่วยงานกสิกรรมและป่าไม้ในพื้นที่ เมืองไซบุรี แขวงสะหวันนะเขต นำเกษตรกร เจ้าหน้าที่ และผู้ประกอบการ ลงฝึกปฏิบัติในแปลงปลูก ตั้งแต่การสังเกตและประเมินอาการโรค ไปจนถึงการใช้นวัตกรรมชุดตรวจแบบรวดเร็ว (Strip Test) ที่พัฒนาโดยไบโอเทค สวทช. ซึ่งใช้งานง่ายคล้ายชุดตรวจ ATK รู้ผลภายใน 15 นาที ช่วยให้เกษตรกรสามารถตรวจยืนยันต้นที่มีอาการต้องสงสัยในแปลง และตัดสินใจถอนต้นติดเชื้อออกจากแปลง เพื่อลดการแพร่กระจายของโรคได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ทีมงานยังให้คำแนะนำด้านการจัดการแปลง ตลอดจนมอบชุดตรวจเพื่อนำไปใช้สนับสนุนการเฝ้าระวังโรคต่อไป
ด้าน นายดวงตา เสริมไชยปัญญา หัวหน้าเกษตรและป่าไม้ เมืองไซบุรี แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว กล่าวว่า ปัจจุบันแปลงมันสำปะหลังในพื้นที่กำลังเผชิญการระบาดของโรคใบด่างอย่างหนัก การลงพื้นที่ถ่ายทอดความรู้ของทีมวิจัยในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้เกษตรกรเรียนรู้วิธีป้องกันและจัดการโรคอย่างถูกวิธี เพื่อลดความเสียหายและสกัดกั้นการแพร่ระบาดในฤดูกาลถัดไป
ขณะที่ นางคำพร สีสวัสดิ์ เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เมืองไซบุรี กล่าวเสริมว่า การลงพื้นที่ของทีมวิจัยช่วยให้เกษตรกรได้รับการแนะนำวิธีตรวจโรคใบด่าง พร้อมแนวทางการป้องกันและกำจัดเชื้ออย่างใกล้ชิดถึงแปลงปลูก ทำให้มีความเข้าใจที่ชัดเจน และสามารถนำไปปรับใช้ดูแลรักษาแปลงมันสำปะหลังของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือครั้งนี้คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาสนับสนุนการรับมือกับปัญหาการผลิตมันสำปะหลังของเกษตรกรในประเทศไทยและ สปป.ลาว โดยมุ่งให้เกิดการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีไปปรับใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ และมีส่วนสนับสนุนการผลิตมันสำปะหลังในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงให้มีความยั่งยืนมากขึ้น
* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด* * *